วันนี้...มีงานประกวดพระที่
ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว (ชั้น ๖) จัดโดย สมาคมว่ายน้ำ แห่งประเทศไทย มีทั้งหมด
๑,๓๕๕ รายการ... ถัดไปอีก ๒ อาทิตย์ งด ให้กรรมการ ได้พักผ่อนกันบ้าง จัดถี่เกินไป
ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ส่วน วันอาทิตย์ที่ ๒๔ เมษายน มีงาน ประกวดพระใหญ่ ที่
ศรีราชา บริเวณโรงยิมฯ ศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองศรีราชา (ห้องแอร์ที่เคย จัดมาเมื่อปีก่อน)
๑,๐๕๐ รายการ งานนี้ ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ เป็นประธานที่ปรึกษา ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง
นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา เป็นประธานจัดงาน รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการเป็นหนังสือ
รวมภาพพระชนะการประกวด งานศรีราชา ปี ๒๕๔๗
ช่วงนี้เป็น เทศกาลเช็งเม้ง ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ต้องกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อเซ่นไหว้ฮวงจุ้ยที่บรรจุศพบรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว
แต่ก็มีหลายท่านไปประกอบพิธีล่วงหน้าก่อนหน้านี้แล้ว
อากาศต้นเดือนเมษายน ตอนนี้ ร้อน อย่าบอกใคร ยังไงๆ ขับรถขับเรือก็ต้องใจเย็นๆ
กันไว้บ้าง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สัปดาห์หน้าก็เป็น เทศกาลสงกรานต์
วันขึ้นปีใหม่ของไทย กันแล้ว ได้หยุดงานระยะยาวกันอีกครั้งหนึ่ง วงการพระ
คงจะเงียบเหงาไปด้วย เพราะต่างเดินทางออกต่างจังหวัดกันหมด บ้างก็ไปไกลถึงต่างประเทศก็มี
สำหรับสัปดาห์นี้ยังไม่เงียบเหงา เพราะมีการซื้อขายพระติดต่อกันมาตลอด
"คมเลนส์ส่องพระ" ได้รับภาพพระสวยๆ งามๆ มาให้ชมกันเหมือนเดิม
ขอเริ่มที่พระบูชาขนาดเล็ก หน้าตัก ๔ นิ้ว คือ พระนาคปรก สมัยลพบุรี เนื้อสัมฤทธิ์
(ปรก ๗) พระองค์นี้โชว์อยู่ในตู้ของร้าน พรปู่ศุข ชั้น ๓ พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน
วันก่อน เพ้ง ราชบุรี พาเพื่อนชื่อ จ.ส.อ.ปรีชา ชนะบวรบุตร ข้าราชการบำนาญ
มาเที่ยวชมพระบนห้างนี้ เกิดไปถูกใจพระองค์นี้เข้า ก็เลยขอแบ่งจาก พี่เต๋า
ไปทันที นับเป็นการบูชาพระเก่าองค์แรกที่ได้มาในปีนี้
พระสมเด็จ
ทั้งของวัดระฆัง และบางขุนพรหม ในชั่วโมงนี้หายากขึ้นทุกที เพราะเศรษฐีมีเงินแข่งกันเก็บสะสมไว้ประดับบารมี
แม้แต่เซียนใหญ่ อย่าง ต้อย เมืองนนท์ ก็ยังบ่นว่า พระสมเด็จ แท้ๆ ที่สวยสมบูรณ์
ไม่ชำรุดอุดซ่อม ในทุกวันนี้หายากจริงๆ ได้มาไม่ทันไรก็มีคนมาติดต่อขอแบ่งทันที
อย่างองค์ที่เห็นนี้ พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม เป็นพระลงรักมาเก่าก่อน
เซียนต้อย เพิ่งได้มาเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีคนมาขอชมขอแบ่งอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นพระดูง่าย
