![]() |
|
![]() | ||||||||
| ||||||||
ธรรมะจากข่าว : ไฟใต้มอดด้วยศีลห้า
การเปิดสภาเพื่อหารือเรื่องแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกับการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้น โดยมี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหัวเรือใหญ่ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ที่จะลืมเสียไม่ได้คือ ความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จริงอย่างที่ ส.ว. และ ส.ส. พูด อย่าไปมองว่าผู้ก่อการเป็นคนเลวเสมอไป ต้องย้อนมองดูพฤติกรรมของข้าราชการในพื้นที่ด้วย อาจจะใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้งกดขี่ข่มเหงเขาจนหมดความอดทนก็ได้ อยู่ดีๆ ถ้าไม่มีความโกรธแค้นกันมาก่อน เขาคงไม่ลงมือก่อการรุนแรงขนาดนี้ ครั้นจะมาขอความเป็นธรรมจากผู้ที่มีอำนาจสูงกว่า ก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ ผู้มีอำนาจกลับปกป้องช่วยเหลือพวกพ้องเดียวกัน ถ้าไม่โดนกับครอบครัวตัวเองคงไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด ดังนั้นเขาจึงตอบโต้ด้วยความรุนแรง อาจจะไม่ได้ทำกับผู้นั้นโดยตรง แต่มันก็เข้าข่ายสุภาษิตที่ว่า ตีวัวกระทบคราด ทุกวันนี้แนวความคิดเรื่องความสามัคคีเพื่อให้เกิดสันติภาพลดลง แต่แนวความคิดล้างผลาญ ก้าวร้าวรุนแรง นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น คงไม่มีหน่วยงานใดๆ ปราบปราม หรือจะยุติปัญหาความรุนแรงได้ ถ้าคนไม่คิดเอาศีลธรรมกลับมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่มีหน่วยปราบปรามป้องกันใดๆ ที่จะให้คนหยุดรบราฆ่าฟันกันได้ดีเท่ากับศีลข้อที่ ๑ ไม่มีอะไรที่จะยับยั้งคนฉกชิงวิ่งราว ลักทรัพย์ ขโมยของกันและกันได้ดีเท่ากับศีลข้อที่ ๒ ไม่มีหน่วยงานใดที่จะทำให้ครอบครัวรักใคร่ปรองดอง มีความสามัคคีได้ดีเท่ากับศีลข้อที่ ๓ ไม่มีสนธิสัญญาและหลักกฎหมายใดๆ ที่จะมายับยั้งคนโกหกหลอกลวงได้ดีเท่ากับศีลข้อที่ ๔ ต่อให้หน่วยงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ๑๐ แห่ง ก็สู้ศีลข้อ ๕ เพียงข้อเดียวไม่ได้ การแก้ปัญหาชายแดนทางภาคใต้ ถ้าไม่เอาศีลธรรมเข้ามาช่วย มัวแต่วาดนโยบายในอากาศ ก็ยุติปัญหาไม่ได้ ต้องเอาศีลธรรมของทั้ง ๒ ฝ่ายมาพูดกัน จึงจะสามารถยุติปัญหาการล้างผลาญเข่นฆ่าได้อย่างถาวร ถ้าศีลธรรมกลับมา ปัญหาทุกอย่างก็จะยุติลง พระพยอม กัลยาโณ
|
![]() ![]() |
||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||||||||||