ในวงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระไทยในสหรัฐอเมริกา จะหาพระธรรมทูตที่มีทั้งความรู้ ความสามารถที่จะเผยแผ่พระศาสนาเป็นภาษาอังกฤษและสอนชาวอเมริกันให้เกิดความซาบซึ้งในรสพระธรรมนั้น ไม่มีใครเกิน พระมหาโสบิน โสปาโก ท่านเป็นพระธรรมทูตผู้บุกเบิกการสร้างวัดไทยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ณ นครลอสแองเจลิส และวัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด
แต่ความสำเร็จของการปักธงธรรมในสหรัฐ กลับทำให้ท่านตกอยู่ในความยากลำบาก แม้เป็นพระเถระที่บวชมานาน ถูกพายุการเมืองในดงขมิ้นเล่นงาน และต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว จนในที่สุดต้องลาสิกขา เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ ไปเป็นฆราวาส ต้องสละตำแหน่งเจ้าอาวาสของตน และการเป็นพระธรรมทูตที่ประสบความสำเร็จไปอย่างน่าเสียดาย
กระนั้นเองท่านก็มิได้ย่อท้อในการสอนเผยแผ่พระธรรมและการปฏิบัติพระกรรมฐาน ตระเวนเผยแผ่ธรรมะและการปฏิบัติธรรมหลายแห่งในสหรัฐ และเม็กซิโก จนมีลูกศิษย์ลูกหามาก การหวนกลับคืนสู่สมณเพศของท่านจึงมิใช่เป็นแต่เพียงการบวชธรรมดา แต่เป็นการครองจีวรอีกครั้งหนึ่งของภิกษุที่เป็นทายาทแท้จริงของพระบรมศาสดา
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น แม้จะมิได้อยู่ในเพศบรรพชิต แต่นั้นก็เป็นแต่เพียงรูปแบบเท่านั้น เพราะท่านเป็นสมณะธรรมทายาทของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง และได้สร้างความดีและผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
พ.ศ.๒๕๔๓ ได้สละเพศฆราวาสวิสัย กลับเข้ามาบรรพชาอุปสมบทถวายชีวิตในพระพุทธศาสนา โดยตั้งจิตอธิษฐานว่า "เพื่ออุทิศชีวิตในบั้นปลายเพื่อเข้าถึงพระรัตนตรัย จนกว่าชีวิตจะหาไม่" และต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ หลวงตาโสบิน แบบ "คม ชัด ลึก"
* ท่านสึกด้วยเหตุใดครับ ?
- อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บเลยจะดีกว่า เพราะจะทำให้พระบางรูปเจ็บตัว แต่ส่วนใหญ่ก็มรณภาพกันไปหมดแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็สิ้นเวรสิ้นกรรมกันไป ส่วนพระที่บวชรุ่นเดียวกันเหลืออยู่ไม่กี่รูป พระรุ่นหลังไม่รู้เลยว่าอาตมาเป็นใคร ครั้งหนึ่งเคยไปถามหาเพื่อนพระที่วัดมหาธาตุฯ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนพระที่นั้น กลับไม่มีใครเลย พระส่วนใหญ่จะมองว่าเราเป็นหลวงตาแก่ๆ จากบ้านนอกรูปหนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่รู้เพียงว่าเราสึกไปแล้วเมื่อกว่า ๒๐ ปีที่แล้ว
* แล้วทำไมถึงคิดกลับมาบวชอีก ?
- การบวชครั้งแรกบวชเพื่อพ่อแม่ตามประเพณี บวชเพื่อศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติธรรม และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีความรู้ความสามารถสอนเขาได้ อยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นเวลา ๓๒ ปี
ส่วนบวชครั้งที่ ๒ คือบวชให้ตัวเอง เพื่อมุ่งปฏิบัติธรรมในบั้นปลายของชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามคำอธิษฐานเอาไว้เมื่อคราวป่วยด้วยโรคไวรัสที่ตับ เมื่อต้นปี ๒๕๔๓ จึงได้อธิษฐานว่า ขอให้หายจากโรคาพยาธิจะได้บวชอุทิศกายใจแด่พระศาสดาจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพื่อเพิ่มบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้น และเพื่อความสมบูรณ์ของความเป็นครูอาจารย์
* กลับมาบวชอีกครั้งท่านจะเรียกศรัทธาจากญาติโยมอย่างไรครับ ?
