???????? Komchadluek.com

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

พระครูสมุห์อุเทน สิริสาโร ไขปริศนา...พิธีไหว้พระราหู...โง่งมงายจริงหรือ?

ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมาเป็นวันราหูย้ายราศี มีบรรดาบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพทั้งชายหญิงที่มีความเชื่อเรื่องราหู ต่างพากันมากราบไหว้บูชาถวายอาหารของดำ ๘ อย่าง เนื่องจากปีนี้พระราหูจะย้ายสู่ราศีมีนในวันที่ ๑๒ มีนาคม ซึ่งวันดังกล่าว ได้มีพิธีส่ง-รับพระราหูย้ายสู่ราศีมีน

โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในวงการบันเทิง อาทิ จำนรรค์ ศิริตัน สันติสุข พรหมศิริ อมิตา ทาทายัง แหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา เขตต์-ฐานทัพ และนุ่น-วรนุช วงษ์สวรรค์ เข้าร่วมในพิธีเพื่อรับดวงเสริมดวงให้เป็นสิริมงคล ณ วัดท่ากระบือ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่มีพระครูสมุห์อุเทน สิริสาโร เป็นประธานประกอบพิธี

แม้ว่าหลายฝ่ายจะออกมาวิจารณ์ถึงกระแส บูชาพระราหูว่าเป็นเรื่องสะท้อนได้ชัดเจนว่าผู้คนในสังคมขาดความมั่นใจที่จะเป็นคนดี และมุ่งทำความดี จึงหันไปลุ่มหลงมัวเมากับพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อว่าทำให้ร้ายกลายเป็นดี จุดนี้เองที่ทำให้สังคมเกิดปัญหามากมาย เพราะคนเอาแต่บูชาความโง่ มากกว่าบูชาความดี

ในวันนี้เราจะไปสอบถามการทำพิธีไหว้พระราหูจาก พระอาจารย์อุเทน สิริสาโร ว่าแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่งมงายตามคำวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ และท่านได้อนุญาตให้สัมภาษณ์แบบ คม ชัด ลึก ดังนี้

* ทำไมหลายคนวิจารณ์พิธีไหว้พระราหูเป็นสิ่งโง่งมงายครับ?

- จริงๆ พระราหูไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่คนเราไปตีความหมายให้มันงมงายเอง คนเราเวลาอ่านหนังสือพิมพ์ก็เจอแต่คนพูดเรื่องราหูไปในทางไม่ดีกันมาก อาตมาอยากบอกว่า คนที่มาไหว้พระราหู ก็เหมือนคนที่วิ่งมาเหนื่อยๆ แล้วมาหาพระ ถ้าอาตมาให้โยมกินน้ำร้อนเข้าไป ถามว่าโยมจะยอมไหม ตรงนี้อยากจะบอกว่า เมื่อโยมเขาร้อนมา เราก็ต้องช่วยให้เขาเย็นลง ด้วยการแนะนำให้ไปทำบุญ

สมัยพระพุทธเจ้าเองก็ทรงสอนเอาไว้ ในบทพระสวดก็มีกล่าวถึงพระราหู ถ้าเราแปลตามภาษาบาลี พระราหูก็แปลว่าโลก ซึ่งโลกที่เราอยู่ก็คือพระราหู โลกเราคืออะไร โลกเราก็คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เป็นเหมือนความมืดดำ ถ้าคนเราตกอยู่ในโลกก็คือความมัวเมาหลงอยู่ในความมืดหลงอยู่ในอำนาจนั่นคือราหูทั้งนั้น แต่คนที่เป็นโหราจารย์จะชอบพูดว่าจะมีไฟไหม้ จะมีคนตาย อาตมาคิดว่ามันคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกัน

* ตามความเป็นจริงของพระราหูคืออะไร?

- พระราหูย้ายมาอยู่ในราศีมีน ไปเล็งในราศีกันย์ และดาวอังคารโยกก็ถูกชะตาเมืองอยู่แล้ว ส่วนราศีโยกในราศีมีนก็ทำนายเกี่ยวกับน้ำอยู่แล้ว ราศีมันเกี่ยวกับธาตุน้ำ ที่ทำนายได้ว่าน้ำท่ามันจะแล้ง จริงๆมันไม่ได้งมงาย พระราหูก็คือดาวนพเคราะห์ดวงที่ ๗ "ราหู" นั้นตาม พจนานุกรม ให้คำจำกัดความว่า เป็นชื่ออสูรตนหนึ่งมีตัวขาดครึ่งท่อน เชื่อกันว่าเมื่อเวลามีสุริยคราสหรือจันทรคราส เป็นเพราะดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ถูกราหูอมเอาไว้

ในตำราโหรบอกว่าเป็นเทวดาพระเคราะห์ มีอาภรณ์และพาหนะสีคล้ำ นอกจากนี้ "ราหู" ยังเป็นชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๗ หมายถึงตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่าน จากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี ส่วนตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถีลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระเกตุ อาตมาจะสอนทุกคนที่มาเข้าพิธีพระราหูว่า ใครทำดีก็ได้ดีนะ ไม่ใช่ว่าเรามาไหว้พระราหูกลับไปกินเหล้าเหมือนเดิมก็ไม่มีประโยชน์

* เพราะเหตุใดบางคนในสังคมไม่เชื่อเรื่องพระราหู?

