ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมาเป็นวันราหูย้ายราศี
มีบรรดาบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพทั้งชายหญิงที่มีความเชื่อเรื่องราหู ต่างพากันมากราบไหว้บูชาถวายอาหารของดำ
๘ อย่าง เนื่องจากปีนี้พระราหูจะย้ายสู่ราศีมีนในวันที่ ๑๒ มีนาคม ซึ่งวันดังกล่าว
ได้มีพิธีส่ง-รับพระราหูย้ายสู่ราศีมีน
โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในวงการบันเทิง อาทิ จำนรรค์ ศิริตัน สันติสุข
พรหมศิริ อมิตา ทาทายัง แหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา เขตต์-ฐานทัพ และนุ่น-วรนุช
วงษ์สวรรค์ เข้าร่วมในพิธีเพื่อรับดวงเสริมดวงให้เป็นสิริมงคล ณ วัดท่ากระบือ
อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่มีพระครูสมุห์อุเทน สิริสาโร เป็นประธานประกอบพิธี
แม้ว่าหลายฝ่ายจะออกมาวิจารณ์ถึงกระแส บูชาพระราหูว่าเป็นเรื่องสะท้อนได้ชัดเจนว่าผู้คนในสังคมขาดความมั่นใจที่จะเป็นคนดี
และมุ่งทำความดี จึงหันไปลุ่มหลงมัวเมากับพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อว่าทำให้ร้ายกลายเป็นดี
จุดนี้เองที่ทำให้สังคมเกิดปัญหามากมาย เพราะคนเอาแต่บูชาความโง่ มากกว่าบูชาความดี
ในวันนี้เราจะไปสอบถามการทำพิธีไหว้พระราหูจาก
พระอาจารย์อุเทน สิริสาโร ว่าแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่งมงายตามคำวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่
และท่านได้อนุญาตให้สัมภาษณ์แบบ คม ชัด ลึก ดังนี้
* ทำไมหลายคนวิจารณ์พิธีไหว้พระราหูเป็นสิ่งโง่งมงายครับ?
- จริงๆ พระราหูไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่คนเราไปตีความหมายให้มันงมงายเอง
คนเราเวลาอ่านหนังสือพิมพ์ก็เจอแต่คนพูดเรื่องราหูไปในทางไม่ดีกันมาก อาตมาอยากบอกว่า
คนที่มาไหว้พระราหู ก็เหมือนคนที่วิ่งมาเหนื่อยๆ แล้วมาหาพระ ถ้าอาตมาให้โยมกินน้ำร้อนเข้าไป
ถามว่าโยมจะยอมไหม ตรงนี้อยากจะบอกว่า เมื่อโยมเขาร้อนมา เราก็ต้องช่วยให้เขาเย็นลง
ด้วยการแนะนำให้ไปทำบุญ
สมัยพระพุทธเจ้าเองก็ทรงสอนเอาไว้ ในบทพระสวดก็มีกล่าวถึงพระราหู ถ้าเราแปลตามภาษาบาลี
พระราหูก็แปลว่าโลก ซึ่งโลกที่เราอยู่ก็คือพระราหู โลกเราคืออะไร โลกเราก็คือความโลภ
ความโกรธ ความหลง ที่เป็นเหมือนความมืดดำ ถ้าคนเราตกอยู่ในโลกก็คือความมัวเมาหลงอยู่ในความมืดหลงอยู่ในอำนาจนั่นคือราหูทั้งนั้น
แต่คนที่เป็นโหราจารย์จะชอบพูดว่าจะมีไฟไหม้ จะมีคนตาย อาตมาคิดว่ามันคนละเรื่อง
ไม่เกี่ยวกัน
* ตามความเป็นจริงของพระราหูคืออะไร?
- พระราหูย้ายมาอยู่ในราศีมีน
ไปเล็งในราศีกันย์ และดาวอังคารโยกก็ถูกชะตาเมืองอยู่แล้ว ส่วนราศีโยกในราศีมีนก็ทำนายเกี่ยวกับน้ำอยู่แล้ว
ราศีมันเกี่ยวกับธาตุน้ำ ที่ทำนายได้ว่าน้ำท่ามันจะแล้ง จริงๆมันไม่ได้งมงาย
พระราหูก็คือดาวนพเคราะห์ดวงที่ ๗ "ราหู" นั้นตาม พจนานุกรม ให้คำจำกัดความว่า
เป็นชื่ออสูรตนหนึ่งมีตัวขาดครึ่งท่อน เชื่อกันว่าเมื่อเวลามีสุริยคราสหรือจันทรคราส
เป็นเพราะดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ถูกราหูอมเอาไว้
ในตำราโหรบอกว่าเป็นเทวดาพระเคราะห์ มีอาภรณ์และพาหนะสีคล้ำ นอกจากนี้
"ราหู" ยังเป็นชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๗ หมายถึงตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่าน
จากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี ส่วนตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถีลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี
เรียกว่า พระเกตุ อาตมาจะสอนทุกคนที่มาเข้าพิธีพระราหูว่า ใครทำดีก็ได้ดีนะ
ไม่ใช่ว่าเรามาไหว้พระราหูกลับไปกินเหล้าเหมือนเดิมก็ไม่มีประโยชน์
* เพราะเหตุใดบางคนในสังคมไม่เชื่อเรื่องพระราหู?
