ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา จะเห็นว่า มีหนังสือขึ้นแผงใหม่ๆ ทั้งเรื่อง หะญีสุหลง (สำนักพิมพ์มติชน) และ ดูชงญอ ของภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ ที่สำนักพิมพ์ร่วมด้วยช่วยกัน จัดพิมพ์ออกมาอีกครั้งหนึ่ง
ดูชงญอ เป็นเรื่องราวความร้อนระอุที่เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ เริ่มต้นจากความเข้าใจผิด แต่สานต่อไปกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างพี่น้องชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม ข่าวโจษจันไปต่างๆ นานา ข้อมูลสับสน รัฐบาลกลางก็ไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง
วรมัย กบิลสิงห์ จึงเดินทางไปสถานที่เกิดเหตุ ดูชงญอ เพื่อบันทึกเรื่องราวนำเสนอต่อคณะรัฐบาล และเปิดเผยต่อสังคมไทย
เรื่องราวของพลตำรวจ ๔ นาย ที่ทางการส่งไปเป็นหัวหอกเพื่อดูกำลังของฝ่าย ขบถ ถูกฆ่าตายทั้ง ๔ นาย เขาเป็นวีรบุรุษที่ไม่มีใครกล่าวถึง
พลตำรวจวินไกรเลิศ ต่อสู้จึงถึงนาทีสุดท้าย แม้จะถูกยิงเข้าที่ศีรษะก็ยังจับปืนไล่ยิง เขาเป็นลูกชาวตรัง ขอจารึกวีรกรรม และให้เธอจงไปสู่สุคติ
ชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่เป็นผู้รักสงบ ใฝ่สันติ และเคร่งศาสนา คุณเด่น โต๊ะมีนา บุตรชายของหะญี สุหลง มาเปิดเผยความจริงในงานเปิดตัวหนังสือ "ดูชงญอ"
เมื่อกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จะเห็นว่า แม้ขณะที่เล่าถึงความทารุณโหดร้าย ที่หะญีสุหลง ผู้บิดาได้รับ คุณเด่นก็เล่าข้อมูลไปตามความจริง มิได้มีอารมณ์เคียดแค้นแต่อย่างใด แสดงถึงฐานใจที่ใฝ่สันติ น่าชื่นชม และขอโมทนา
ความไม่สงบและความรุนแรงนั้น บัดนี้ดูจะคลี่คลายไปในทางที่เป็นนิมิตหมายอันดี ด้วยความตระหนักแล้วว่า ความรุนแรงไม่สามารถยับยั้งด้วยความรุนแรง ตรงกันข้ามจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัว
กรรมการสมานฉันท์ที่เริ่มเข้ามาทำงาน เพื่อความผาสุกของพี่น้องชาวใต้ กำลังก้าวเดินอย่างถูกทาง แบบเดียวกับท่าทีของคุณเด่น โต๊ะมีนา ที่สงบและสันติ
ท่าทีของท่านนายกฯ ชาวเหนือ ที่มีชื่อเอาใจชาวใต้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ดีกรีความร้อนในภาคใต้ลดลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ขอโมทนาและขอเอาใจช่วย
ธัมมนันทาภิกษุณี