สงกรานต์ปีนี้บางคนลุ้นระทึกว่า จะตายเท่าไร ? จะมากหรือน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่ในที่สุดก็น้อยกว่าปีที่แล้ว คือ ตายไม่ถึงเป้าที่ว่าไว้ ปี ๒๕๔๗ มีคนตายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๖๔๕ ศพ ส่วนปี ๒๕๔๘ ลดเหลือเพียง ๕๒๒ ศพ
เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อตัวเลขคนตายลดลงกว่า ๑๐๐ ศพ ก็มีคนฉงน สร้างความสงสัยให้กับผู้ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารว่า มีการซ้อนศพ หรือมีการทำศพหายบ้างหรือเปล่า ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะลดเป้าคนตายให้ลดลงได้
การให้รางวัลจังหวัดที่คนตายน้อย ตายต่ำกว่าเป้า ถือว่าเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งก็จะช่วยกันรณรงค์กวดขันไม่ให้คนเมาสุราขับรถ แต่อีกด้านหนึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รีบเก็บศพไปซ่อนเสีย
ที่แย่ไปยิ่งกว่านั้น คือ หมอไม่ยอมรับรักษาคนไข้ เพราะเกรงว่าจะเพิ่มสถิติให้จังหวัด หรือโรงพยาบาลตัวเอง เรื่องนี้ก็น่าคิดอยู่ไม่น้อย
ใคร...หรือหน่วยงานใด...ตั้งเป้าไว้เท่าไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความสำคัญมันอยู่ที่ว่า เราจะตกอยู่ในเป้าของเขาหรือเปล่าเท่านั้น ทางที่ดีที่สุด คือ เมื่อเมาก็อย่าขับรถ อย่ารีบ อย่าเร่งร้อน อย่าทำอะไรที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก จงคิดอยู่เสมอว่า มีสติ ไม่เสียสตางค์ มีสติไม่เสียชีวิต ถึงช้าดีกว่าไม่ถึง ถึงบ้านช้าดีกว่าถึงวัดเร็ว
เมาไม่ขับ เมาไม่นั่งรถไปเลยจะดีไหม คนเมาถึงจะไม่ใช่คนขับ แต่คนเมาก็เป็นตัวกระตุ้นให้คนขับรถด้วยความเร็ว แรง ทำให้คนขับเกิดความคึกคะนอง
การรณรงค์เรื่องลดจำนวนคนตายให้ต่ำกว่าเป้านั้น อย่าให้รัฐบาลและองค์กรอิสระเหนื่อยเพียงฝ่ายเดียว การรณรงค์ให้ได้ผล ต้องอยู่ที่ประชาชนด้วย มีทางใดบ้างที่จะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ไม่ให้เกิดสงกรานต์วิปริต ถึงขนาดที่ว่า นายกรัฐมนตรีประกาศว่า ปีหน้าต้องจัดโซนการเล่นสงกรานต์ เพราะการเล่นสงกรานต์เกินเลยประเพณีไร้สาระ หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย
ฝากบอกญาติโยมที่มีจิตศรัทธา ขณะนี้ที่วัดสวนแก้ว มีโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ปีนี้มาบวชประมาณ ๒๐๐ รูป ซึ่งจะบวชไปถึงกลางเดือนหน้า ญาติโยมท่านใดอยากร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเช้า หรือเพล ติดต่อได้ที่มูลนิธิสวนแก้ว โทร.๐-๒๙๒๑-๕๖๐๒-๔ ต่อ ๑๑๖, ๑๑๗ และ ๑๑๘