มูลนิธิปริยัติศึกษา
ญสส.ในพระสังฆราชูปถัมภ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ร่วมกับภาครัฐ เอกชน จัดโครงการบรรพชาสามเณรถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เนื่องในมงคลโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๕๐ พรรษา
นายวัลลภ เจียรวนนท์ รองประธานมูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ฯ กล่าวว่า โครงการบรรพชาสามเณรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี นี้ จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังเรื่องพุทธศาสนาให้กับเด็กและเยาวชน
อีกทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาติให้ยั่งยืนต่อไป
โครงการนี้มีเด็กและเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมบรรพชาเป็นสามเณรจำนวน ๒๐๐
รูป สร้างความปีติปลาบปลื้มใจแก่บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ต่างอิ่มบุญและประทับใจกับภาพของเหล่ากองทัพธรรมตัวน้อยๆ
เหลืองอร่ามไปทั่วทั้งโบสถ์ นับเป็นงานบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่มีนักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทยให้ความสนใจร่วมกันเป็นคณะเจ้าภาพ
อาทิ นายเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี และบุตรี
พระครูวิสุทธิธรรมภาณ กรรมการเลขานุการมูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ฯ กล่าวในฐานะผู้ดูแลโครงการว่า
เด็กไทยควรเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนา เนื่องจากประเทศไทยเป็นแผ่นดินธรรม
แผ่นดินทอง มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ จึงเป็นหน้าที่ของเยาวชนต้องเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ
ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ดังนั้นเยาวชนควรทำความเข้าใจพุทธธรรม และนำไปปฏิบัติใช้
ผู้ใกล้ชิดจะได้มีความสุขและนำไปปฏิบัติด้วย
นอกจากนี้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
ประจำชีวิต ประจำตัวและสังคม จนปรากฏอยู่ในธงไตรรงค์ หากเราไม่ทำความเข้าใจก็น่าละอาย
น่าเสียดาย เรียกได้ว่าเป็นชาวพุทธที่ว่างเปล่า เมื่อบรรพบุรุษนับถือทำนุบำรุงมา
เราจึงควรเข้ามาทำความเข้าใจ นำมาปฏิบัติ ได้เห็นคุณค่าพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องเชย
แต่เป็นการปฏิบัติที่เห็นผลได้จริงอยู่ในทุกยุคทุกสมัย
"ศีลข้อแรกไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นไม่เดือดร้อน ศีลข้อสองเรื่องการกล่าวเท็จก็เช่นกัน
ไม่มีใครต้องการถูกหลอก การดื่มสุราจนครองสติไม่อยู่ก็ก่อให้เกิดความประมาทมากมาย
คนดื่มสุราทำร้ายได้แม้พ่อแม่ พูดจาไม่สำรวม เสื่อมเสีย เป็นที่เดือดร้อนและอับอาย
จะเห็นว่าแม้เพียงศีล ๕ พื้นฐาน ก็เป็นประโยชน์กับผู้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจึงควรนำพุทธธรรมมาประกอบดำเนินชีวิต
เป็นสิ่งดีกับตัวเองและสังคม" พระครูวิสุทธิธรรมภาณ กล่าว
ส่วนความรู้สึกของเหล่าเด็กๆ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ สามเณรเสรี เสรีเทศ
อายุ ๑๐ ปี บอกว่า เคยบวชเณรมาแล้ว ๒ ครั้ง เป็นการบวชในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนทั้ง
๒ ครั้ง ซึ่งในตอนแรกเป็นการบวชตามเพื่อน แต่ปรากฏว่าบวชแล้วรู้สึกดี อีกทั้งชอบเรียนเรื่องศีลธรรม
เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้
"ผมมีความผูกพันอยู่กับวัดมาเป็นเวลานานแล้ว ไปทำบุญที่วัดกับแม่เป็นประจำ
พอดีที่บ้านก็อยู่ติดกับวัด การบวชครั้งนี้ก็ได้ชวนน้องชายมาบวชด้วย ผมรู้สึกดีที่ได้บวชให้กับพ่อแม่
และยังได้สวดมนต์ด้วย"
อย่างไรก็ตาม ประชาชนหรือผู้ปกครองคนใดต้องการเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการบรรพชาสามเณรในครั้งต่อไป
สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์กิจการพิเศษและสังคม เครือเจริญโภคภัณฑ์
โทร. ๐-๒๖๓๘-๒๗๔๓, ๐-๒๖๒๕-๘๑๓๐