ทุกวันนี้...ประเทศไทยราวกับมีลางบอกเหตุว่า ไม่ไหวแล้วนะ เหลือทนแล้วนะ สำหรับพวกหากินบนหลังคน ถึงกับว่านายกรัฐมนตรีต้องออกมาด่าทอผ่านสื่อมวลชนว่า "ไอ้เปรต" ทำเอาแม่ค้าปรบมือกันสนั่นหวั่นไหว
ก่อนหน้านี้รัฐบาลเอาจริงกับมาเฟียคุมวินมอเตอร์ไซค์ คิวรถตู้ ดูเหมือนว่าจะได้ผลระดับหนึ่ง แต่พอปล่อยปละละเลย มาเฟียก็มาครองเมืองกรุงอีก อย่างนี้เข้าข่ายสุภาษิตที่ว่า พอหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก ถ้าจะต้องให้นายกรัฐมนตรีลงมาทำ ลงมาสั่งงานเสียทุกเรื่อง อย่างนี้ก็ไม่ไหว
เรื่องมาเฟียโบ๊เบ๊ หรือมาเฟียถิ่นอื่นๆ ถือว่าฝังรกรากเกาะกินทำลายสังคมไทยมานาน เจ๊นั้นแฉเสี่ยโน้น เสี่ยโน้นโยนความผิดให้เจ๊นั้น โยนกันไปโยนกันมา อาตมารู้สึกเวียนหัวแทนฝ่ายสืบสวนสอบสวน
อาตมาเชื่อว่า ใครเป็นมาเฟีย ใครคุมจุดไหน ใครเก็บผลประโยชน์ที่ใด เจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการรู้ดี มันขึ้นอยู่ว่าจะจับหรือจะปล่อยเท่านั้น เรื่องที่ออกมาแฉกันนั้น ถ้าไม่มีมูลหมาย่อมไม่ขี้
สุจริตชนพึงระลึกว่า การหากินบนความทุกข์ยากของผู้อื่น การเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ ในที่สุดก็เจอทุกข์ เจอคุก เจอตะราง ขณะเดียวกัน กฎหมายยึดทรัพย์ก็รุนแรงขึ้น ใครที่คิดอยากรวย อยากมี อยากได้ แต่ไม่อยากทำงาน ต่อไปนี้จะอยู่บนแผ่นดินตัวเองไม่ได้ คุกตะรางเท่านั้นคือที่อยู่ของพวกมาเฟีย
ถ้าเป็นข้าราชการทั้งที่ยังทำงานอยู่และเกษียณอายุราชการไปแล้ว พวกนี้ถ้าจับได้ต้องลงโทษให้หนักกว่าคนทั่วๆ ไป สมัยก่อนถ้านามสกุลไหนทุจริตคอรัปชั่น สร้างความเสื่อมเสียให้กับสังคม ทางราชการจะขึ้นบัญชีดำห้ามคนในตระกูลนั้นทำงานรับราชการ น่าจะนำกลับมาใช้ใหม่
อย่างไรเสีย การหากินแบบสุจริต หรือที่เรียกว่า สัมมาชีพ ก็ยังดีกว่าพวกมาเฟียอย่างแน่นอน มาเฟียก็เปรียบได้กับหมาวัด มาไม่ถูกทาง มาไม่ถูกธรรม มีแต่สร้างปัญหาให้ระส่ำระสายมากขึ้น ในที่สุดก็สุดทนกับมาเฟีย
อย่าคิดว่าเกิดมามีชาตินี้เพียงชาติเดียว ทำชั่วเท่าไรตายไปก็สิ้นเรื่อง กรรมอาจจะยังไม่เกิดกับผู้กระทำหากไปเกิดกับลูกหลาน เมื่อตายไปก็คิดว่าจะได้ขึ้นสวรรค์ บางคนก็ต้องตกนรกทั้งเป็น ถูกจับขังคุก เงินที่หามาได้ก็อดใช้
ก่อนจบฝากบอกบุญถึงพุทธศาสนิกชน ท่านใดมีของเก่า หรือที่คิดว่าจะทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน เสื้อผ้า ฯลฯ ขณะนี้ทางวัดสวนแก้วยังเปิดรับบริจาคอยู่ สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิสวนแก้ว โทร.๐-๒๙๒๑-๕๖๐๒-๔ ต่อ ๑๑๖, ๑๑๗ และ ๑๑๘
พระพยอม กัลยาโณ