ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีนิสัยอ่อนน้อมและพร้อมที่จะขอโทษทุกครั้งที่กระทำความผิด
หรือแม้ตนเองไม่ได้กระทำความผิดอะไรเลย ญี่ปุ่นที่ได้รับการศึกษาอบรมมาดีก็ไม่เคยลังเลที่จะขอโทษ
ขอโพย เมื่อพบว่าตนเองเป็นต้นเหตุของความไม่สบายใจของผู้อื่น
แต่ครั้นชาวญี่ปุ่นรวมเป็นกลุ่มทำงานในฐานะสถาบัน บริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ท่าทีที่ละมุนละไม
และพร้อมที่จะขอโทษนั้นพลันหายไปด้วยสำนึกและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและความเป็นส่วนรวมของตน
ความรู้สึกที่รุนแรงของการรวมกลุ่มนี้จะมากที่สุดเมื่อเกิดสำนึกของความเป็นชาติ
หากเปรียบเทียบกับเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศสหายร่วมก่อสงครามโลกครั้งที่
๒ ญี่ปุ่นแตกต่างจากเยอรมนีอย่างชัดเจน ในขณะที่นักการเมืองเยอรมนีกล้ายอมรับผิดและขอขมาต่อประเทศทุกประเทศและ
ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และตำราประวัติศาสตร์ที่สอนในโรงเรียน
ของเยอรมนีบรรยายความผิดพลาดของสงครามครั้งนั้นอย่างเปิดเผย แม้โทรทัศน์ในเยอรมนีเองถึงปัจจุบัน
ก็ไม่เคยยุติการแพร่ภาพสารคดีสงครามโลกครั้งที่ ๒ ให้คนเยอรมันได้ชมไม่เว้นแต่ละวัน
แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นกลับทำตรงกันข้าม ตำราประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นไม่เคยเล่าถึงความเสียหายและหายนะ
ที่ประเทศของตนได้เคยก่อกรรมทำเข็ญกับชาวจีน เกาหลี หรือประเทศในเอเชียอื่นๆ
ไม่เคยมีผู้นำประเทศญี่ปุ่นคนใดกล่าวของโทษต่อชาติเหล่านั้นเลย
ขณะเดียวกันคนรุ่นหนุ่มสาวที่เพิ่งจบ
มหาวิทยาลัยใหม่ๆ ไม่มีใครอยากได้ยินเรื่องบทบาทของชาติของตน
ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ เลย ประชาชนญี่ปุ่นทั่วไปจะทราบถึงเรื่องหายนะของการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา
และนางาซากิเป็นอย่างดี แต่ไม่มีใครทราบเรื่องการสังหารหมู่ประชาชนจีนซึ่งชาวจีนเสียชีวิตภายในวันเดียว
ถึงสามแสนคน หรือการบังคับหญิงสาวเกาหลีมาเป็นนางบำเรอให้ทหารกองทัพญี่ปุ่นหรือการจับชาวเกาหลีมาทดลองทางวิทยาศาสตร์
ความทรงจำในเรื่องบาปกรรมของญี่ปุ่นที่กระทำต่อคนจีนและเกาหลีไม่เคยหมดไปเลย
ซึ่งกำลังประทุขึ้น เป็นการประท้วงที่ลุกลามไปยังเมืองใหญ่ๆ ของจีน และมีท่าที
ที่จะบานปลายกระทบกระเทือนต่อการทูตและการค้าของทั้งสองประเทศได้
การประท้วงทั้งหมดนี้มีต้นตอจากความพยายาม
ของญี่ปุ่นที่จะขอเป็นสมาชิกถาวรของสมัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องสอนใจชาวพุทธที่ดีให้เห็นถึงความไม่สูญสิ้นของกรรม
ช้างตายทั้งตัวแม้ ๖๐ ปีมาแล้วก็ยังหาใบบัวที่ไหนมาปิดไม่มิด
พระเมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