การบนบานศาลกล่าวเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเหล่าบรรดานักการเมือง
มีใครว่าที่ไหนศักดิ์สิทธิ์ หลายคนก็จะไม่พลาดที่จะเข้าไปสักการะขอพรให้ได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง
หากถามนักการเมืองในเขตกรุงเทพฯ เกือบทุกคนก็ว่าได้ที่จะต้องเดินทางไปสักการะพระแก้วมรกต
ลานพระบรมรูปทรงม้าเสด็จพ่อ ร.๕ และศาลหลักเมือง
หนึ่งในบรรดา ส.ส.ที่จะต้องเดินทางมาขอพรทุกครั้งของการลงชิงชัยสนามเลือกตั้ง
คือ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย และอดีต รมช.พาณิชย์
ส.ส.สัมพันธ์ กล่าวว่า สมัยแรกของการลงสมัคร ส.ส. อันแรกก็จะต้องไปไหว้พระที่วัดพระแก้ว
อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตการทำงานอยู่ที่
จ.เชียงราย ก็จะต้องไปไหว้พ่อขุนเม็งราย สาเหตุที่ไปกราบสักการะก็เป็นความเชื่อของชาวล้านนา
ที่ต้องการให้เป็นมงคลกับชีวิต เพราะถือว่าท่านมีบุญคุณกับชาวเหนือเป็นอย่างมาก
เรียกได้ว่าพ่อขุนเม็งรายเป็นผู้กล้าหาญเกรียงไกร
ตามประวัติเล่ากันว่า สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ครั้นพ่อขุนเม็งรายประสูติแล้ว
เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๒๑ พรรษา ได้ขึ้นครองราชสมบัติ ที่เมืองหิรัญนครเงินยาง
เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๒ พระองค์ให้เจ้าพระยามหานครทั้งหลายไปถวายบังคม หากเจ้าเมืองขัดขืนก็แต่งตั้งกองทัพออกไปปราบปราม
ตีได้เมืองมอบ เมืองไร เมืองเชียง-คำ แล้วปลดเจ้าผู้ครองนครเหล่านั้น แต่งตั้งขุนนางของพระองค์ครองเมืองนั้นแทน
ต่อมาหัวเมืองทั้งหลาย
เช่น เมืองเชียงช้าง เป็นต้น ก็พากันมาอ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้น เพราะเกรงเดชานุภาพของพ่อขุนเม็งราย
เมื่อพ่อขุนเม็งรายทรงรวบรวมหัวเมืองฝ่ายเหนือในอาณาเขตรอบๆ ได้แล้ว จึงดำริจะทรงกรีธาทัพไปแสดงฝีมือในด้านการยุทธต่อหัวเมืองฝ่ายใต้ลงมา
จึงไปรวมพล ณ เมืองลาวกู่เต้า เผอิญช้างมงคล (ช้างพระที่นั่ง) ของพระองค์ได้พลัดหายไป
พ่อขุนเม็งรายจึงเสด็จติดตามรอยช้างไปจนถึงดอยจอมทอง ริมแม่น้ำกก เห็นภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เป็นชัยภูมิที่ดี
จึงให้สร้างเมืองใหม่ขึ้น โดยก่อปราการโอบเอาดอยจอมทองไว้ในท่ามกลางขนานนามเมืองว่า
"เมืองเชียงราย" ใน พ.ศ. ๑๘๐๕ แล้วพ่อขุนเม็งรายก็อพยพจากเมืองหิรัญนครเงินยางมาประทับอยู่
ณ เมืองเชียงราย
ต่อมาอีก ๓ ปี พ่อขุนเม็งรายก็ไปตั้งเมืองใหญ่ขึ้นอีกเมืองหนึ่ง ณ ตำบลเมืองฝาง
(เมืองไชยปราการเดิม) ...นี่เป็นเพียงเรื่องเล่าสืบต่อกันมา
"ถ้าถามผม ผมคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ถ้าได้ทำแล้วมันทำให้เกิดเป็นความสบายใจ
ไปอยู่ที่ไหน ได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่สำคัญของจังหวัดนั้น ผมว่ามันก็ทำให้เราเกิดความอุ่นใจ
โดยส่วนตัวแล้วก็เชื่อว่าปาฏิหาริย์น่าจะมีจริง เพราะมีคนรอบข้างประสบมาหลายคน
เราจะเห็นได้ว่าคำโบราณที่ว่า สิ่งเร้นลับเหล่านี้ถ้าเราไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่
ขนาดผมเองได้เป็น ส.ส. ก็ได้บนขอพรอะไรไว้ก็ทำให้สำเร็จมาตลอด" ความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ของอดีต
รมช.


สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดตัวประจำ ประกอบด้วย พระสมเด็จจิตรลดา พระปางลีลา
สุโขทัยหน้าทอง พระปิดตา วัดเนิน จ.ชลบุรี รวมทั้งพระพุทธรูปต่างๆ ที่ได้มาจากชาวบ้าน
ญาติพี่น้อง บางองค์ก็หาเช่าบูชาด้วยตนเอง
ส่วนวัตถุประสงค์ของการแขวนพระเครื่อง ก็เพื่อให้เกิดความโชคดี เป็นสิริมงคลกับชีวิต
อีกสิ่งหนึ่งที่แขวนพระเครื่องก็เป็นเชิงจิตวิทยาว่าสร้างความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะไม่กังวลกับปัญหาใดๆ
ที่เราประสบพบเจอ
หลายคนแขวนพระเครื่องแล้วมีประสบการณ์แคล้วคลาด หรือเกิดปาฏิหาริย์ต่างๆ
มากมาย แต่ตนเองกลับไม่พบประสบการณ์เหล่านั้นเลย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า
การได้เป็น ส.ส. ประชาชนก็จะรักเราอยู่แล้ว ประกอบกับเป็น ส.ส.กรุงเทพฯ ทำให้คนที่จะมองร้ายจากกลุ่มที่มีอิทธิพลของนักการเมืองในพื้นที่ก็จะไม่มีเหมือนในต่างจังหวัด
ลงพื้นที่ในแต่ละครั้งเราก็จะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ผู้คนในพื้นที่ก็จะให้ความรักใคร่ในความเป็น ส.ส.ของเรา
"ผมคิดว่ากฎแห่งกรรมมันมีจริง ใครทำดีก็ย่อมได้ดีตามคำสอน หรือพุทธสุภาษิตขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ใครทำชั่วก็จะได้สิ่งที่ชั่วตอบสนองทันทีในยามที่กรรมดีหมดลง ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นเรื่องของส่วนตน
ผมเองเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง แต่ผมเองยังไม่เคยเห็นกรรมที่ตอบสนอง เนื่องจากผมยังไม่เคยทำชั่ว
และชั่วหรือดีก็อยู่ที่ตัวเรานั่นแหละ และผมยังบอกลูกทุกคนว่า จะนับถือศาสนาอะไรก็ได้
เพราะทุกศาสนาเหมือนกัน ที่สอนให้เป็นคนดี" ส.ส.สัมพันธ์ กล่าว
นอกจากนี้ น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.กทม.เขตคลองสาน-ธนบุรี พรรคไทยรักไทย
กล่าวเสริมว่า แม้ตนเองจะนับถือศาสนาคริสต์ตามคุณตา (จรูญ เจริญสุข อดีตประธานสภาเขตธนบุรี)
แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะได้รับพระเครื่อง หรือพระพุทธรูปจากประชาชนที่ให้มาเป็นที่ระลึก
เพราะคิดเสมอว่า การนับถือศาสนาคริสต์อยู่ที่ใจ และทุกศาสนาก็สอนเหมือนกัน
นั่นก็คือ สอนให้คนเรากระทำความดี
"ทุกครั้งลงพื้นที่พบปะกับประชาชนก็จะได้พระเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก เราเองก็รับในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง
แล้วก็นำมาบูชาที่บ้าน ให้เป็นมงคลกับตัวเรา เพราะเชื่อว่าทุกศาสนานอกจากสอนให้เราเป็นคนดีแล้ว
ยังเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์น่าจะมีจริงที่คอยคุ้มครองคนที่ทำดีด้วยเช่นกัน"
ส.ส.ศิลัมพา กล่าวทิ้งท้าย