เนื้อจัด พิมพ์ทรงองค์พระถูกต้องตามตำรา
พระพิมพ์นี้ก็หายากเหมือนกัน คือ พระร่วงหลังลายผ้า กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
จ.ลพบุรี เนื้อสนิมแดง พิมพ์ใหญ่ พระสมัยลพบุรีที่มีความงดงามเป็นเลิศ เป็นพระพิมพ์เดียวกับ
พระร่วงหลังรางปืน ของเมืองสวรรคโลก จ.สุโขทัย ต่างกันที่ด้านหลังเท่านั้น
พระร่วงหลังลายผ้า องค์นี้เป็นพระของ สมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
พระถ้ำเสือ
เป็นพระเนื้อดินเผา พบครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๘๗ โดยชาวบ้านที่ไปหามูลค้างคาวตามถ้ำต่างๆ
ในท้องที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี คือที่ ถ้ำเขาเสือ ชาวบ้านก็เลยเรียกพระที่พบนี้ว่า
พระถ้ำเขาเสือ ต่อมาหดสั้นเหลือ พระถ้ำเสือ อันนี้เป็นความคิดเห็นของ อาจารย์มนัส
โอภากุล ผู้ชำนาญพระเมืองสุพรรณ หลังจากนั้นก็พบอีกหลายสถานที่ ซึ่งล้วนอยู่ในเขต
เมืองอู่ทอง ทั้งสิ้น ไม่ปรากฏการขุดพบพระพิมพ์นี้ในท้องที่อื่นกันเลย
มีบางคนบอกว่า พระถ้ำเสือ เป็นพระสมัยทวารวดี หรือสมัยอู่ทองล้อทวารวดี
แต่ อาจารย์มนัส ฟันธงว่าเป็น พระศิลปะอยุธยา อย่างแน่นอน และสร้างในสมัยอยุธยา
มีอายุประมาณ ๕๐๐ ปี
พระถ้ำเสือ มีหลายพิมพ์ ตั้งแต่พิมพ์ใหญ่ลงไปถึงพิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก และพิมพ์จิ๋ว
องค์ที่เห็นนี้เป็น พระพิมพ์ใหญ่ ที่มีความงดงามคมชัดมาก เดิมเป็นพระเก่าเก็บของ
ยู่กิม บางลีอาร์ต เซียนพระอาวุโสที่คนในวงการพระรุ่นเก่ารู้จักกันดี เก็บพระองค์นี้มานานกว่า
๑๐ ปี วันหนึ่ง เอ๋ สุพรรณ ไปอ้อนวอนอยู่นาน จน เฮียยู่กิม ใจอ่อนยอมแบ่งปันมาให้
พอดีกับที่ น.พ.สุทธิพงษ์ ทิพชาติโยธิน โรงพยาบาลศิริราช กำลังหาพิมพ์นี้อยู่
ก็เลยขอแบ่งไปอีกต่อหนึ่ง นับว่าโชคดีที่สุด เพราะพระสวยระดับนี้หายากจริงๆ
บอกแล้วว่าบรรดา
คุณหมอ ทั้งหลายหันมาสนใจสะสมพระกันอย่างกว้างขวาง เพราะย่อมดีกว่าไปสะสมของอย่างอื่นที่ไม่มีประโยชน์
ขอให้ศึกษาเรื่องพระให้มากๆ รับรองว่าสนุกมาก ได้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลินและความสุขทางใจ
ขณะส่องดูพระจิตก็เป็นสมาธิ ไม่เครียด ยามใดเกิดเบื่อพระองค์ไหน ปล่อยออกไปก็มีกำไร
คือได้ลูกเดียว ไม่เชื่อก็ลองถาม น.พ.พรพรหม เมืองแมน (หมอต้น) ที่อยู่โรงพยาบาลศิริราช...ก็ได้
ขนาด หมอต้น กำลังศึกษาต่อทางศัลยแพทย์อยู่ที่ซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ก็ยังหาเวลาเปิดเวบไซต์ดูเรื่องพระเป็นประจำ
พอใจพระองค์ไหนก็สั่งให้คนทางบ้านไปตามเช่าหาทันที จนเวลานี้ หมอต้น เป็นเซียนพระ
(สมัครเล่น) ระดับแถวหน้าไปแล้ว
เปิดเวบไซต์ uamulet วันก่อน เห็น หมอต้น ส่งภาพพระสวยไปลงโชว์ในนั้น ก็เลยขอภาพมาลงที่นี่ด้วย
