วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังเตรียมงานการประชุมนานาชาติในเรื่องคนพิการ
เป็นเรื่องที่น่าโมทนาอย่างยิ่ง
ประเด็นที่ถูกถามกันมากในแวดวงศาสนา คือ หลักคำสอนและหลักปฏิบัติ ในศาสนานี้มีความเห็นเรื่องความพิการอย่างไร
ประเทศไทยมีคนพิการ ๑.๗ %
ถามตรงๆ คนพิการบวชได้หรือไม่ ในประเทศไทย
ผู้เขียนเองไม่ใช่คนพิการ ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในเชิงกฎหมายที่ผูกติดไปกับโครงสร้างทางวัฒนธรรมและศาสนาของสังคมไทย
คำถามเช่นนี้ ถามได้ แต่จะให้ใครตอบ เราจะสังเกตเห็นความอึดอัดคับข้องใจขึ้นมาทันที
คนไม่พิการ ก็ยังไม่เข้าใจว่า นัยของคนพิการในความหมายทางกฎหมายนั้นคืออะไร
ตาม พ.ร.บ. ๒๕๓๔ ระบุคนพิการไว้ ๕ ประเภท คือ
- พิการทางการเคลื่อนไหวทางกาย เป็นอัมพาต โปลิโอ แขน ขา พิการ หรือไม่สมบูรณ์
- พิการในการมองเห็น คือ ตาบอด
- พิการในการได้ยิน คือ หูหนวก
- พิการในทางสติปัญญา คือ ปัญญาอ่อน
- เป็นโรคจิตเภท ออทิสติก จัดอยู่ในประเภทนี้
ผู้ที่จะบวชภิกษุ หรือ สามเณร ได้ ต้องเป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งต้องได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ไทย
โดยพิจารณาจากความรู้ในทางพระธรรมวินัยและความมีจริยาวัตรเป็นที่น่าเลื่อมใส
พระอุปัชฌาย์จะบวชให้ผู้ใดก็จะพิจารณาจากเงื่อนไขในพระวินัยที่ระบุว่า ต้องไม่เป็นคนพิการ
บอด หนวก บ้า ใบ้ ซึ่งก็คือนัยทางกฎหมายที่กล่าวข้างต้น
ความซับซ้อนอยู่ที่ความหนักเบาของความพิการ เด็กที่เป็นออทิสติก แต่มีบิดามารดาที่เข้าใจ
ก็สามารถแก้ไขให้ดำเนินชีวิตเยี่ยงคนทั่วไปได้ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแถวท่าพระจันทร์ก็มี
สามารถเรียนรู้ได้เช่นเดียวกับนักศึกษาอื่นๆ
พระบางรูปที่เราเห็นเดินกันอยู่บนท้องถนน มีความพิการทางขา-แขน แต่ก็ยังไปไหนมาไหนได้เอง
คนหูหนวกข้างเดียว ยังสามารถได้ยิน พระอุปัชฌาย์ก็ไม่รู้ ก็อาจจะบวชได้ ฯลฯ
ราคงต้องมาคุยกันว่าความพิการทางกายเป็นอุปสรรคต่อสมณเพศเพียงใด อย่างไร
ธัมมนันทาภิกษุณี