- จริงๆ เขาเชื่อกันนะโยม คนเราจะมีความเชื่อกันทุกคน แต่รับความจริงไม่ได้ คนเรามันรับความจริงไม่เป็น คนเราส่วนมากจะกลัวความจริง คนที่ทำพระราหูส่วนมากเขาไม่อธิบายให้โยมเข้าใจ เขาไปดึงเอาความเชื่อ พอเอาความเชื่อความกลัวมาบวกเข้าหากัน ก็กลายเป็นความศรัทธา คนศรัทธามากก็หลอกกันมาก พระบางรูปที่หลอกจนเสียความเป็นพระ ก็เพราะศรัทธามากเกินไป ที่ไม่ได้แยกแยะด้วยปัญญา

* วัดท่ากระบือมีการไหว้พระราหูมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?

- อาตมาเริ่มจัดพิธีไหว้พระราหูอย่างเป็นจริงเป็นจังในปี ๒๕๔๗ ก่อนหน้านี้ได้จัดพิธีไหว้พระราหูให้กับลูกศิษย์มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ครั้งหนึ่งก็ประมาณสี่ถึงห้าร้อยคนเท่านั้น สาเหตุที่จัดทำพิธีไหว้นั้น ก็มีลูกศิษย์มาขอร้องให้จัด เนื่องจากไปทำที่อื่นแล้วต้องเสียเงินมาก มันแพง อาตมาก็เลยรับปากว่า ถ้าอย่างนั้นจะทำให้ เพราะอาตมาก็สวดได้แล้วอาตมาก็จัดมาเรื่อยๆ

ที่มีคนมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว ก็เพราะมันตรงกับวันที่ ๘ เดือน ๘ และเป็น ๘ ค่ำ อาตมาเองก็มีลูกศิษย์เยอะ ต่างคนก็ต่างแห่มาร่วมพิธีกัน อาตมาทำก็ไม่ได้เก็บสตางค์เขา ทุกอย่างทำกันตามกำลังศรัทธา ของที่ไหว้อาตมาก็ออกสตางค์ให้เลยโดยไม่ต้องซื้อ ใครทำบุญก็ทำ ใครไม่ทำบุญก็ไม่เป็นไร อาตมาจัดพิธีเพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์จริงๆ เพราะลูกศิษย์ลำบาก คนรวยก็มี คนจนก็มีเยอะ อาตมาทำก็ไม่ได้หาเงินเข้าวัดแต่อย่างใด

* พระอาจารย์เรียนรู้เรื่องพระราหูจากไหนครับ?

- อาตมาเรียนรู้จากตำราเดิม แล้วบางส่วนก็เป็นตำราของหลวงปู่รุ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดท่ากระบือแห่งนี้ อาตมาเองก็ศึกษาเกี่ยวกับหลักโหราศาสตร์มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เช่นกัน จริงๆ อาตมาศึกษาเพื่ออยากจะเอาไว้ดูเป็นความรู้ แล้วก็เอาไว้ตอบคำถามคนเท่านั้นเอง หลายวัดไม่ได้อธิบายให้กับญาติโยมเข้าใจในความเป็นพระราหู

เมื่อครั้งที่เกิดเป็นพระราหูแล้วถูกพระอินทร์เอาจักรคว้างไปจนขาดเป็นสองท่อน เมื่อขาดท่อนไปแล้วพระราหูก็กลายเป็นคนอันธพาล เพราะกินน้ำอมฤตเข้าไป ตรงนี้ก็เปรียบเหมือนคนพอมีอำนาจแล้วมันก็จะเหลิง ด้วยความเป็นอันธพาลของพระราหู พระฤาษีก็ไปอาราธนาพระพุทธเจ้าให้มาปราบให้มาแสดงธรรม พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมด้วยการนอนตะแคง ที่เราเห็นพระปางนอนตะแคงข้าง นั่นเป็นพระปางปราบพระราหู

สาเหตุที่ท่านนอนตะแคง เพราะราหูท่านตัวใหญ่ พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ในทั้งสามโลกนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าท่านอีกแล้ว พระพุทธเจ้าบอกว่าไหนตัวกายท่านขนาดไหน พระพุทธเจ้าจึงแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการนอนใหญ่กว่าพระราหู พระราหูเองก็ยังต้องแหงนหน้ามองเลย พระพุทธเจ้าก็บอกอีกว่า ขนาดข้านอนตะแคงนอนยังใหญ่กว่าท่านเลย พระราหูก็เลยยอมแพ้ จึงได้ขอพรว่า ตราบใด เมื่อมีคนมากราบไหว้พระพุทธเจ้า ก็ขอให้ตนได้อานิสงส์จากการกราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้าด้วย

* คนที่มาร่วมพิธีไหว้พระราหูจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร?