คือ พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท พิมพ์สามเหลี่ยม แจกแม่ครัว
พิมพ์ใหญ่ สร้างด้วยเนื้อผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย ตามสูตรของ หลวงปู่ศุข
เมื่อกดพิมพ์เป็นองค์พระแล้วท่านก็ได้นำไป คลุกรัก (ยางไม้ชนิดหนึ่ง) เอาไว้ด้วย
พิมพ์ทรงองค์พระเป็นรูปพระพุทธปฏิมา ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร บนฐานบัว ๒ ชั้น
ที่บางคนเรียกว่า บัวฟันหนู ตรงเศียรและพระกรรณจะแหลม ไม่เห็นพระพักตร์ แต่สังฆาฏิจะคมชัด
ด้านหลังมีทั้งแบบอูมและเรียบ เนื้อพระออกสีน้ำตาลอ่อนและสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ
ม.ร.ว.อภิเดช
อาภากร (มีศักดิ์เป็นหลาน กรมหลวงชุมพรฯ) ได้บันทึกไว้ใน หนังสือหลวงปู่ศุข
และกรมหลวงชุมพรฯ...ว่า... พระรุ่นนี้ หลวงปู่ศุข ได้สร้างแจกเมื่อคราวมีงานศพโยมมารดา
ครั้งแรก เมื่อปี ๒๔๖๓ ซึ่งอาจจะสร้างพระรุ่นนี้ก่อนหน้านั้น ไว้ก่อนแล้ว
คือ ประมาณปี ๒๔๖๐ พร้อมกับ พระปิดตาพิมพ์พุงป่องใหญ่ ที่มีเนื้อหามวลสาร
เหมือนกัน ทุกประการ
ที่เรียกว่า พระหลวงปู่ศุข พิมพ์สามเหลี่ยม แจกแม่ครัว ก็เพราะว่าท่านได้แจกแก่แม่ครัวที่ไปช่วยงานศพโยมมารดาของท่านนั่นเอง
แต่มีผู้บอกว่า บุคคลอื่นๆ ก็ได้รับแจกด้วย จากคำบอกเล่าของ เทียบ อุทัยเวช
ได้เล่าถึงพิธีไหว้ครูของ เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ที่วังนางเลิ้ง ว่า หลังเสร็จพิธีแล้ว
หลวงปู่ศุข ได้แจกพระแก่ผู้ร่วมพิธีไหว้ครูทุกคน มี ๓ แบบ คือ ๑.พระใบมะขามสีดำ
มีรูปพระนั่งปิดตา ๒.พระรูปสี่เหลี่ยม ใหญ่กว่าใบมะขามเล็กน้อย ทำด้วยเนื้อชิน
มีรูปพระปิดทวาร ๓.พระรูปสามเหลี่ยม รูปพระนั่งขัดสมาธิ ผงเนื้อสีน้ำตาลไหม้
โตเท่าปลายนิ้วก้อยยาวหนึ่งองคุลี (คือพระพิมพ์สามเหลี่ยมที่ว่านี้) พระชนิดนี้
แจกเฉพาะพวกเจ้านายผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นสูง เท่านั้น เพราะท่านคงนำติดตัวมาจากวัดจำนวนน้อย
ไม่เหมือนพระแบบที่ ๑ และ ๒ ที่มีมากกว่า เพราะเป็นพระที่สร้างในวังนางเลิ้งนั่นเอง...ฉะนั้น
ใครมี พระพิมพ์สามเหลี่ยม แจกแม่ครัว ก็จงภูมิใจได้เลย เพราะเป็น ยอดพระเครื่องหลวงปู่ศุข
พิมพ์หนึ่งที่หาได้ยากมากๆ...ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ หมอต้น ด้วยที่มีโอกาสเป็นเจ้าของพระอันล้ำค่าองค์นี้
จ.ชัยนาท เป็นเมืองเก่า เป็นเมืองหน้าด่านสมัยกรุงศรีอยุธยา จึงมีพระกรุพระเก่าบรรจุเอาไว้ตามโบราณสถาน
และวัดสำคัญๆ มากมาย เช่น กรุวัดบรมธาตุ กรุวัดท้ายย่าน ฯลฯ สำหรับองค์ที่นำมาให้ชมนี้เป็น
พระซุ้มหน้าบัน กรุวัดส่องคบ เนื้อชินเงิน เป็นพระที่หายาก เพราะสร้างไว้น้อย
โดยเฉพาะองค์ที่เห็นนี้มีปีกเหลือออกมาอีกด้วย ที่เรียกว่า ซุ้มหน้าบัน ก็ดูจากซุ้มที่ประกอบข้างองค์พระ