- จริงๆ
เขาเชื่อกันนะโยม คนเราจะมีความเชื่อกันทุกคน แต่รับความจริงไม่ได้ คนเรามันรับความจริงไม่เป็น
คนเราส่วนมากจะกลัวความจริง คนที่ทำพระราหูส่วนมากเขาไม่อธิบายให้โยมเข้าใจ
เขาไปดึงเอาความเชื่อ พอเอาความเชื่อความกลัวมาบวกเข้าหากัน ก็กลายเป็นความศรัทธา
คนศรัทธามากก็หลอกกันมาก พระบางรูปที่หลอกจนเสียความเป็นพระ ก็เพราะศรัทธามากเกินไป
ที่ไม่ได้แยกแยะด้วยปัญญา
* วัดท่ากระบือมีการไหว้พระราหูมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?
- อาตมาเริ่มจัดพิธีไหว้พระราหูอย่างเป็นจริงเป็นจังในปี ๒๕๔๗ ก่อนหน้านี้ได้จัดพิธีไหว้พระราหูให้กับลูกศิษย์มาตั้งแต่ปี
๒๕๔๐ ครั้งหนึ่งก็ประมาณสี่ถึงห้าร้อยคนเท่านั้น สาเหตุที่จัดทำพิธีไหว้นั้น
ก็มีลูกศิษย์มาขอร้องให้จัด เนื่องจากไปทำที่อื่นแล้วต้องเสียเงินมาก มันแพง
อาตมาก็เลยรับปากว่า ถ้าอย่างนั้นจะทำให้ เพราะอาตมาก็สวดได้แล้วอาตมาก็จัดมาเรื่อยๆ
ที่มีคนมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว ก็เพราะมันตรงกับวันที่
๘ เดือน ๘ และเป็น ๘ ค่ำ อาตมาเองก็มีลูกศิษย์เยอะ ต่างคนก็ต่างแห่มาร่วมพิธีกัน
อาตมาทำก็ไม่ได้เก็บสตางค์เขา ทุกอย่างทำกันตามกำลังศรัทธา ของที่ไหว้อาตมาก็ออกสตางค์ให้เลยโดยไม่ต้องซื้อ
ใครทำบุญก็ทำ ใครไม่ทำบุญก็ไม่เป็นไร อาตมาจัดพิธีเพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์จริงๆ
เพราะลูกศิษย์ลำบาก คนรวยก็มี คนจนก็มีเยอะ อาตมาทำก็ไม่ได้หาเงินเข้าวัดแต่อย่างใด
* พระอาจารย์เรียนรู้เรื่องพระราหูจากไหนครับ?
- อาตมาเรียนรู้จากตำราเดิม
แล้วบางส่วนก็เป็นตำราของหลวงปู่รุ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดท่ากระบือแห่งนี้ อาตมาเองก็ศึกษาเกี่ยวกับหลักโหราศาสตร์มาตั้งแต่ปี
๒๕๔๐ เช่นกัน จริงๆ อาตมาศึกษาเพื่ออยากจะเอาไว้ดูเป็นความรู้ แล้วก็เอาไว้ตอบคำถามคนเท่านั้นเอง
หลายวัดไม่ได้อธิบายให้กับญาติโยมเข้าใจในความเป็นพระราหู
เมื่อครั้งที่เกิดเป็นพระราหูแล้วถูกพระอินทร์เอาจักรคว้างไปจนขาดเป็นสองท่อน
เมื่อขาดท่อนไปแล้วพระราหูก็กลายเป็นคนอันธพาล เพราะกินน้ำอมฤตเข้าไป ตรงนี้ก็เปรียบเหมือนคนพอมีอำนาจแล้วมันก็จะเหลิง
ด้วยความเป็นอันธพาลของพระราหู พระฤาษีก็ไปอาราธนาพระพุทธเจ้าให้มาปราบให้มาแสดงธรรม
พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมด้วยการนอนตะแคง ที่เราเห็นพระปางนอนตะแคงข้าง นั่นเป็นพระปางปราบพระราหู
สาเหตุที่ท่านนอนตะแคง เพราะราหูท่านตัวใหญ่ พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ในทั้งสามโลกนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าท่านอีกแล้ว
พระพุทธเจ้าบอกว่าไหนตัวกายท่านขนาดไหน พระพุทธเจ้าจึงแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการนอนใหญ่กว่าพระราหู
พระราหูเองก็ยังต้องแหงนหน้ามองเลย พระพุทธเจ้าก็บอกอีกว่า ขนาดข้านอนตะแคงนอนยังใหญ่กว่าท่านเลย
พระราหูก็เลยยอมแพ้ จึงได้ขอพรว่า ตราบใด เมื่อมีคนมากราบไหว้พระพุทธเจ้า
ก็ขอให้ตนได้อานิสงส์จากการกราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้าด้วย
* คนที่มาร่วมพิธีไหว้พระราหูจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร?
