![]() |
|
![]() | ||||||||
| ||||||||
ในใจ...พยัพ คำพันธุ์ ก่อนสละตำแหน่งนายกสมาคมฯ
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะสละตำแหน่ง นายพยัพ ได้เปิดใจกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ตำแหน่งนายกสมาคมถือว่าเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันหัวโขนที่ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งนี้ ตลอดระยะเวลา ๖ ปี ของการเป็นนายกสมาคม มีภาระและความหนักใจอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรก คือ ผู้ที่ขออนุญาตจัดงานประกวดไปแล้ว ไม่เคยมาดูแลคนข้างหลัง พองานตัวเองเสร็จก็ไม่เคยไปช่วยงานใคร จึงอยากฝากผ่าน ณ ที่นี้เลยว่า อย่าจัดงานแบบตีหัวเข้าบ้าน ควรจะดูแลช่วยเหลืองานอื่นด้วย ไม่ใช่เพียงแต่จะแบมือรับเงินและทำหนังสือขอบคุณเท่านั้นก็สิ้นเรื่อง การจัดงานในลักษณะนี้ มีมากถึง ๙๐% ไม่เว้นแม้กระทั่งงานของหน่วยงานราชการ ส่วนการจัดงานประกวดพระที่น่าชื่นชมก็มี เช่น งานประกวดพระของ จ.ชลบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี และมหาชัย ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือ ผู้ที่ดำเนินการจัดงานนั้น อย่าหวังเพียงหาเงินใส่ตัวเพียงอย่างเดียว บางคนไปหลอกพระ หลอกวัด โดยบอกว่าจะทำเรื่องขออนุญาตสมาคมให้ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริง คือ เพื่อให้ตนเองมีรายได้จากการถ่ายรูปเท่านั้น แต่เมื่อสรุปรายได้ออกมาแล้ว วัดขาดทุน คนถ่ายรูปรวยไปคนเดียว ซึ่งต่อไปนี้จะไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เมื่อถามถึงความภาคภูมิใจ ตลอดระยะเวลา ๖ ปี ที่ผ่านมา นายพยัพ บอกว่า คนที่อยู่ในวงการพระสามารถลืมตาอ้าปาก รวมทั้งมีสภาพทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่า วงการพระเครื่องเจริญเติบโตและมีการยอมรับอย่างกว้างขวาง มีการจองคิวงานประกวดพระอย่างต่อเนื่องทั้งปี แต่ละเดือนมีหน่วยงานต่างๆ จัดงานประกวดพระไม่ต่ำกว่า ๒ ครั้ง บางเดือนจัดกันทุกๆ สัปดาห์ นายพยัพ บอกด้วยว่า ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของเพื่อนพ้องน้องพี่ในสมาคมทุกคน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ให้ความร่วมมือประสานงานกัน สร้างสรรค์งานเพื่อสังคม ลำพังคนเพียงคนเดียวทำงานใหญ่คงไม่สำเร็จ อยากให้คนรุ่นหลังเข้าสู่วงการพระ แล้วเดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทุกคนที่เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคม ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทำงานด้วยความเสียสละ กรรมการของสมาคมถือว่าเป็นกรรมการที่ทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือว่าเป็นกรรมการของสมาคมเดียวในประเทศไทย เมื่อได้รับเชิญไปร่วมงานตัดสินพระจะต้องจ่ายเงินร่วมทำบุญด้วย ในขณะที่กรรมการของสมาคมอื่นๆ หากได้รับเชิญไปตัดสินงานอะไรก็ตามจะได้เบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทาง นอกจากนี้แล้วยังมีศูนย์พระใหม่ๆ เปิดขึ้นหลายแห่ง ส่วนการบริหารศูนย์พระนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละศูนย์ว่า จะดำเนินการแบบใด สิ่งหนึ่งที่ศูนย์พระต้องคำนึงถึง คือ การจำหน่ายพระแท้ ในกรณีของการบริหารศูนย์พระเครื่องมรดกไทยนั้น นายพยัพ บอกว่า "ศูนย์พระแห่งนี้ต้องขายพระแท้เท่านั้น เงินที่ซื้อเป็นเงินแท้ พระที่ขายก็ต้องเป็นของแท้ด้วย ตู้และห้องให้เช่าบูชาพระเครื่อง หากตู้ใดตู้หนึ่งหรือห้องหนึ่งห้องใดขายพระเก๊ให้ใครไปแล้ว หากมีการร้องเรียนขึ้น ให้มาแจ้งกับผมโดยตรง แล้วท่านจะได้เงินคืนเต็มจำนวนที่เช่าพระไป ที่ผ่านมานั้นมีทั้งไล่ออกจากศูนย์ และคืนเงินให้ผู้เช่าพระ ส่วนแผงจรนั้นเราจะไม่รับประกันให้ เพราะต่างคนต่างหาของหลงในราคาถูก" สำหรับการเปลี่ยนแปลงเจ้าของสถานที่จากห้างบางลำภูมาเป็นห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า สาขางามวงศ์วานนั้น ทางคณะกรรมการบริหารสมาคมได้เข้าพบ นายเจริญ สิริวัฒนา ภักดี เจ้าของเบียร์ช้างแล้ว ซึ่งต้องขอขอบพระคุณท่านที่เห็นความสำคัญว่าศูนย์พระแห่งนี้สำคัญและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยให้เช่าอยู่ตลอดไป ทั้งนี้การต่อสัญญาเป็นไปตามกฎหมาย คือ ๓ ปีต่อครั้ง ปัญหาเรื่องพระหาย ในงานประกวดพระและการโจรกรรมพระตามวัดนั้น นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า พระหายในงานประกวดพระนั้นผู้จัดงานควรมีความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย พระหายมีผู้รับผิดชอบ ๔ ฝ่าย คนรับพระ คนส่งพระ คนเดิน และคนถ่ายรูปพระ ถือว่ามีส่วนสำคัญมาก ส่วนปัญหาเรื่องการโจรกรรมพระนั้น ทางสมาคมพยายามให้ความร่วมมือกับทางตำรวจมาตลอด พระเครื่องและพระบูชาของประชาชนที่ถูกโจรกรรม หากไม่มีภาพถ่าย ซึ่งถ่ายมาจากพระองค์จริงก็จะไม่สามารถตามคืนสู่เจ้าของได้เลย หากมีการถ่ายภาพรูปพรรณสัณฐานให้ได้เห็นชัดเจน ก็สามารถติดตามคืนเจ้าของได้โดยง่าย หน้าที่อย่างหนึ่งของสมาคมคือเหมือนสถานีตำรวจพระเครื่อง (สน.พระเครื่อง) คือคอยติดตามพระเครื่องที่ถูกลักขโมยไป หลายครั้งที่มีคนร้ายขโมยพระมาขาย ทางสมาคมก็สามารถแจ้งตำรวจจับกุมตัวได้ทันที บางคนนำพระมาขาย แต่งกายภูมิฐาน ใส่สูทเรียบร้อย แต่เมื่อทางสมาคมมีมาตรการตรวจจับคนร้ายที่โจรกรรมพระมาจากไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการกระทำความผิดไปได้ "ผมขอขอบคุณประธานภาคทุกคน กรรมการสมาคม สมาชิกสมาคม รวมทั้งผู้ที่ได้ร่วมกิจกรรมกับสมาคมทุกท่าน สำนึกของผู้ที่ใช้พระเครื่องพระบูชาคือ เรามีพระต้องทำตัวให้ดีสมกับคำพระ มีพระมีธรรมะชำระจิต มีพระจงยั้งคิดสิ่งบัดสี มีพระติดตัวรู้ชั่วดี มีพระดีเป็นที่ซึ้งทางใจ มีพระติดตัวใช่โง่งม มีพระอย่าสะสมสิ่งเลวร้าย มีพระมีศีลธรรมประจำใจ ถึงวันตายยังมีพระบอกทางธรรม" นายพยัพ กล่าวทิ้งท้าย
|
![]() ![]() |
||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||||||||||