เมื่อพูดถึงพระพุทธรูปบูชาในศูนย์พระเครื่องแล้วจะต้องมีคำถามต่างๆ
ตามมาอีกมากมาย พระพุทธรูปบูชาที่ตั้งอยู่ในศูนย์พระ เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อยากรู้ข้อเท็จจริงทั้งนั้นว่าเจ้าของร้านนำเอาพระพุทธรูปเหล่านี้มาจากไหน
ได้มาอย่างไร คำถามเหล่านี้มีกันมานมนาน
พระพุทธรูปบูชานี้ โดยรวมแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ พระพุทธรูปเก่าและพระพุทธรูปใหม่
พระพุทธรูปบูชาเก่า หมายถึง พระพุทธรูปที่มีอายุการสร้างมานานเป็นร้อยๆ
ปีขึ้นไป ซึ่งนักเล่นเรียกพระเหล่านี้ว่า "พระสมัย"
ส่วนพระพุทธรูปบูชาใหม่ หมายถึง พระพุทธรูปที่มีอายุการสร้างไม่นาน
สร้างมาประมาณ ๓๐-๔๐ ปี หรือที่กำลังสร้างใหม่ในยุคปัจจุบัน
พระพุทธรูปในศูนย์พระเท่าที่สังเกตดูโดยทั่วไปมีทั้งที่จำหน่ายให้เช่าบูชาและไม่ได้จำหน่ายก็มี
ซึ่งคงมีไว้โชว์หรือไว้บูชาเอง
นักเล่นพระยุคปัจจุบันเริ่มมีการรวมตัวกัน นิยมเล่นพระเป็นกลุ่ม
ไม่กระจัดกระจายเหมือนยุคก่อน นิยมเปิดเป็นศูนย์หรือเป็นชมรม มีสมาคมรองรับ
ศูนย์พระเครื่องที่มีการรวมตัวขนาดใหญ่ๆ ค่อนข้างได้มาตรฐานทั่วไป นอกจาก
สนามใหญ่ท่าพระจันทร์ แล้ว ปัจจุบันมักเปิดกันตามห้างสรรพสินค้าหรือตามโรงแรมใหญ่ทั่วไป
เช่น ศูนย์พระเครื่องมรดกไทย ณ ห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน ศูนย์พระเครื่องมณเฑียร
ณ โรงแรมมณเฑียรพลาซ่า หรือศูนย์พระเครื่องสีลมแกลอเรีย เป็นต้น
ศูนย์พระเครื่องใหญ่ๆ เหล่านี้มีพระเครื่องพระบูชาจำนวนมากมาย
มีองค์ขนาดเล็กและองค์ขนาดใหญ่ หลายยุคหลายสมัยไว้ให้ชมและจำหน่าย
พระบูชายุคที่เก่าแก่ที่สุด ได้แก่ พระบูชาศิลปะยุคทาวารวดี
ซึ่งมีอายุเกินกว่า ๑,๐๐๐ ปี รองลงมาก็เป็นพระบูชาศิลปะยุคศรีวิชัย ศิลปะยุคลพบุรี
ศิลปะยุคเชียงแสน ศิลปะยุคสุโขทัย ศิลปะยุคอู่ทอง ศิลปะยุคกำแพงเพชร ศิลปะยุคอยุธยา
ศิลปะรัตนโกสินทร์ และศิลปะรัชกาล เป็นต้น
พระบูชาทุกศิลปะที่ยกมาข้างต้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระยุคไหนๆ
ก็มีราคาค่างวดค่อนข้างสูงทั้งสิ้น คงว่ากันที่ หลักพัน หลักหมื่น หลักแสนขึ้นไป
และยังมีอีกมากมายหลายองค์ที่มีราคาเกินล้านบาท
พระบูชาจำนวนมากมายเหล่านี้ ถ้าจะถามว่า นำกันมาจากไหน
มากันได้อย่างไร ของเก่าจริงไหม ขโมยกันมาหรือเปล่า คำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นนักเล่นพระยุคไหนรุ่นไหนก็โดนคำถามแบบนี้มาตลอด
ผู้เขียนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบพระพุทธรูปบูชาทุกยุคทุกสมัยเอามากๆ
เมื่อก่อนเคยแอบสำรวจเซียนพระรุ่นเก่าๆ รวมทั้งรุ่นใหม่ ตลอดจนร้านพระทั่วๆ
ไป ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เขาได้พระบูชากันมาจากไหน เป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก
ถามสิบคนก็ว่ากันไปสิบอย่าง บางคนบอกว่าได้มาจากมรดกตกทอดบ้าง บางคนบอกว่าเช่าต่อๆ
กันมาบ้าง บางคนก็ว่าพระองค์นี้น่าจะขโมยมาจากโน่นจากนี่บ้าง บางคนก็ว่าขุดจากกรุได้
บางคนก็หาว่าเป็นพระวัดก็มี ฯลฯ นานาจิตตัง ใครจะคิดยังไงก็อาจเป็นไปได้หมดทุกอย่างล่ะครับ
แต่เรื่องจริง ณ ปัจจุบันนี้ ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าไม่มีเซียนคนไหนอยากทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกครับ
เขาลงทุนเปิดห้องเปิดร้าน เขาต้องการเครดิต ต้องการลูกค้า ต้องการชื่อเสียง
ไม่มีใครอยากซื้อของโจร ขโมยของวัดไว้คอยอัดลูกค้าหรอกครับ วงการพระมีสมาคม
หูตานักเล่นปัจจุบันกว้างไกลมาก ใครทำอะไรไม่ดี แป๊บเดียวก็จบ คงไม่มีใครอยากจะเสี่ยงหรอก
ทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป วงการพระก็เช่นกัน
มีข่าวอยู่บ่อยๆ เรื่องแก๊งขโมยพระที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง ลักลอบตัดเศียรพระบ้าง
สร้างเรื่องว่ามีพระแตกกรุบ้าง อุปโลกน์กันขึ้นมา เพื่อจะได้เอามาหลอกขายกัน
ไอ้พวกนี้ก็น่ากลัว แตกกรุกันทุกปี ปีละกรุสองกรุ พอเขาจับได้ไล่ทันก็พยายามโยนความผิดให้กับคนอื่น
โดยจะอ้างว่าคนนั้นสั่งบ้าง ศูนย์พระนี้ซื้อบ้าง อ้างไปทั่ว ทำให้ผู้อื่นเขาเดือดร้อน
บางคนต้องตกเป็นจำเลยโดยไม่รู้ตัว เสียเวลาต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเงินเสียทองโดยไม่ใช่เรื่อง
ต้องตกเป็นตราบาปเป็นจำเลยของสังคม เสียชื่อเสียง เลิกไปโดยปริยายก็มี ทุกคนจึงจำเป็นต้องช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตา
ปกป้องคนที่ไม่หวังดีมาทำลายวงการพระของเราให้เสื่อมถอย
แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพระบูชาบางส่วน หรือบางองค์อาจจะจะถูกขโมยมาจริงๆ
แต่ผู้เขียนเชื่อมั่นได้เลยว่าพระจำพวกนี้ในวงการนั้นมีพระที่ถูกขโมยและตั้งอยู่ในศูนย์พระทั่วๆ
ไป คงมีจำนวนน้อยมากๆ หรือแทบไม่มีเลย เพราะร้านพระทุกร้านระวังมากในเรื่องแบบนี้
ที่กล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าเซียนพระที่รับเช่าซื้อพระบูชาสมัยนี้เขาฉลาดครับ
ทันเหลี่ยม ทันเล่ห์คนที่นำพระมาให้เช่า เซียนเขามีวิธีป้องกันของเขาครับ
เมื่อมีการเช่าซื้อขายกันเมื่อไร อย่างน้อยผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำหนังสือซื้อขายเบื้องต้นไว้ก่อน
และแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายมาด้วย หากทราบภายหลังว่าพระที่เช่ามาเป็นพระที่ถูกขโมยมา
ทางร้านก็ยินดีคืนแก่เจ้าของพระที่แท้จริง ไม่มีเซียนพระคนไหนอยากมีเรื่องมีราวหรอกครับ
โดยปกติ วิสัยพวกที่ขโมยพระบูชาหรือพระเครื่องจะไม่ค่อยกล้ายกพระเข้ามาขายในศูนย์พระใหญ่ๆ