- เวลาที่อาตมาจัดพิธีไหว้พระราหู ถ้าไหว้แบบธรรมดาก็ไม่น่าจะมีผลร้ายอะไร
แต่ที่อาตมาจัดพิธีบูชาพระราหูอาตมาจะสวดมนต์ให้ด้วย โดยอาศัยบารมีของพระพุทธเจ้าเป็นกำลังใจให้คน
ปัดเป่าให้คนพ้นทุกข์พ้นโศกพ้นภัยด้วย
* เห็นพระอาจารย์ดูดวงให้กับญาติโยมด้วย?
- อาตมาเป็นพระที่ดูดวงชะตาให้กับญาติโยมก่อนที่จะมาจัดทำพิธีไหว้พระราหู
โดยได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์มาพร้อมกับ ซินแซช้าง (ทศพร ศรีตุลา ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์)
ก็มีการแนะนำมาตลอด เรียนไปเรียนมาก็นึกสงสารคนที่มีทุกข์ขึ้นมาก็เลยมาดูดวงชะตาให้กับญาติโยม
ทุกวันนี้อาตมาต้องดูดวงญาติโยมประมาณ ๑๕๐ คนต่อวัน ตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืนก็มี
* ส่วนใหญ่ที่มาให้ดูดวงให้เป็นเรื่องอะไรครับ?
- ราหูของคนเรา
จะมาให้ดูดวงกันเพราะเดินทางผิดกันมากกว่า เช่น อุบัติเหตุ เที่ยวไม่กลับบ้าน
ติดการพนัน ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่ในสิ่งที่มัวเมาทั้งนั้น การบูชาพระราหูก็จะมีวิธีแก้
เราจะต้องสวดส่งพระราหู และต้องดูด้วยว่า ลัคนาเราตรงกับราศีอะไร ซึ่งลัคนาที่มีปัญหามากหน่อยก็จะเป็นราศีมีนกับราศีกันย์
ตามตำราคนที่ราหูเสวยอายุ จะทำให้ลำบาก ปีไหนราหูเสวยชะตาเมือง ก็จะเกิดข้าวยากหมากแพง
ฝนแล้งฝนไม่ตกตามฤดูกาล ประชาชนจะยากจน ทำอะไรก็เจออุปสรรคทั้งนั้น ที่อาตมาดูดวงเพราะเห็นในสิ่งเหล่านี้แล้วอยากจะช่วย
การดูดวงชะตาอาตมาก็จะใช้หลักธรรมะสอนพวกเขาด้วย จริงๆ อาตมาก็ไม่เคยคิดที่จะมาดูดวงอะไรเลย
เพียงแต่คิดว่า เราจะมีกุสโลบายอย่างไรให้คนมาวัดเข้าวัด เหมือนที่คนถามคนไม่ทุกข์ก็ไม่มาวัด
พอมีทุกข์จะมาวัด อาตมาคิดว่าได้การดูดวงก็เป็นการชี้ชะตาทางสว่างให้กับโยมได้พ้นทุกข์
และขอให้พวกเขาดำรงตนอยู่ในเบญจศีลเบญจธรรมเท่านี้เองโยม และส่วนใหญ่ที่ญาติโยมมาให้ดูดวงกันก็มีร้อยแปดไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
ครอบครัว การงาน ล้มละลาย สุขภาพป่วยเพราะได้เรียนรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรมาด้วย
* การดูดวงไม่ใช่กิจของสงฆ์แบบนี้ไม่ผิดวินัยหรือครับ?
- อาตมาอยากบอกว่า การดูดวงไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่สิ่งที่อาตมาทำตรงนี้เพราะว่าเป็นการโปรดโยมมากกว่า
อาตมาไม่ได้ดูดวงอย่างเดียว พยายามสอนธรรมะให้กับพวกเขาได้นำไปประพฤติปฏิบัติเป็นเข็มทิศนำทาง
ลูกศิษย์ส่วนใหญ่กลับไปก็จะไปกินเจ กินมังสวิรัติ จากคนที่เคยฆ่าสัตว์ขาย
เขาคนนี้เป็นเจ้าของโรงฆ่าหมู พอได้ฟังธรรมะกลับไปก็เลิกฆ่าสัตว์เลย และมีลูกศิษย์บางคนติดคุกเพราะเสพยา
อาตมาก็ไปสอนธรรมะในคุกเลย ในที่สุดเขาก็เลิกติดยาได้
* สุดท้ายนี้ท่านมีธรรมะอะไรกับผู้อ่านบ้างครับ?
- ศีลไง ไม่ฆ่าสัตว์ไม่เบียดเบียนผู้อื่นเป็นข้อสำคัญ ศีลทั้ง ๕ ข้อ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ของคนอื่น ห้ามประพฤติผิดมิจฉาจารในบุตร ภรรยา
สามี ของคนอื่น ห้ามพูดคำเท็จ คำไม่จริง ล่อลวงผู้อื่น ห้ามดื่มสุราของมัวเมา
อันเป็นเหตุให้เสียสติ ใครทำได้ชีวิตก็จะเป็นสุข