คนบางคนเกิดมาแล้ว มีชีวิตที่ ไร้สาระ...เสียจริงๆ เพราะว่าไปคิดไปทำเรื่องไร้สาระ ชีวิตจึงเหมือนกับถังขยะ เก็บเอาสิ่งที่ไร้สาระซึ่งมีแต่ความเน่าเสีย
ผู้ชายบางคน ทำแต่เรื่องไร้สาระในชีวิต เช่น ชอบแต่ร้องรำทำเพลง, ชอบทำตัวเป็นนักเลง, ชอบครื้นเครงวงเหล้า, ชอบเป็นเฒ่าหัวงู, ชอบเจ้าชู้สำส่อน, ชอบเข้าบ่อนพนัน, ชอบพัวพันยาเสพติด, ชอบทำตัวมีอิทธิพล
ผู้หญิงบางคน ก็ทำแต่เรื่องไร้สาระในชีวิต เช่น เสริมเต้า, เอาซิลิโคลมาฉีด, รีดน้ำหนัก, สักคิ้วเติม, เสริมจมูก, ปลูกเส้นผม, ฉีดนม, ดึงหน้า, ผ่าเครื่องเพศ
เด็กหญิงชายบางคน ก็ทำแต่เรื่องไร้สาระ เช่น ชอบทำตัวแบบญี่ปุ่น ฝรั่ง, พ่อแม่สอนสั่งไม่เชื่อ, ใส่เสื้ออวดนม, ไว้ผมเหมือนสัตว์, คาดเข็มขัดใต้สะดือ, บ้ามือถือรุ่นใหม่, ใส่กางเกงในโชว์ขอบ
พระสงฆ์บางรูป ก็ทำเรื่องไร้สาระ เช่น สร้างนกสาลิกาลิ้นทองให้คนเช่า, สร้างเต่าให้คนบูชา, สร้างปลาให้คนกราบไหว้, สร้างไซให้ดักทรัพย์, สร้างเสกของลับให้นำโชค พระพวกนี้ไม่นิยมสร้างรูปพระพุทธเจ้าให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ทั้งที่ตนเองบวชเป็นพระได้เพราะพระพุทธเจ้า
เจ้าอาวาสบางวัด ทำวัตถุมงคลได้สารพัด แต่ลืมสร้างพระประธานในโบสถ์ที่ตนเองบวชหรือเป็นเจ้าอาวาส เอาพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้าลงเขียนลงในสิ่งที่เป็นอัปมงคล เมื่อตนเองไร้สาระ ของที่ทำออกมาก็ไร้สาระ คนที่เข้าไปหาพระรูปนั้นๆ ก็มักเป็นคนไร้สาระ
ความจริง ชีวิตร่างกายเรานี้ ก็มาจากธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ก่อตัวขึ้นมาแล้วแยกเป็นอวัยวะร่างกาย โดยมีจิตเป็นผู้สิงอาศัย แต่แทนที่จะทำให้ ธาตุ เป็น ทาส เพื่อการบำเพ็ญเรื่องมรรค ผล นิพพาน กลับใช้ธาตุนั้นเป็นทาสแห่งทิฏฐิ ตัณหา อุปาทาน เมื่อถึงกาลแตกกาย ทำลายขันธ์ จึงมิได้มีอะไรเป็นสาระ ประดุจดังถังขยะที่บรรจุของเน่าสารพัดที่แตก ย่อมส่งกลิ่นเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนแก่คนทั้งหลาย
แต่ในชีวิตของคนบางคน เมื่อเห็นว่าร่างกายนี้เป็นทาสรับใช้เพื่อจะบำเพ็ญคุณงามความดีก็ใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ ถึงแม้จะมีบาปเป็นทุน ก็มีบุญเป็นกำไร ครั้นเมื่อถึงคราวแตกกาย ทำลายขันธ์ลง ก็ประดุจดังหีบหรือกำปั่นที่บรรจุเพชรพลอยที่ถูกเปิดฝาหรือแตกออก ย่อมปรากฏเพชรพลอยมากมายมหาศาล
คนที่รู้ว่าความประพฤติของตนเป็นเรื่องของคนไร้สาระ แล้วปรับเปลี่ยนความประพฤตินั้นหันมากระทำความดี อย่างนี้เรียกว่า "คนพ้นภัย" เพราะชนะใจตนเอง