หรอก อาจจะกลัว เพราะต้องผ่านผู้คนจำนวนมาก หูตาก็มากมาย พวกขโมยพวกนี้จะไม่ค่อยกล้า
จะขายกับคนข้างนอกมากกว่า เท่าที่ทราบจากเซียนพระทั่วๆ ไป หรืออ่านตามหนังสือพิมพ์บ้าง
เมื่อจับขโมยได้แล้วไม่เคยเห็นจับได้ในศูนย์พระใหญ่ๆ เลย พระที่ขายไปก็ซื้อขายกันที่บ้านของผู้ซื้อมากกว่า
บางที่ก็มีการปล่อยข่าวว่าเซียนใหญ่คนโน้นคนนี้มีใบสั่งพระองค์นี้ ความจริงไม่เคยเห็นมีเลยสักครั้ง
ความเป็นจริงแน่ๆ แต่คนทั่วไปนึกถึงน้อย ผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธนั้นทุกบ้านเฉลี่ยแล้วมีพระเครื่องพระบูชารวมกันแล้วเกิน
๑๐ องค์ ทุกบ้าน บางบ้านมีเป็นพันเป็นหมื่นองค์เลยก็ยังมีครับ บางบ้านมีพระบูชาซึ่งมีขนาดองค์เท่าคนหรือใหญ่กว่าคนก็มี
จริงๆ แล้วที่เราไม่ได้นึกถึงก็เพราะว่าไม่มีใครเขามานั่งเปิดห้องพระให้ใครต่อใครดูกันหรอก
(นึกถึงตัวเราสิ ถ้าเรามีห้องพระดีๆ จำเป็นไหมที่เราต้องเปิดให้คนอื่นที่ไม่รู้จักดู)
แต่เมื่อพูดถึงพระบูชาใหญ่ๆ เมื่อไรเราจะต้องนึกถึงวัดแน่ๆ
ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะวัดเป็นสถานที่เปิดให้คนเข้าไปสักการบูชากราบไหว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
เราไปวัดเมื่อไรเราก็จะเห็นแต่พระบูชาขนาดใหญ่ๆ ฉะนั้นพอเราเห็นพระบูชาองค์ใหญ่ๆ
ที่ศูนย์พระ เราก็คงคิดว่าพระบูชาเหล่านี้ เดิมคงอยู่ที่วัดเป็นแน่ อย่างนี้ผู้อ่านต้องทำความเข้าใจกันใหม่นะครับ
ผู้เขียนยังเชื่อว่ายังไงพระบูชาที่บ้านเมื่อนำมารวมๆ กัน ก็คงมีมากกว่าที่วัด
ผู้เขียนพบเห็นพระบูชาขนาดใหญ่ตามบ้านคนทั่วไปมาเป็นจำนวนมาก เคยซักถามเจ้าของพระหลายๆ
องค์ถึงที่ไปที่มาของพระบูชาแต่ละองค์เหล่านี้ จึงทราบและเข้าใจ
บางองค์เจ้าของเล่าว่าปู่ย่าตายายขุดกันได้ตั้งแต่โบร่ำโบราณและบูชาสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
บางคนก็เล่าว่าปู่เป็นท่านขุน พอมีความดีความชอบได้เลื่อนยศศักดิ์สูงขึ้นก็ได้สร้างพระองค์ใหญ่เพื่อกราบไหว้ไว้เป็นบารมีของตัวเอง
ปัจจุบันก็สืบทอดต่อกันมา บางคนก็ไปเช่าซื้อจากโรงงานหล่อพระมาเลยแล้วทำพิธีปลุกเสก
เสร็จก็นำมากราบไหว้บูชาไว้ที่บ้าน
พระบูชาเป็นพระที่มีการหมุนเวียน ด้านการเช่าซื้อ ความเคลื่อนไหวสู้พระเครื่องที่มีขนาดเล็กไม่ได้
อาจจะเกิดจากการเก็บรักษาหรือพกติดตัวได้ง่ายกว่า พระบูชาต้องบูชาอยู่บนหิ้งหรือโต๊ะหมู่บูชาอย่างเดียว
เมื่อวางพระเต็มแล้วส่วนใหญ่ก็มักจะไม่หาเช่ามาเพิ่มอีก เว้นแต่เจอองค์ที่ชอบจริงๆ
เท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนองค์ที่บูชาอยู่บางองค์ออกไปจำหน่ายแทน อย่างนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวเรื่องพระบูชา
เพราะเท่ากับว่ามีการเช่าเข้าและจำหน่ายออก