- ถ้าอยู่ในเมืองไทยจะให้เข้าใจว่าระหว่างขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เช่น กัมมัฏฐาน คนเรามักเข้าใจว่าจะต้องเอาดอกไม้ธูปเทียนมาขึ้นขันครู มอบกายถวายตัวเป็นศิษย์อาจารย์ ซึ่งทำให้คนไปสนใจในพิธีกรรมมากกว่า ขณะเดียวกันไปติดที่อาจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติดีและเคร่งในกัมมัฏฐาน
คนไทยคิดว่าพระองค์ใดเป็นอริยะจะช่วยนำพาตัวเองให้พ้นทุกข์ได้ ที่แย่กว่านั้น คือ มักเข้าใจว่า พระอริยะเหล่านั้นจะเป็นผู้ชี้บอกว่าตนเองสำเร็จกัมมัฏฐานระดับไหน แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น บอกไม่ได้เลยว่าผู้ที่ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้นสำเร็จได้ถึงขั้นไหนแล้ว มันไม่ใช่วิชาการทางโลก ธรรมะเป็นสภาพที่สัมผัสได้ด้วยตนเอง
* ท่านกลับมาสร้างวัดที่บ้านเกิดเพื่ออะไรครับ ?
- อาตมาคิดว่าด้านวัตถุคงสำเร็จเหมือสร้างวัดในต่างประเทศ เพราะวัตถุมันสร้างง่าย แต่สร้างคนนั้นคงยากยิ่งกว่า อาตมาคิดว่าจะเอาฝรั่งกลับมาสอนพระพุทธศาสนาคนไทย เพื่อกลับมาทดแทนคุณบ้านเกิดเมืองนอน
* เอาพระฝรั่งมาสอนพุทธศาสนามันจะได้ผลหรือครับ ?
- อาตมาไปตั้งสมัชชาสงฆ์ไว้ในหลายประเทศ มีพระฝรั่งจำนวนมากที่ประสงค์เดินทางมาช่วยอาตมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้คนไทย อาตมาว่ามันน่าจะได้ผลในกลุ่มเยาวชนยุคปัจจุบัน ที่เข้าใจว่าฝรั่งเก่งกว่าคนไทย และอีกส่วนหนึ่งก็จะสอนเรื่องภาษาต่างประเทศเขาไปด้วย อย่างกับที่ศาสนาหนึ่งเขาเอาการเรียนภาษาต่างประเทศมาเป็นเหยื่อล่อพ่อแม่ให้ส่งลูกหลานไปเรียน โดยสอดแทรกการเผยแผ่ลัทธิทางศาสนาโดยไม่รู้ตัว
* ตอนที่ไปเผยแผ่ศาสนาในต่างประเทศถูกปิดกั้นบ้างหรือเปล่าครับ ?
- บางประเทศก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่ชื่อองค์กรก็มีปัญหาอย่างกับในเม็กซิโกจะเข้มงวดมาก มันรู้ว่าพุทธศาสนาเน้นเรื่องทิพย์นิพพาน อาตมาขอยื่นจดทะเบียนองค์กรว่า นิพพานฟาวเดชั่น รออยู่กว่า ๒ ปี จึงรู้ว่าเขาไม่อนุญาต ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็น วิมุตติฟาวเดชั่น ซึ่งคำว่า วิมุติ ไปตรงกับภาษาพื้นเมืองที่ว่า ทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ให้มีประโยชน์ และองค์กรนี้ตั้งมาจนถึงปัจจุบัน
* เทศน์สอนฝรั่งกับคนไทยต่างกันอย่างไรครับ ?
