![]() |
|
![]() | ||||||||
| ||||||||
พระเครื่องคู่ใจคนดัง : "ช่วยคนตกทุกข์ก็สุขได้" คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช
นี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อเขียนจากหนังสือ "คำพ่อ คำแม่" ของพระธรรมกิตติวงศ์
(ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) ที่ คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช ประธานชมรม
OPPY (Old People Playing Young Club) ได้นำมาตีพิมพ์เพื่อแจกเผยแพร่ต่อสังคม
"รวยแล้วอย่าลืมตัว"
ประโยคนี้เป็นสิ่งที่คุณหญิงชัชนีอยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทย พร้อมกับอธิบายให้ฟังว่า
การอดออมเป็นความดี เริ่มต้นที่คนซึ่งกำลังจะสร้างฐานะ ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
อดออมได้มากก็จะมีเหลือมาก
เหลือมากเท่าไรก็จะสร้างฐานะได้เร็วขึ้นเท่านั้น เมื่อต้องการตั้งตัวก็ต้องเริ่มที่อดออมก่อน
อย่าสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย รู้จักกินรู้จักใช้ กินใช้แต่พอดี ทำได้ก็ตั้งตัวได้
ขอเตือนไว้ล่วงหน้าว่า เมื่ออดออมจนสร้างฐานะได้พอสมควรแล้ว ต้องระวังตัวไว้อย่างหนึ่ง
คือ ทรัพย์สินเงินทองที่อดออมไว้จนทำให้ฐานะลูกดีขึ้นแล้วนั้นอาจทำให้ลูกลืมตัวเผลอใจหลงใหลได้ปลื้มกับเงินทองทรัพย์สินเหล่านั้น
จนกลายเป็นคนตระหนี่เห็นแก่ตัวได้ ทำให้กลายเป็นคนกระด้าง หยิ่งยโส คิดใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน
หรือเที่ยวข่มเหงรังแกคนอื่นโดยคิดว่า ตัวเองมีเงินมีทอง จะทำอะไรตามใจชอบก็ได้เพราะเงินทองเป็นดาบสองคมอยู่
ให้คุณก็ได้ให้โทษก็ได้
ในทางกลับกัน ใครที่ทำความชั่วเอาไว้ วันหนึ่งกรรมชั่วก็จะตอบสนองกลับมาหาเราไม่ช้าก็เร็วเพราะว่าแม่เคยท่องให้ฟังบ่อยๆ ว่า...ทำกรรมใดเล่า เหมือนเงาตามตน แม้สร้างกุศลเหมือนกันแหละนาย... ท่านก็ท่องให้ฟังตั้งแต่เป็นเด็ก เราก็จำเอาไว้เตือนตัวเองตลอดมา
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่คุณหญิงชัชนีกับสามี (ดร.เกษม จาติกวณิช) เป็นคนค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองสูง
ประกอบกับเป็นคนใจร้อน นั่งสวดมนต์นานๆ เป็นต้องแพ้สังขารตัวเอง จึงเป็นที่มาของการไม่ค่อยได้เข้าวัดทำบุญเหมือนชาวพุทธทั่วๆ
ไป แต่จะทำบุญให้กับวัดที่คิดว่าน่าจะพัฒนาหรือมีคนมาบอกบุญ ก็จะช่วยทำบุญกันไป
ขณะเดียวกัน คุณหญิงชัชนียังให้มุมมองเกี่ยวกับพระเครื่องเอาไว้อย่างน่าฟังว่า แม้ตนเองจะไม่ได้แขวนพระเครื่องก็ไม่เคยลบหลู่ เนื่องจากไม่ทราบว่าเรื่องปาฏิหาริย์มีจริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถพิสูจน์ให้กระจ่างว่า แท้จริงมันคืออะไร ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่าเป็นปาฏิหาริย์หรือเป็นความบังเอิญ เมื่อครั้งทำห้องพระที่บ้านย่านบางนา-ตราด กม.๑๖ แล้วมีช่างสถาปนิกได้วาดภาพพระปางป่าเลไลยก์เพื่อให้เข้ากับพระพุทธรูปที่จะนำมาบูชา แล้ววันหนึ่งก็ได้พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์องค์นี้มาบูชาแล้ววางพอดีกับภาพที่วาดเอาไว้
ประวัติพระปางนี้มีเรื่องราวประวัติความเป็นมาว่า สมัยหนึ่งพระพุทธองค์ประทับอยู่ที่เมืองโกสัมพี พระภิกษุชาวเมืองโกสัมพีสองพวกคือกลุ่มพระธรรมกถึก ที่เคร่งครัดในธรรมตามพระสูตร และกลุ่มพระวินัยธร ผู้ยึดถือเอาพระวินัย เป็นหลักในการประพฤติ เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ในเรื่องอาบัติเล็กๆ น้อยๆ แม้พระพุทธองค์ทรงตรัสห้ามถึง 3 วาระ ก็ไม่มีพระภิกษุรูปไหนยอมเชื่อฟัง เพื่อจะกำราบจึงเสด็จหลีกไปจำพรรษาในป่ารักขิตวันใกล้หมู่บ้านปาลิไลยกะ ในป่านั้นเองมีพญาช้างสารเชือกหนึ่งซึ่งเป็นช้างฉลาด รู้ภาษามนุษย์ มีบริวารมาก บรรดาช้างพัง ต่างคอยเบียดเสียดแย่งอาหาร เวลาจะดื่มน้ำ ก็ได้ดื่มแต่น้ำขุ่นๆ จึงเกิดความเบื่อหน่ายในโขลง หลีกหนีไปอยู่ในราวป่า และไปเจอพระพุทธองค์ ได้เข้าไปงอเข่าถวายบังคมและคอยปรนนิบัติรับใช้ทุกอย่าง ยากที่บุคคลสามัญจะทำได้
"มีพระ มีเหรียญ มีแหวน ผ้ายันต์ หรือวัตถุมงคลอื่นๆ ไว้กราบไหว้บูชาเป็นร้อยๆ พันๆ นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ปลุกปลอบเพิ่มพูนกำลังใจ มัวหลงใหลอ้อนวอนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่คิดที่จะทำงานทำการ ก็อย่าหวังเลยว่าจะประสบ ความสำเร็จสมดังปรารถนา เพราะความสำเร็จอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่อยู่ที่คำอ้อนวอน นี่เป็นสัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า" นี่คือหลักธรรมของ หลวงปู่ธัมมา พิทักษา ที่คุณหญิงชัชนีจำได้อย่างแม่นยำและยึดปฏิบัติตลอดมา 0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง 0
|
![]() ![]() |
||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||||||||||