- เวลาที่อาตมาจัดพิธีไหว้พระราหู ถ้าไหว้แบบธรรมดาก็ไม่น่าจะมีผลร้ายอะไร แต่ที่อาตมาจัดพิธีบูชาพระราหูอาตมาจะสวดมนต์ให้ด้วย โดยอาศัยบารมีของพระพุทธเจ้าเป็นกำลังใจให้คน ปัดเป่าให้คนพ้นทุกข์พ้นโศกพ้นภัยด้วย

* เห็นพระอาจารย์ดูดวงให้กับญาติโยมด้วย?

- อาตมาเป็นพระที่ดูดวงชะตาให้กับญาติโยมก่อนที่จะมาจัดทำพิธีไหว้พระราหู โดยได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์มาพร้อมกับ ซินแซช้าง (ทศพร ศรีตุลา ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์) ก็มีการแนะนำมาตลอด เรียนไปเรียนมาก็นึกสงสารคนที่มีทุกข์ขึ้นมาก็เลยมาดูดวงชะตาให้กับญาติโยม ทุกวันนี้อาตมาต้องดูดวงญาติโยมประมาณ ๑๕๐ คนต่อวัน ตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืนก็มี

* ส่วนใหญ่ที่มาให้ดูดวงให้เป็นเรื่องอะไรครับ?

- ราหูของคนเรา จะมาให้ดูดวงกันเพราะเดินทางผิดกันมากกว่า เช่น อุบัติเหตุ เที่ยวไม่กลับบ้าน ติดการพนัน ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่ในสิ่งที่มัวเมาทั้งนั้น การบูชาพระราหูก็จะมีวิธีแก้ เราจะต้องสวดส่งพระราหู และต้องดูด้วยว่า ลัคนาเราตรงกับราศีอะไร ซึ่งลัคนาที่มีปัญหามากหน่อยก็จะเป็นราศีมีนกับราศีกันย์ ตามตำราคนที่ราหูเสวยอายุ จะทำให้ลำบาก ปีไหนราหูเสวยชะตาเมือง ก็จะเกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งฝนไม่ตกตามฤดูกาล ประชาชนจะยากจน ทำอะไรก็เจออุปสรรคทั้งนั้น ที่อาตมาดูดวงเพราะเห็นในสิ่งเหล่านี้แล้วอยากจะช่วย

การดูดวงชะตาอาตมาก็จะใช้หลักธรรมะสอนพวกเขาด้วย จริงๆ อาตมาก็ไม่เคยคิดที่จะมาดูดวงอะไรเลย เพียงแต่คิดว่า เราจะมีกุสโลบายอย่างไรให้คนมาวัดเข้าวัด เหมือนที่คนถามคนไม่ทุกข์ก็ไม่มาวัด พอมีทุกข์จะมาวัด อาตมาคิดว่าได้การดูดวงก็เป็นการชี้ชะตาทางสว่างให้กับโยมได้พ้นทุกข์ และขอให้พวกเขาดำรงตนอยู่ในเบญจศีลเบญจธรรมเท่านี้เองโยม และส่วนใหญ่ที่ญาติโยมมาให้ดูดวงกันก็มีร้อยแปดไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ครอบครัว การงาน ล้มละลาย สุขภาพป่วยเพราะได้เรียนรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรมาด้วย

* การดูดวงไม่ใช่กิจของสงฆ์แบบนี้ไม่ผิดวินัยหรือครับ?

- อาตมาอยากบอกว่า การดูดวงไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่สิ่งที่อาตมาทำตรงนี้เพราะว่าเป็นการโปรดโยมมากกว่า อาตมาไม่ได้ดูดวงอย่างเดียว พยายามสอนธรรมะให้กับพวกเขาได้นำไปประพฤติปฏิบัติเป็นเข็มทิศนำทาง ลูกศิษย์ส่วนใหญ่กลับไปก็จะไปกินเจ กินมังสวิรัติ จากคนที่เคยฆ่าสัตว์ขาย เขาคนนี้เป็นเจ้าของโรงฆ่าหมู พอได้ฟังธรรมะกลับไปก็เลิกฆ่าสัตว์เลย และมีลูกศิษย์บางคนติดคุกเพราะเสพยา อาตมาก็ไปสอนธรรมะในคุกเลย ในที่สุดเขาก็เลิกติดยาได้

* สุดท้ายนี้ท่านมีธรรมะอะไรกับผู้อ่านบ้างครับ?