มีลักษณะส่วนโค้งเว้าเหมือนกับ หน้าบัน ของพระอุโบสถ์หรือวิหารตามวัดทั่วไป
พระองค์นี้เป็นของ ภูมิพัทธ์ บุนนาค นักสะสมพระผู้มีสายตาเฉียบ มักจะเก็บตัวอย่างเงียบๆ
ไม่ค่อยแสดงตัวมากนัก (หากไม่จำเป็น) แต่ในกระเป๋ามีพระติดรางวัลมากมาย
จ.พิษณุโลก นอกจากจะมี พระนางพญา กรุวัดนางพญา แล้วก็ยังมี พระนางพญา กรุโรงทอ
หรือ กรุวัดโพธิญาณ อีกด้วย พระกรุนี้ขุดพบในบริเวณ โรงงานทอผ้า ของค่ายทหารบก
จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ในบริเวณ วัดโพธิญาณ อันเป็นวัดเก่าสมัยเดียวกับ วัดนางพญา
พระกรุนี้จึงสันนิษฐานว่า สร้างพร้อมกับ พระนางพญา กรุวัดนางพญา โดยผู้สร้างคนเดียวกัน
คือ พระวิสุทธิกษัตรี พระมเหสีของ สมเด็จพระมหาธรรมราชา... สร้างเมื่อประมาณปี
๒๐๙๐ นับมาถึงวันนี้ พระกรุนี้มีอายุกว่า ๔๐๐ ปี
ปัจจุบัน โรงทอผ้า ที่ว่านี้ได้รื้อถอนไปแล้ว ทางราชการเอาพื้นที่มาสร้างเป็นสวนสาธารณะ
แต่ วัดโพธิญาณ ยังอยู่ และมีพระจำพรรษาด้วย
สังเกตให้ดีจะเห็นว่า พระนางพญา กรุโรงทอ มีพิมพ์ทรงองค์พระคล้ายกับ พระนางพญา
กรุวัดนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ มากทีเดียว ความเก่าของเนื้อหามวลสารก็เหมือนกัน
จึงสนับสนุนความคิดเห็นที่ว่า สร้างโดยผู้สร้างคนเดียวกัน และสร้างในสมัยเดียวกันอีกด้วย
เพราะฉะนั้นจึงใช้แทนกันได้ ไม่มีปัญหา
พระนางพญา กรุโรงทอ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์มีหู กับ พิมพ์ไม่มีหู คือองค์ที่เห็นในภาพนี้
อันเป็นพระของ พรศิริ ศรีชัยธนุศร สุภาพสตรีผู้นิยมชมชอบสะสมพระเครื่องมากกว่าเครื่องเพชรเพราะให้ความสุขใจมากกว่ากัน
แถมยังมีที่ปรึกษาที่ดีอีกด้วย โอกาสจะได้ พระเก๊พระปลอม จึงไม่มีแน่นอน
วันไหนไม่ได้เขียนถึง พระจตุคามรามเทพ ในคอลัมน์นี้สงสัยจะต้องปวดหัวตัวร้อนเป็นแน่
เพื่อไม่ให้ปวดหัวตัวร้อน จึงต้องเขียนถึงเป็นประจำ อย่างวันนี้ก็ได้ พระพิมพ์แปลก
มาอีกแล้ว เป็น พระพิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๓๐ เนื้อไม้ผสมเนื้อผงดำ ภาพที่เห็นคือดำๆ
ด่างๆ แต่พิมพ์ทรงองค์พระ "คม ชัด ลึก" อย่าบอกใคร และอย่าตกใจ หากจะบอกว่า
จตุคามรามเทพ องค์นี้มีราคา ๒ แสนบาท อันเป็นราคาจริง ไม่ใช่ราคาคุยแต่ประการใด
เจ้าของพระคือ เชษฐ์ โฟโต้ สายตรงพระจตุคามรามเทพ อาชีพหลักคือ ถ่ายภาพพระ
บนชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ใครอยากได้ พระจตุคามรามเทพ ทั้งเก่าและใหม่ไปที่นี่ไม่มีผิดหวัง
โทร. ๐-๑๓๓๕-๒๒๓๒
วงการพระ เป็นที่ชุมนุมของคนหลายสาขาอาชีพมาก่อน ที่เป็น ทนายความ ก็มี
คือ วิศาล นันทสันติ เจ้าของฉายา ทนายพระเครื่อง หรือที่เพื่อนฝูงเรียกขานว่า
ทนาย (ที่สนิมสนมกันมากๆ ก็เรียก นาย เฉยๆ ก็มี) ทนาย สะสมพระมานานปี จนมีความชำนาญทางนี้
