เมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ มีนาคม ที่ผ่านมา ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งได้จัดการประชุมระดับโลกเพื่อถกเรื่องผลกระทบจากวิกฤติการคลื่นยักษ์สึนามิถล่มประเทศที่ตั้งอยู่โดยรอบมหาสมุทรอินเดีย
โดยศรีลังกาเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือยอดรวมผู้เสียชีวิตกว่าสี่หมื่นราย
และประชากรผู้ไร้ที่อยู่อีกนับล้านคน คลื่นยักษ์ได้โถมเข้ากระทบชายฝั่งทะเลเป็นระยะทางกว่าสองในสามของความยาวชายฝั่งทะเล
รอบเกาะทั้งหมด
แม้เวลาได้ผ่านไปเกือบ ๓ เดือนแล้วก็ตาม แต่ความช่วยเหลือจากต่างชาติที่สัญญาว่าจะบริจาค
หรือบริจาคผ่านกองทุนระหว่างประเทศมาให้นั้น ยังไม่ตกถึงมือผู้ประสบภัยพิบัติครั้งนี้
พระภิกษุของวัดในบริเวณหมู่บ้านทั้งหลายที่คลื่นยักษ์กระทบนั้น ได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นตามมีตามได้
และได้ประทังชีวิตและช่วยให้ประชากรนับแสนของประเทศได้มีที่พำนักพักพิง และเป็นที่สรณะทางจิตใจ
ของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา
ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งได้รับการสนับสนุนเงินบริจาคส่วนหนึ่งจากองค์การพุทธศาสนสัมพันธ์แห่งโลก
(The World Fellowship of Buddhists) และองค์การ Buddha's Light International
Association โดยการนำของพระอาจารย์ใหญ่ซิงหยุ๋น ผู้นำชาวพุทธจาก ๒๑ ประเทศ
ทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา กว่า ๖๐๐ ท่าน เดินทางมาร่วมการประชุมที่จัดขึ้นอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้ด้วย
คณะที่มาจากประเทศไทยได้แก่ พระภิกษุ ๓ รูป ผู้เป็นผู้แทนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นายวัลลภ ไทยอารี เลขานุการองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ภิกษุณีธัมมนันทา
(ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) และพระเมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ (พระ ดร.มโน)
บรรยากาศการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่หอประชุม
BMICH (Bandaranaike Memorial International Conference Hall) กลางกรุงโคลัมโบ
ประเทศศรีลังกา ภายนอกหอประชุมมีนิทรรศการภาพถ่ายที่แสดงความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจาก
ภัยคลื่นยักษ์ การเปิดการประชุมค่อนข้างจะเป็นพิธีรีตอง โดยการกล่าวสุนทรพจน์ของพระเถระผู้ใหญ่ของศรีลังกา
และมีผู้ทรงเกียรติในวงการชาวพุทธโลก ต่อด้วยพระภิกษุและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ออกมาเล่าประสบการณ์ของตัวเองในวันเกิดเหตุ
พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง เล่าถึงเรื่องที่ท่านได้ช่วยชีวิตคนหลายคนออกมาจากรถประจำทางที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดตกลงไปในทะเล
อีกรูปหนึ่งเล่าถึงเรื่องที่ท่านได้เปิดวัดให้ประชาชนที่วิ่งหนีตายจากคลื่นยักษ์เข้าพักพิง
