เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย
ได้จัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ แทน นายพยัพ คำพันธุ์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมานานถึง
๖ ปี
โดยในวันนั้นได้มีการเสนอชื่อบุคคล ๓ คน เข้าชิงตำแหน่ง ได้แก่ นายพยัพ
คำพันธุ์ นายพิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์) และ นายเสมอ งิ้วงาม (ป๋อง
สุพรรณ) แต่นายพิศาลและนายเสมอได้ขอสละสิทธิ ทำให้นายพยัพได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมอีกครั้ง
ด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น
ขณะเดียวกันเมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว ก็ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อบริหารสมาคมทันที
โดยนายพยัพได้ประกาศเป็นนโยบายอย่างชัดเจนว่า "ต่อไปนี้ ทางสมาคมจะไม่ให้การสนับสนุนการจัดงานประกวดพระเช่นในอดีต
โดยเฉพาะผู้ที่ขออนุญาตจัดงานประกวดพระไปแล้ว ไม่เคยมาดูแลคนข้างหลัง พองานตัวเองเสร็จก็ไม่เคยไปช่วยงานใคร
และอีกเรื่องหนึ่งคือ ผู้ที่ดำเนินการจัดงาน ต่อไปนี้อย่าหวังเพียงหาเงินใส่ตัวเพียงอย่างเดียว
บางคนไปหลอกพระ หลอกวัด โดยบอกว่าจะทำเรื่องขออนุญาตสมาคมให้ ดังนั้น ใครหรือหน่วยงานใดจะจัดงานประกวดพระ
และต้องการให้สมาคนเห็นชอบหรือสนับสนุน ต้องเสนอผ่านมาเป็นขั้นตอน
ทางด้าน
นายต้อย เมืองนนท์ กล่าวเสริมว่า เรื่องการประกวดพระ จะเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาคัดสรรคณะกรรมการผู้รับและตัดสินพระ
ในนามของคณะกรรมการจากทางสมาคม โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง
และจะมีบัตรประจำตัว ซึ่งเป็นบัตรแข็งอย่างบัตรประชาชน พร้อมรูปถ่าย โดยสมาคมเป็นผู้ออกบัตรให้คณะกรรมการ
เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ซึ่งบัตรนี้จะสามารถเพิกถอนได้ หากพบกรณีที่ไม่เหมาะสม
ในการประกวดพระที่สมาคมรับรอง จะเพิ่มความโปร่งใส ชัดเจน เป็นระเบียบ และเข้มงวดต่อการจัดงานประกวดพระที่ให้สมาคมเป็นผู้สนับสนุนงาน
เพื่อความถูกต้องและรัดกุม จะสร้างคุณภาพและมาตรฐานของใบประกาศนียบัตรให้เป็นที่เชื่อถือ
ยอมรับได้อย่างแท้จริง รวมทั้งเพิ่มมาตรการต่อผู้ที่จัดงานประกวดพระไปแล้วจนสำเร็จลุล่วง
ให้หันกลับมาช่วยดูแลสังคมวงการพระต่อไป มิใช่ประกวดพระที่ตนเองจัดไปแล้วก็แล้วกัน
ไม่ให้ความร่วมมือคนอื่นที่จัดงานประกวดในภายหลังอีก
"ขั้นตอนการขอจัดงานประกวดพระ
ที่ต้องการให้สมาคมสนับสนุน นับจากนี้ไปผู้ขอจัดงานที่อยู่ต่างจังหวัดทุกท่าน
ต้องติดต่อกับประธานภาคของท่านให้รับทราบ ร่วมพิจารณาการจัดงานทุกครั้ง ทางสมาคมจะไม่รับการขอจัดงานโดยตรงจากท่าน
เว้นเสียแต่ประธานภาคจะเป็นผู้ติดต่อการจัดงานกับทางสมาคม ในกรณีนี้ยกเว้นผู้ที่จะจัดงานในกรุงเทพฯ
และเขตปริมณฑลเท่านั้น ที่สามารถแจ้งเรื่องโดยตรงได้กับทางสมาคม ดังนั้น
จึงขอความร่วมมือจากประธานภาคทุกท่าน ร่วมพิจารณาการจัดงานที่จะมีขึ้นต่อไป"
ต้อย เมืองนนท์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า
ขณะนี้วงการพระได้รับเกียรติและเป็นที่ยอมรับจากสังคมภายนอกเป็นอย่างยิ่ง
การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องพระ กำลังได้รับการยกระดับขึ้นสู่การศึกษาระดับประเทศ
ซึ่งล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการได้ติดต่อมายังสมาคมในการจัดการระบบการศึกษาพระเบื้องต้น
บรรจุเป็นวิชาการที่จะเผยแพร่แก่ประชาชน โดยระบบการศึกษาที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งในเรื่องนี้เราต้องมาร่วมกันวางรากฐานการศึกษาที่สำคัญนี้ร่วมกัน
เพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกันที่ทุกคนยอมรับ และเป็นแนวทางไปสู่การขยายตัวในทุกด้านที่จะมีต่อไปในอนาคต
ในส่วนของสมาชิกนั้น ต้อย เมืองนนท์ บอกว่า นับเป็นเวลานาน ตั้งแต่มีการก่อตั้งสมาคม
และเปิดรับสมาชิก หากแต่สมาชิกทุกท่านยังไม่ได้รับการตอบสนองในส่วนต่างๆ
จากทางสมาคมเลย จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารสมาคมคำนึงถึงมาโดยตลอด ดังนั้น เกี่ยวกับสิทธิสภาพของสมาชิก
จึงมีการบรรจุนโยบายที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ตอบสนองสู่สมาชิกทุกท่านดังนี้
สมาชิกทุกท่านที่ได้สมัครกับทางสมาคมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะในสถานภาพใด
ท่านจะได้รับการยืดอายุสมาชิกออกไปอีก ๔ ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ทั้งสิ้น สมาชิกทุกท่านจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าฟังการบรรยายทางวิชาการ
ตลอดจนโครงการจัดอบรมต่างๆ ของทางสมาคม ที่จะให้มีขึ้นทุก ๒ เดือน นับจากเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป
"สมาคมจะจัดทำวารสารสมาคม เพื่อเผยแพร่ความรู้และข่าวสารต่างๆ โดยในระยะเริ่มต้นจะทำทุก
๔ เดือน และสมาชิกจะได้รับวารสารนี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตลอด ๔ ปี รวมทั้งทางสมาคมจะจัดทำห้องสมุดพระ
ที่เป็นแหล่งรวมความรู้ ทั้งตำรา รูปถ่าย ฯลฯ ที่จะเปิดให้เข้าใช้บริการได้เฉพาะผู้เป็นสมาชิกเท่านั้น
ทั้งนี้ สมาชิกทุกท่านจะได้รับสิทธิพิเศษในการนำพระเข้ารับการเซอร์ (พิจารณาความแท้)
จากสมาคม ซึ่งจะได้ประกาศให้ทราบต่อไป" ต้อย เมืองนนท์ กล่าว