มูลนิธิจำนงค์
ทองประเสริฐ ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๔๔ อันเป็นปีที่ท่านอาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ
ราชบัณฑิต ปิยบุรพาจารย์แห่งมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีอายุครบ ๖ รอบ ๗๒ ปี
คณะศิษยานุศิษย์ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิด ๖ รอบ ให้แก่ท่านเมื่อวันพุธที่
๒ พฤษภาคม ๒๕๔๔ นอกจากการทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแด่ท่านอาจารย์จำนงค์
ทองประเสริฐ และเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดที่ท่านได้เคยบำเพ็ญมาเป็นประจำทุกๆ
ปีแล้ว
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและคณะศิษยานุศิษย์ ยังได้มีฉันทามติร่วมกันในการระดมทุนเพื่อก่อตั้ง
"มูลนิธิจำนงค์ ทองประเสริฐ" ขึ้น เพื่อเป็นมุทิตานุสรณ์เนื่องในมงคลโอกาสวันคล้ายวันเกิด
๖ รอบ ของท่านอาจารย์ โดยมีวัตถุประสงค์ของการตั้งมูลนิธิเพื่อเป็นแหล่งทุนส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนาและ
พุทธปรัชญา ส่งเสริมการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมไทยที่ท่านอาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ
ได้มีบทบาทอย่างสำคัญทั้งให้การศึกษาและเผยแพร่รณรงค์ตลอดมา ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ท่านอาจารย์จำนงค์
ทองประเสริฐ ได้บำเพ็ญประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่สังคม ประเทศชาติและพระศาสนาสืบไป
ซึ่งการก่อตั้งมูลนิธินี้เป็นความปรารถนาของท่านอาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ
มาตั้งแต่ต้น
ดังนั้นทางมูลนิธิจำนงค์ ทองประเสริฐ จึงได้ถวายรางวัลให้กับพระมหาวุฒิชัย
ในสาขาเผยแผ่พระพุทธศาสนาดีเด่น ประจำปี ๒๕๔๘ โดยมีพระเทพโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เป็นประธานมอบรางวัลและเกียรติบัตร จากผลงานนิพนธ์ ๔ เรื่อง คือ ธรรมติดปีก
ธรรมะหลับสบาย ธรรมะดับร้อน และธรรมะบันดาล
เมื่อถามถึงความรู้สึกกับรางวัลนี้ พระมหาวุฒิชัย บอกว่า มีความรู้สึกดีที่มีองค์กรที่ได้รับการยอมรับทางสังคมและเป็นองค์กรที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ
เท่ากับว่าเขาเห็นในสิ่งที่เราทำ แล้วการมอบรางวัลนี้ให้กับพระที่เขียนหนังสือนี้ก็เป็นเหมือนการให้กำลังใจคนทำงาน
ในอีกแง่มุมหนึ่งก็เชื่อว่าคนที่อยากทำงานเขียนแบบนี้จะมองว่าเป็นเรื่องถูกต้องเหมาะสม
ขณะเดียวกันสังคมกำลังต้องการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา งานเขียนนี้จะทำให้กลางวันจะช่วยให้คนมองเห็นเราได้ชัดขึ้นเด่นขึ้น
แต่ว่าไม่ได้มาหยุดอยู่ที่เราแต่มองเลยไป แล้วก็พบกับธรรมะ
"อาตมาเป็นเพียงสะพานเชื่อมให้ธรรมะได้แสดงตัวได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้นเอง
อาตมาตั้งใจว่าจะทำงานเขียนด้วยการดึงเอาธรรมะมาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในปัจจุบันให้มากขึ้น
พูดง่ายๆ ว่า อยากเขียนธรรมะที่นำมาใช้ได้จริงๆ ไม่ได้เน้นการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างรุนแรงฟังแล้วร้อน
อาตมาอยากเขียนธรรมะที่มันเย็นๆ โดยเฉพาะตอนนี้เรื่องที่อยู่ในความสนใจกันมากก็คือเรื่อง
"วิธีสู่สมานฉันท์" ตั้งใจว่าต่อไปจะทำเป็นหนังสือ"
สำหรับชาติภูมิของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี อายุ ๓๒ ปี พรรษา ๑๒ เกิดเมื่อวันที่
๒๙ มกราคม ๒๕๑๖ บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๐ ณ พัทธสีมาวัดครึ่งใต้
ต.ครึ่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยมีพระครูโสภณจริยกิจ เจ้าคณะอำเภอเชียงของ
เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๓๗ ณ พัทธสีมาวัดครึ่งใต้
โดยมีพระสุนทรปริยัติวิธาน เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นพระอุปัชฌาย์ และจบการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๓ ป.ธ. ๙ สำนักวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ในปีเดียวกันก็จบ ศษ.บ.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๔๖ จบ พธ.ม. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กรุงเทพฯ
ประวัติการทำงาน อาจารย์พิเศษบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บรรณาธิการวารสารเบญจมบพิตรสัมพันธ์ วิทยากรพิเศษบรรยายวิชาการทางพระพุทธศาสนา
สอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับหน่วยงานของรัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ โรงเรียน และมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนหลายแห่ง
ผู้เขียนตำราหมวดวิชาพระพุทธศาสนาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กรรมการตรวจนักธรรม
บาลี สนามหลวง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์
นิตยสารรายเดือน รายปักษ์ รายสัปดาห์ อาทิ เนชั่นสุดสัปดาห์ กรุงเทพธุรกิจ
ชีวจิต ศักดิ์สิทธิ์ WE, HEALTH & CUISIEN
สำหรับการถวายรางวัลนี้จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๘ เวลา ๐๙.๐๐
น. ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ศูนย์วัดศรีสุดาราม พร้อมกับทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในวันจำนงค์
ทองประเสริฐ
ขณะเดียวกัน ในเวลา ๑๓.๓๐ น. ศาสตราจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช จะแสดงปาฐกาเรื่องการชำระพจนานุกรม
ผู้สนใจจะเข้าร่วมงานสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๐-๒๖๒๘-๙๘๒๙, ๐-๙๘๙๓-๒๑๓๖,
๐-๗๐๑๑-๐๗๓๗