- เทศน์สอนฝรั่งง่ายกว่าสอนคนไทย การเทศน์สอนคนไทยส่วนใหญ่จะเป็นเปลือกเป็นกระพี้ของพระไตรปิฎก ต้องยกเอานิทานชาดก ต้องยกเอาเรื่องราวต่างๆ มาเป็นตัวอย่างประกอบ หรือที่เรียกว่าชักแม่น้ำทั้ง ๕ มาว่าก่อน ส่วนธรรมะนั้นมีนิดเดียว บางครั้งก็หมดเวลาเสียก่อนที่จะเข้าถึงธรรมะ แต่ฝรั่งจะเทศธรรมะล้วนๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเขาอ่านหนังสือและศึกษาธรรมะมาก่อน
* เหตุใดชาวต่างชาติจึงนิยมฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน ?
- เขารู้แต่เพียงว่า คำสอนในพระพุทธศาสนาแตกต่างจากศาสนาอื่นๆ โดยไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องพระเจ้า แต่พุทธศาสนาจะสอนให้เชื่อเรื่องกรรม ซึ่งหมายถึงการกระทำ ฝรั่งสงสัยว่าทำไมกรรมจึงมีอำนาจพลังเหนือพระเจ้า ซึ่งเขาไม่เชื่อหรอกว่า กรรมนั้นจะบันดาลให้เกิดเหตุต่างๆ โดยเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก เป็นผู้ดลบันดาลให้ประสบความสำเร็จ
เหตุที่เขาสนใจ เพราะเขาอยากรู้เรื่องกรรมคืออะไรกันแน่ เขาอยากรู้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงคืออะไร ใครเป็นผู้บันดาลความทุกข์ความสุขให้กับมนุษย์ที่แท้จริง พระพุทธเจ้ามีความแตกต่างจากพระเจ้าในศาสนาอื่นอย่างไร
* มีฝรั่งมาลองภูมิปัญญาหรือเปล่าครับ ?
- มี ส่วนใหญ่จะเป็นพวกมีการศึกษา อ่านหนังสือด้านศาสนามามาก แม้แต่วินัยของพระแต่ละข้อว่าอย่างไร ขณะเดียวกัน ชาวตะวันตกจะมองคนไทยว่าเป็นกะเหรี่ยง เป็นพวกด้อยการพัฒนา ด้อยการศึกษา ซึ่งเมื่อ ๓๐ ปี ที่แล้วพวกฝรั่งไม่ยอมรับคนเอเชียเลย ก่อนที่จะมาเรียนมาศึกษาเขาก็ต้องทดสอบ ส่วนมากเป็นพวกนักศึกษา พวกที่มีความรู้ ในที่สุดเขาก็ต้องยอมจำนนด้วยเหตุผล
* วัตถุมงคลเกี่ยวข้องกับการเผยแผ่พุทธศาสนาอย่างไรครับ ?
- ในต่างประเทศเป็นเพียงของที่ระลึกเท่านั้น ส่วนในประเทศไทยนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นเครื่องล่อ เป็นสื่อที่จะดึงคนให้เข้ามาสนใจหลักธรรมได้ ถ้าเปรียบไปแล้ววัตถุมงคลก็เหมือนกับเหยื่อ ส่วนธรรมะคือตัวเบ็ด คนคือปลา ถ้าไม่มีเหยื่อปลาก็ไม่กินเบ็ด การเข้าถึงธรรมะของคนไทยก็เช่นกัน แต่ส่วนมากทำให้คนติดในสมมติสัจจะนั้น ติดในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของวัตถุมงคลนั้นๆ ทำให้ไม่เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
* อายุปูนนี้แล้วกิเลสหมดหรือยังครับ ?
- เราบวชเพื่อให้มีโอกาสปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง เพื่อให้กิเลสเบาบางลงเท่านั้น กิเลสมันอยู่ที่จิต อารมณ์สิ่งแวดล้อมทำให้เกิดกิเลสได้ทุกวัน ตายเท่านั้นถึงจะสิ้นความรู้สึกสิ้นกิเลส