อีกรูปหนึ่งเล่าถึงสิ่งที่ท่านได้เห็น คือ รถไฟทั้งขบวนถูกคลื่นยักษ์ม้วนหายลงไปในทะเลต่อหน้าต่อตา
เหลือไว้แต่เพียงซากรางรถไฟที่หงิกงอ กับซากสะพานรถไฟที่ชำรุดจนใช้การไม่ได้
ไม่รวมถึงความยากลำบากในการช่วยเหลือทางจิตใจแก่ผู้รอดชีวิต ที่เต็มไปด้วยความเครียด
ความเศร้าโศก และความกังวล
พระ ดร.มโน
บอกว่า ได้รับนิมนต์ให้เข้าร่วมกลุ่มในการร่างแถลงการณ์ อันจะอ่านเป็นปฏิญญาร่วมกันจากการประชุมในครั้งนี้
โดยมีคณะผู้เข้าร่วมในการร่างเอกสารประวัติศาสตร์นี้ ๑๐ ท่านด้วยกัน อันประกอบด้วยภิกษุ
ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา
เมื่อได้ร่างแถลงการณ์แล้วเสร็จ พระ ดร.มโน ได้รับการของร้องให้เป็นผู้อ่านนำเสนอต่อที่ประชุม
สาระของแถลงการณ์ฉบับนี้เร่งรัดให้ชาวพุทธโลก ร่วมกันก่อตั้งหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยขึ้น
ในลักษณะเดียวกับสภากาชาดสากล หรือ สภาเสี้ยววงเดือนแดง (ของอิสลาม) แถลงการณ์นี้ได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์จากที่ประชุมทั้งหมด
และให้ดำเนินการได้ในทันที
การประชุมที่แน่นด้วยสาระในวันแรกนี้ จบลงด้วยการแสดงคอนเสิร์ตเยาวชน ซึ่งทุกคนใส่เสื้อสีฟ้าปอนๆ
มีรูปคลื่นสึนามิ กางเกงหรือกระโปรงสีดำ นักดนตรีแต่ละคนคือเด็กที่รอดชีวิตจากสึนามิ
เครื่องดนตรีที่วงดนตรีนี้ใช้ทำจากกล่องบ้าง กระป๋องน้ำบ้าง ท่อพีวีซีบ้าง
กะลามะพร้าวบ้าง นำมาบรรเลงให้ที่ประชุมได้ฟัง พระภิกษุศรีลังการรูปหนึ่งเป็นผู้คิดสร้างวงดนตรี
เครื่องดนตรี และทำการฝึกซ้อมจนเล่นได้อย่างไพเราะจับใจผู้ฟัง
"วันรุ่งขึ้นเป็นอีกวันหนึ่งของการระดมสมองจากผู้เข้าร่วมประชุม ให้ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ในการจัดตั้งองค์การการกุศลระดับโลกนี้
โดยแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ถกกันในเรื่องของโครงสร้างการบริหาร
กลุ่มที่สอง ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ และกลุ่มที่สาม ว่าด้วยเรื่องการบริหารการเงิน
อาตมาได้รับนิมนต์ให้เป็นประธานดำเนินการประชุมกลุ่มแรก ภิกษุณีชาวศรีลังการูปหนึ่งเป็นประธานกลุ่มที่สาม
และท่านธรรมปาละ ภิกษุชาวอเมริกันเป็นประธานกลุ่มที่สาม" พระ ดร.มโน ยังกล่าว
พร้อมกับบอกด้วยว่า
ในที่ประชุมได้มีข้อเสนอจากทั้งสามกลุ่ม นำมาประมวลกันและให้ประธานกลุ่มเป็นผู้นำเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา
ภายหลังจากที่ได้อภิปรายกันเป็นชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการร่างธรรมนูญ
ว่าด้วยการบริหารจัดการองค์การการกุศลนี้โดยมีผู้แทนชาวพุทธทั่วโลก ๑๘ ท่าน
โดยมีพันธกิจให้ร่างธรรมนูญนี้ให้สำเร็จใน ๓ เดือน และให้ก่อตั้งเป็นองค์การระดับชาติให้สำเร็จภายในเดือนมีนาคม
๒๕๔๙ คือภายใน ๑ ปี โดยพระ ดร.มโน ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสถาปนาองค์กรกาชาดของพุทธในครั้งนี้ด้วย
และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้ร่วมงานในคณะกรรมการชุดนี้
0 เรื่องและภาพ ไตรเทพ สุทธิคุณ 0