มีพระหลักยอดนิยมมากมาย เบื่อๆ ก็ขายออกไปบ้าง ก็เลยมีรายได้ ทำไปทำมารายได้จะดีกว่าเป็นทนายความเสียอีก
(แถมยังปวดหัวน้อยกว่าด้วย) ทุกวันนี้จึงเห็น นาย เข้าสนามพระมากกว่าไปโรงศาล
พบหน้าวันก่อน นาย ก็เลยฝากมาให้ศึกษาเป็นวิทยาทาน เป็น พระปิดตาเขมร เนื้อสัมฤทธิ์เงิน
พิมพ์บัวฟันปลา (แหลม) ความเก่าประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ ปี เป็นพระยุคกลาง สมัยเดียวกับ
พระอุปคุต ที่คนไทยรู้จักกันดี พระปิดตา องค์นี้ สูงประมาณ ๓ ซม. กว้าง ๑
ซม.เศษ นับเป็นพระปิดตาที่แปลก หาชมได้ยากพิมพ์หนึ่ง ใครจะดูองค์จริงก็ลองโทรไปถามได้ที่
๐-๑๘๐๖-๔๘๑๔
วิชากร บัวหอม ปลัดเทศบาลนครสงขลา แจ้งว่า...พระหลวงพ่อทวด รุ่น "สันติสุข"
จัดสร้างโดย เทศบาลนครสงขลา ที่ผ่านพิธีปลุกเสกเสร็จแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่
๒๕ มีนาคม ศกนี้ ณ วัดแจ้ง สงขลา ขณะนี้พระบูชาหลวงพ่อทวด ๕ นิ้ว และพิมพ์หลังเตารีด
หมดแล้ว นอกนั้นพอมีเหลืออยู่อีก ไม่มากนัก คือ เหรียญหลวงพ่อทวด พิมพ์รูปไข่
พิมพ์เม็ดแตง รูปเหมือนพิมพ์ลอยองค์ พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน และ พระจตุคามรามเทพ
พิมพ์กลม ติดต่อได้ที่ สำนักงานเทศบาลนครสงขลา โทร. ๐-๗๔๓๑-๑๐๑๕, ๐-๗๔๓๒-๔๘๐๘,
๐-๑๖๙๐-๐๗๔๔, ๐-๑๗๙๘-๐๐๐๙ สำหรับวัตถุประสงค์ที่จัดสร้าง พระหลวงพ่อทวด รุ่นนี้ก็เพื่อหาทุนสร้าง
พระหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง ๕ เมตร สูง ๕.๙๐ เมตร ประดิษฐานไว้บน
เขาตังกวน ในตัวเมืองสงขลา คู่กับองค์เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์
ที่ชาวสงขลาและนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปสักการบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน
พูดถึง เขาตังกวน แห่งนี้มีตำนานมาเก่าแก่ สมัยที่ แล่ม จันท์พิศาโล ยังเป็นนักเรียนอยู่ที่หาดใหญ่
เวลาปิดภาคเรียนก็ได้ไปปีนป่ายขึ้นเขานี้เสมอๆ เมื่อปี ๒๕๐๕ ตอนเตรียมตัวเข้าร่วม
งานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ในกรุงเทพฯ ก็ได้ไปฝึกภาคสนามร่วมกับเพื่อนลูกเสือจากโรงเรียนต่างๆ
ใน จ.สงขลา โดยมีศูนย์ฝึกอยู่ที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ และที่ เขาตังกวน แห่งนี้ก็ต้องฝึกวิชา
สะกดรอย อยู่เป็นประจำ ต้องปีนป่ายขึ้นทางหลังเขาด้าน เขาน้อย เป็นที่สนุกสนานมาก
รวมทั้ง หาดสมิหลา สวนสนอ่อน ก็ไปกางเต็นท์นอนฟังเสียงคลื่นมาหมดแล้ว ในโอกาสที่
เทศบาลนครสงขลา จัดสร้าง พระหลวงพ่อทวด องค์ใหญ่บนเขาตังกวน ในฐานะที่เป็น
ชาวสงขลา โดยกำเนิด ก็ต้องขอร่วมทำบุญสมทบทุนบ้าง ตามกำลังศรัทธา รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ข่าวนี้
สำหรับฉบับนี้...ขอนะมัสเต สุขี ชุอีมา นิโรคี ชุอีมา ขอให้มีความสุขมากๆ
และปราศโรคภัยไข้เจ็บโดยทั่วกัน...ทุกๆ ท่าน