วันก่อน...โน้ต เชิญยิ้ม และคณะผู้สร้างหนังเรื่อง "หลวงพี่เท่ง" ได้เยี่ยมอาตมาที่วัด พร้อมกับถวายเงินทำบุญร่วม ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยบอกว่า ได้เอามุกของอาตมาไปสอดแทรกไว้ในหนัง...อาตมาขออนุโมทนาบุญด้วย
ยุคหนึ่งหนังผีมาแรงแซงหนังพระ แต่วันนี้หนังพระมาแรงแซงหนังผี หนังพระอย่างเรื่อง หลวงพี่เท่ง ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของหนังพระ หนังที่เกี่ยวกับวัดที่ทำเงินได้เกินร้อยล้านบาท
ใครที่เอามุกเทศน์ของอาตมาไปขยายความต่อ เอาสำเนียงเสียงพูดของอาตมาไปล้อเลียน สิ่งหนึ่งที่อยากให้เอาไปด้วย คือ "ธรรมะ" เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี อาตมาไม่เคยคิดถือโกรธอะไร เพราะสังคมเราต้องมีอารมณ์ขันบ้าง เครียดไปสังคมก็ซีเรียสเท่านั้น
จริงๆ แล้ว หนังเรื่อง "พยอม" ซึ่งเป็นประวัติของอาตมาเอง สร้างเป็นหนังแผ่นมานานแล้ว โดยสะท้อนชีวิตของอาตมาตั้งแต่เด็ก การต่อสู้ มาตอนเป็นพระ แต่ยังไม่ได้ออกมาจำหน่าย ไว้ออกมาจำหน่ายเมื่อไรก็ขอให้ช่วยสนับสนุนด้วยก็แล้วกัน ขอเพียง หนึ่งส่วนสี่ของหนังหลวงพี่เท่งก็พอ
หนังที่เกี่ยวกับประวัติพระเกจิอาจารย์ต่างๆ เช่น หลวงพ่อคูณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ถ้าสร้างดีๆ ก็เป็นธิษฐานุสติ เป็นแบบอย่าง เป็นต้นแบบ เตือนใจสำหรับการดำเนินชีวิต หนังเหล่านี้ล้วนมีสาระ แต่กลับไม่ค่อยมีคนดู
คติธรรมในหนังเรื่อง หลวงพี่เท่ง แม้ว่ามีอยู่เพียงเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้คนจำได้ เช่น ตอนหนึ่งมีกำนันมาก่อกวนขู่ฆ่า หลวงพี่เท่งก็ให้คติธรรมว่า "ตายก่อนก็เป็นผีรุ่นพี่ ตายหลังก็เป็นผีรุ่นน้อง เอาไว้เจอกันในวันรับผีน้องใหม่"
แต่หนังที่แย่สุดก็คือ หนังผี โดยเฉพาะไอ้ประเภทที่สร้างออกมาแล้วสื่อออกมาว่า พระกลัวผี พระวิ่งหนีผี ทำให้ภาพลักษณ์ของพระเสียหาย ทำให้มองดูว่าไม่สมกับเป็นพระ เมื่อพระกลัวผี แล้วคนจะไปพึ่งใคร
จึงอยากฝากบอกถึงคนสร้างหนังด้วยว่า อย่าหวังแต่เอาสนุก อย่าหวังจะได้เงินจากคนดูเพียงอย่างเดียว ให้คิดถึงผลกระทบต่อพระศาสนาด้วย
สำหรับอาการป่วยของอาตมานั้น หนังสือพิมพ์บางฉบับขายข่าว ลงข่าวเกินความจริงมากไป คนก็เลยตื่นข่าว
อย่างไรก็แล้วแต่ ขออนุโมทนาลูกศิษย์ลูกหา ทั้งที่โทรมาหาและเดินทางมาเยี่ยมที่วัด ช่วงนี้ต้องของดกิจนิมนต์ที่ไกลๆ ส่วนงานที่วัดก็เริ่มวางมือให้ลูกศิษย์ช่วยทำแทน ไม่ได้ออกสวนเหมือนในอดีต