 |

ท่องไปในแดนธรรม: ปริศนาธรรม "อุโบสถเรือสำเภา
ยาวที่สุดในโลก" ของ...วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี
วัดโตนดหลวง
เมื่อกล่าวถึงชื่อนี้ ทำให้รำลึกถึง หลวงพ่อทองสุข (พระครูพินิจสุตคุณ) เหมือนกับชื่อ
วัดเขาบันไดอิฐ เราก็จะนึกถึง หลวงพ่อแดง (พระครูญาณวิลาศ) เมื่อเรานั่งรถไป
ตามถนนเลียบชายทะเล จากหาดเจ้าสำราญไป ยังชะอำประมาณ ๑๕-๑๖ กิโลเมตร เมื่อถึงค่ายศรียานนท์อยู่ด้านทิศตะวันออก
ส่วนด้านทิศตะวันตก จะเห็นอุโบสถสูงตระหง่านอยู่ในเรือสำเภา อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับพระอุโบสถของวัดยานนาวา
ซึ่งมีเรือสำเภาและเจดีย์ตั้งอยู่ตรงกลางเรือเช่นกัน แต่ก็ไม่ใหญ่โตเหมือนอยู่ในเรือของวัดโตนดหลวงแห่งนี้
 อาจารย์ชวาล
เสมาพิทักษ์ เป็นผู้ดูแลการก่อสร้างอุโบสถแห่งนี้ กล่าวถึงการสร้างอุโบสถว่า
พระครูภาวนาวัชโรภาส หรือที่ชาวบ้านเรียกท่านว่า หลวงพ่อแผ่ว เมื่อก่อนอุปสมบท
ท่านเป็นชาวประมงมาก่อน เมื่อท่านสร้างอุโบสถขึ้น ท่านก็คิดเรื่องเรือสำเภา
ถึงความหลังครั้งในอดีตของท่านมีการเปรียบเทียบว่า
อุโบสถดุจดังเรือสำเภา บรรทุกผู้คนให้พ้นห้วงมหรรณพ ในวัฏสงสาร อุโบสถแห่งนี้จึงเป็นปรัชญาซ้อนคติธรรม
หรือนามธรรมซ้อนรูปธรรม ปกติอุโบสถฐานชุกชีทำให้อ่อน ตกท้องช้างตรงกลาง เพื่อให้รำลึก
สมบัติเป็นดุจเรือสำเภา ใครมีโอกาสอุปสมบทก็ดุจลงเรือสำเภา เพื่อจะผ่านห้วงมหรรณพ
ไปสู่แดนนิพพาน ดุจนามธรรม แต่ที่นี่ทำเป็นรูปธรรม เรือสำเภา ให้เห็นกันชัดๆ
ว่าเป็นสำเภากันจริงๆ ไม่ต้องจินตนาการ นามธรรมจึงซ้อนรูปธรรม
เมื่อมองด้านข้างของเรือสำเภา
ทำเหมือนไม้เป็นแผ่นๆ มีร่องระหว่างแผ่น ประกอบเรียงเป็นรูปตัวเรือด้วยปูนหิน
สีเหลืองไพล หัวเรือทำเป็นรูปแกนสี่เหลี่ยมโผล่ขึ้นจากกราบเรือ แคมเรือ มีหูกระต่าย
เลียนแบบเรือทุกประการ ส่วนด้านท้ายเรือ มีประตูเหล็กไร้สนิม สองบานใหญ่
ตรงกลางแกะสลักไม้ รูปสัตว์ต่างๆ ของนักษัตร ตัวเรือนี้มีความยาว ๑๐๒ เมตร
ความกว้าง ๓๘.๕๐ เมตร
อุโบสถของวัดโตนดหลวงนี้ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลัง ใช้กระเบื้องกาบกล้วยสีแดงสีเดียว
กระเบื้องเชิงชายเป็นลายเทพพนม หลังคาซ้อน ๓ ชั้น มีช่อฟ้าตั้งประดับ ๖ ตัว
มีตัวสะดุ้งตัวลำยองทำด้วยซีเมนต์ ประดับกระจกสีเหลืองทองแวววาว ตามคตินิยมของช่างไทย
ตัวอุโบสถที่มีผนังล้อมแบ่งเป็น ๗ ห้อง อยู่ตรงหลังคาลดบนสุด หลังคาลดชั้นที่สอง
เป็นโถงหัวท้าย อีกสองห้องมีเสารับปีกพาไล เป็นลานประทักษิณรอบอุโบสถ ฯลฯ
วัดโตนดหลวง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโตนดหลวง หมู่ ๙ ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
เป็นวัดโบราณสันนิษฐานว่า ก่อสร้างขึ้นราวปลายสมัยอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่มีมูลฐานที่เห็นอยู่ในปัจจุบันคือ พระอุโบสถมีลักษณะคล้ายเรือสำเภา
มีประตูเดียวหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีหน้าต่าง ๒ บาน อุโบสถลักษณะนี้เป็นรูปลักษณะศิลปะในสมัยอยุธยา
และเรียกอุโบสถลักษณะนี้ว่า อุโบสถมหาอุด
วัดโตนดหลวง มีตำนานเล่าว่า เมื่อเสียกรุงครั้งหลังในปีวอก พ.ศ. ๒๓๑๐
สมเด็จพระสังฆราชท่านอายุเพียง ๖ ขวบเท่านั้น มารดาได้พาหลบหนีภัยสงครามมาอยู่ที่เมืองเพชรบุรี
ต่อมาพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงกอบกู้บ้านเมืองขึ้นในปีนั้น สมเด็จพระสังฆราช
จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโตนดหลวงแห่งนี้
ระหว่างที่ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมไปตามกาลสมัย
และได้เดินทางขึ้นลงระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองเพชรบุรีอยู่เสมอ จนกระทั่งเมื่ออายุครบอุปสมบท
ได้ทำการอุปสมบทที่วัดยาง แขวงบ้านหม้อ เมืองเพชรบุรี และจำพรรษาอยู่ที่วัดยาง
๒-๓ พรรษา แล้วจึงเดินทางเข้าศึกษาพระธรรมบาลีที่กรุงศรีอยุธยา ถึงแม้ขณะนั้นเมืองหลวงได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงธนบุรีแล้วก็ตาม
แต่ภาระพระศาสนานั้นยังเป็นหลักอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา
มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า โตนดหลวงเป็นตำบล และเป็นตำบลที่สำคัญที่ขนาดพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสร้างพระตำหนักพักแรม
ก็น่าจะเป็นหมู่บ้านที่มีความเจริญพอสมควร เมื่อเป็นเช่นนี้วัดโตนดหลวงก็น่าจะมีมาตั้งแต่
พ.ศ. ๒๑๔๖ หรือก่อนหน้านั้น
แต่มาพบหลักฐานทะเบียนวัดที่
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้บันทึกไว้ว่า ประกาศตั้งวัดโตนดหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐
และได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๐ แต่วันเดือนไม่ปรากฏ ปัจจุบันมี พระครูพิพัฒน์นพกิจ
(หลวงพ่อย้อน ธมมวิโส) เป็นเจ้าอาวาส
ศรัทธาสาธุชนที่สนใจจะไปเที่ยววัดนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่วัดโตนดหลวง
ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โทร.๐-๓๒๔๔-๘๐๗๙, ๐-๙๒๕๘-๑๘๑๑
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง 0
|
 |

|
 |
 |