เทศกาลมหาสงกรานต์ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยอย่างที่แยกกันไม่ได้ จนเป็นที่ขนานนามว่า เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย แต่อันที่จริงแล้ว มหาสงกรานต์ เป็นเทศกาลขึ้นปีใหม่ของประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเพียงลำพัง และวัฒนธรรมในแถบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เผยแพร่มาจากวัฒนธรรมของชาวอินเดียใต้กว่าพันปีมาแล้ว
อันที่จริงคำว่า สงกรานต์ มิได้มีรากศัพท์มาจากภาษาไทย พม่า หรือลาว แต่เป็นศัพท์ภาษาสันสกฤต ว่า "สํกฺรานฺติ" ซึ่งหมายถึง ช่วงเวลาของการเปลี่ยนนักษัตรเข้าสู่ปีใหม่ของโลก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในวัฒนธรรมอินเดียนั้นไม่มีการนับปีเหมือนที่คนไทยกระทำกัน คือนับเป็นรอบ รอบละ ๑๒ ปี เป็น วอก ระกา จอ เป็นต้น ระบบการนับแบบนี้เป็นของคนจีนโบราณ
บรรพบุรุษคนไทย หรือหากจะพูดให้ถูกต้อง คือ บรรพชนของมนุษย์ที่อาศัยในแถบนี้มาตั้งแต่พันกว่าปีมาแล้ว นำวัฒนธรรมการนับปีของทั้งสองระบบมาผสมผสานกันจนเป็นเนื้อเดียวทั้งรูปแบบและประเพณี จนทำให้สงกรานต์ในประเทศมีตำนานที่รวมค่านิยมทั้งสองประเทศที่เก่าแก่ไว้ด้วยกันเป็นเอกลักษณ์อีกประการหนึ่งอัน
เมื่อถึงเทศกาลนี้ ประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างเฉลิมฉลองโดยการสาดน้ำรดกัน และรดน้ำดำหัวอวยชัยให้พรต่อกันและกัน เป็นโอกาสที่ญาติพี่น้องในครอบครัวที่ห่างไกลกันไปนานได้กลับมาพบกันอีก เป็นตรุษที่กระชับความสามัคคีในครอบครัว แล้วถือโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้กับตัวเองและญาติพี่น้องไปพร้อมกัน
มหาสงกรานต์ จึงมีสาระที่เป็นการสร้างมงคลให้เกิดขึ้นกับทั้งตนเองและครอบครัว น่าจะเป็นเทศกาลที่นำความสุขความเจริญและสาระให้แก่สังคมได้มาก แต่กระนั้น นิสัยความชอบสนุกแบบไทยๆ ก็นำอบายมุขมาผสมกลมกลืน ทำให้มีการดื่มสุรายาเมากันมากมาย เป็นเทศกาลที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดของปี
การฉลองสงกรานต์เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี จึงเป็นสิ่งที่สำคัญและควรที่ชาวไทยและชาวพุทธทั้งหลายพึงให้สังวรให้มาก ถือโอกาสนี้ ตั้งหลักในชีวิตของตนใหม่ เว้นขาดจากอบายมุขทั้งหลาย เข้าไปหาญาติผู้ใหญ่ ขออโหสิกรรมในสิ่งที่เคยล่วงเกินต่อท่าน ขอศีลขอพร และอธิษฐานจิตของตนใหม่
สิ่งไม่ดีที่ผ่านมา ก็ถือว่าผ่านไปแล้ว แต่สิ่งที่จะมาถึงใหม่นั้น ตนจะทำให้ดีที่สุด โดยการนำมงคลทั้งหลายมาปฏิบัติ เพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตน นับเป็นอุดมมงคลของชีวิต
พระเมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