"ความรู้สึกส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยเชื่อ ในเรื่องของอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรมากนัก เพียงแต่ให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างไม่ประมาท ไม่วุ่นวาย ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้าง แต่ดำรงชีวิตอยู่กันอย่างสงบสุขเท่านี้เราก็พอใจในการดำเนินชีวิตแล้ว และสิ่งสำคัญเราต้องพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่"
นี่เป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิตของ นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตตลิ่งชัน-ภาษีเจริญ หรือที่ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า "ส.ส.ดุ่ย"
ส.ส.ปิติพงศ์ กล่าวว่า ความเป็นปาฏิหาริย์ หรือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อในชีวิตเคยประสบมาครั้งหนึ่ง โดยได้มาพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชวนชื่น ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบอากาศค่อนข้างเย็นสบายตลอดทั้งปี อยู่มาประมาณ ๑๐ ปี ก็อยู่กันอย่างสงบสุขมาตลอด กระทั่งคุณแม่ (สิริพร เต็มเจริญ) ได้เสียชีวิตไปแล้ว เสียงสุนัขจะหอนดังตลอดทั้งคืน เป็นแบบนี้มาประมาณ ๘ เดือนแล้วเสียงของสุนัขหอนก็ยังคงอยู่
เรื่องจิตวิญญาณ สมาธิ กรรม และเรื่องเร้นลับ หากเราได้สวดมนต์หรือทำบุญ ผลที่ได้ก็คือเราจะสบาย พร้อมกับได้อุทิศส่วนกุศลไปให้กับดวงวิญญาณที่ตายไปแล้ว บุคคลเหล่านั้นก็จะได้รับผลบุญนี้ ชีวิตของคนเราตามความรู้สึกของตัวเองก็คิดว่า ชีวิตเราเกิดมาก็เป็นไปตามกรรม ใครทำดีเอาไว้ก็จะได้รับผลของกรรมดีกลับไป ใครทำกรรมชั่วก็จะได้ผลของกรรมชั่วกลับไป เรื่องวิญญาณจึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าแท้จริงคืออะไรกันแน่
"เป็นเรื่องแปลกเหมือนกันว่าเกิดจากอะไร ถ้าไม่นำเรื่องของคุณแม่เสียมาคิด แต่ผมก็เชื่อว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้หมาหอน บางคืนทำให้แม่บ้านกลัวกับเสียงหมาหอนด้วย ส่วนตัวแล้วผมก็ยังเชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริงอยู่แล้ว กฎแห่งกรรมมีจริงมากๆ ผมรู้ผมเข้าใจจากการทำงานมาว่า ใครมาทำอะไรกับเราไว้ไม่ดีก็ไม่เคยโต้ตอบเขา แต่ก็คิดเสมอว่าปล่อยเขาไปเถอะ ตามบุญตามกรรม ใครทำชั่วก็ต้องรับกรรมกันไป ชีวิตเขาก็จะไม่มีความสุข" ความเชื่อเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมของ ส.ส.ดุ่ย
สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดตัวประจำ คือ พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ รุ่น ๑ พระสมเด็จจิตรลดา ได้มาจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ได้มาใช้ระหว่างการหาเสียงจะได้โชคดี แคล้วคลาดปลอดภัย และพระสมเด็จวัดระฆัง ได้มาจากคุณแม่ที่ให้ไว้ติดตัวเพื่อให้เกิดความโชดดีเช่นกัน ใครจะว่ามีปาฏิหาริย์อะไรหรือไม่ ตรงนี้ยังไม่ทราบ แต่เราเชื่อว่าบูชาท่านแล้วชีวิตเราหรือคนในครอบครัวเราดีขึ้น
ขณะเดียวกันภายในห้องพระที่มีพระพุทธรูปบูชาเอาไว้เป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีการบูชาพระพิฆเนศ เทพแห่งความฉลาดรอบรู้แห่งศิลปะวิทยาการเพื่อการเคารพบูชา เพราะท่านก็เป็นผู้ประสิทธิประสาทวิชาต่างๆ ให้ แม้ตัวเองจะไม่ใช่ศิลปินนักแสดง แต่การเป็น ส.ส.ก็จะต้องใช้ศิลปะในการพูดให้ประชาชนได้เข้าใจในสิ่งที่เราจะมารับใช้บ้านเมือง ส่วนเต่าสองตัว หรือเต่าคู่ ก็เชื่อกันว่าใครมีเอาไว้บูชาจะทำให้ในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข
ส่วนเหตุผลการแขวนพระนั้น ส.ส.ปิติพงศ์ บอกว่า ความรู้สึกส่วนตัวการแขวนพระก็เพื่อให้เกิดความสบายใจ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองตัวเรา หรือบางครั้งพระเครื่องที่เราแขวนติดตัวนี้ยังเป็นการย้ำเตือนไม่ให้เรากระทำความชั่ว ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนผู้อื่น ส่วนเรื่องอุบัติเหตุแคล้วคลาดในชีวิตไม่เคยมีประสบการณ์ใดๆ เลย อาจเป็นเพราะไม่เคยประมาทในการดำเนินชีวิตนั่นเอง
นักการเมืองหนุ่ม กล่าวต่อว่า ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านส่งลูกไปโรงเรียนก็จะต้องพามาสวดมนต์ไหว้พระกันเป็นประจำ อย่างน้อยเราอยากให้ลูกได้รู้ว่า การทำความดีเป็นอย่างไร แล้วสิ่งที่ไม่ดีไม่ควรทำนั้นเป็นอย่างไร ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก หากเขาสามารถแยกแยะสิ่งที่ดีและไม่ดีได้ โอกาสที่พวกเขาจะออกไปเผชิญกับโลกภายนอกก็จะไม่มีปัญหา เราในฐานะพ่อก็จะสบายใจ เพราะเขามีภูมิคุ้มกันที่ดี และวันหยุดยังพาลูกๆ ไปที่วัดไผ่สิงโต เพื่อให้เขาเห็นเปรต ผี สาง เมื่อพวกเขาได้เห็นสิ่งที่คนทำไม่ดีจะต้องได้รับโทษรับกรรมเขาก็จะกลัวไม่คิดทำ
นอกจากนี้แล้ว ส.ส.ปิติพงศ์ ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลขอีกด้วย เช่น เลขทะเบียนรถยนต์ที่ชอบและใช้ในการดำเนินชีวิตประกอบด้วย พง ๑๑๑๙ , พย ๑๑๑๙, พค ๑๑๑๙ โดยเขาให้เหตุผลว่า เมื่อทำอะไรก็แล้วแต่ อยากให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านชวนชื่น ซึ่งไกลจากการขนส่งคมนาคมในเมืองค่อนข้างมาก ทำให้ชีวิตทุกวันนี้ต้องขับรถยนต์ไปทำงาน จิตสำนึกเราก็ต้องรู้ว่าเราจะต้องก้าวไปข้างหน้า ชีวิตต้องก้าวหน้ากว่าเดิม เช่น วันนี้ออกจากบ้านไปมีเลขสาม แต่เมื่อกลับเข้าบ้านชีวิตจะต้องเป็นเลขสี่ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา เราทำแล้วมีความสุข
ส.ส.ดุ่ย บอกด้วยว่า ใครแนะนำอะไรดีก็จะเชื่อหมด เนื่องจากเราเชื่อแล้วกระทำตามก็ทำให้เกิดเป็นความสุข ความสบายใจได้ ด้วยเหตุนี้จึงอยากทำ เช่น หลายคนจะถามว่าเลือกตั้งทุกครั้งไปบนบานที่ไหนหรือไม่ ก็คงทำตามสูตรของนักการเมือง คือจะเดินทางไปไหว้วัดพระแก้ว พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ศาลหลักเมือง และไปจบที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทำเพียงเท่านี้ก็ทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง
"โดยส่วนตัวแล้วยังเป็นคนชอบอ่านหนังสือธรรมะของท่านพุทธทาส รวมทั้งพระอาจารย์อื่นๆ อีกหลายคน สิ่งสำคัญการอ่านหนังสือธรรมะอย่างเดียวคงไม่พอ การปฏิบัติตามจึงเป็นเรื่องจำเป็น ใครที่อ่านแล้วไม่ปฏิบัติตาม แต่กระทำความชั่ว ตรงนี้จะอ่านธรรมะให้มากเป็นร้อยเล่มก็คงไม่เกิดประโยชน์อันใด ประโยชน์ของธรรมะจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งถ้าอ่านแล้วปฏิบัติ จิตใจเราก็จะเป็นสุข" ส.ส.ปิติพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
"เป็นเรื่องแปลกเหมือนกันว่าเกิดจากอะไร ถ้าไม่นำเรื่องของคุณแม่เสียมาคิด แต่ผมก็เชื่อว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้หมาหอน บางคืนทำให้แม่บ้านกลัวกับเสียงหมาหอนด้วย"
----------------//////----------------
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง 0
0 ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง 0