- ศีลไง ไม่ฆ่าสัตว์ไม่เบียดเบียนผู้อื่นเป็นข้อสำคัญ ศีลทั้ง ๕ ข้อ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ของคนอื่น ห้ามประพฤติผิดมิจฉาจารในบุตร ภรรยา สามี ของคนอื่น ห้ามพูดคำเท็จ คำไม่จริง ล่อลวงผู้อื่น ห้ามดื่มสุราของมัวเมา อันเป็นเหตุให้เสียสติ ใครทำได้ชีวิตก็จะเป็นสุข

กำเนิดพระราหู

  ตำนานพระราหูในตอนแรกนี้ เล่าว่าเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เทวดาและอสูรช่วยกันกวนเกษียรสมุทร เพื่อให้ได้น้ำอมฤตซึ่งเมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะไม่มีวันตาย คือ มีชีวิตเป็นอมตะ แต่เมื่อได้น้ำอมฤตมาแล้ว พวกเทวดาเล่นไม่ซื่อ เก็บน้ำอมฤตไว้ดื่มกันเอง ไม่แบ่งให้พวกอสูร

มีอสูรตนหนึ่งนามว่า "ราหู" ไม่ยอมให้เทวดาองค์ไหนเอาเปรียบได้ง่ายๆ เนื่องจากราหูมีร่างกายใหญ่โต แตกต่างจากอสูรทั้งหลาย และมีอิทธิฤทธิ์มาก มีตำแหน่งเป็นถึงอุปราชแห่งอสูรพิภพ จึงไม่กลัวเกรงเทวดาหน้าไหนทั้งนั้น

อสูรราหูจึงได้ปลอมตัวเข้าไปปะปนกับพวกเทวดา และร่วมดื่มน้ำอมฤตด้วย แต่เนื่องจากอสูรไม่ใช่เทวดา จึงมีหางเป็นนาค หรือ งู เมื่อปลอมตัวเข้าไปเก็บหางไม่มิด จึงถูกพระอาทิตย์กับพระจันทร์จับได้ และนำเรื่องไปฟ้องพระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงพิโรธมากจึงขว้างจักรไปตัดตัวราหูขาดเป็นสองท่อน

แต่เนื่องจากราหูได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้ว แม้ร่างจะขาดเป็นสองท่อนก็ยังไม่ตาย ท่อนบนที่เหลือครึ่งตัวยังเป็นราหูอยู่ ส่วนครึ่งตัวท่อนล่างได้กลายเป็นอสูรอีกตนหนึ่งชื่อว่า เกตุ (ดาวเกตุหนึ่งในกลุ่มดาวนพเคราะห์) ด้วยเหตุนี้ราหูจึงมีความอาฆาตพยาบาทต่อพระจันทร์และพระอาทิตย์เป็นอย่างมาก ถ้าพบกันเมื่อไหร่ก็จะพยายามกลืนกินทันที

ดังนั้น เมื่อเกิดจันทรคราส หรือ สุริยคราสขึ้นเมื่อใด คนโบราณก็จะบอกลูกหลานให้ช่วยกันตีเกราะเคาะไม้เพื่อให้ราหูตกใจ จะได้คายพระจันทร์ หรือ พระอาทิตย์ออกมา

นอกจากนิยามปรัมปราของชาวอินเดียแล้ว ยังมี นิยายของชาวไทย ช่วยแต่งเติมเรื่องราวเกี่ยวกับราหูอมจันทร์ โดยเล่าเรื่องในอดีตชาติของอสูรราหู พระจันทร์ และพระอาทิตย์ไว้ว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเป็นศัตรูกันนี้ ทั้งสามเคยเกิดเป็นพี่น้องท้องเดียวกันมาก่อน โดยเกิดเป็นลูกเศรษฐี เมื่อบิดาเสียชีวิต บุตรทั้งสามได้นิมนต์พระมาทำบุญที่บ้าน พี่ชายคนโตตักบาตรด้วยขันทอง พี่ชายคนกลางตักบาตรด้วยขันเงิน ส่วนน้องคนเล็กตักบาตรด้วยกระบุง

ครั้นพี่น้องทั้งสามตายไป พี่ชายคนโตไปเกิดเป็นพระอาทิตย์ มีผิวสุกปลั่งเป็นสีทอง พี่ชายคนกลางไปเกิดเป็นพระจันทร์ มีผิวพรรณขาวนวลเป็นสีเงิน เพราะตักบาตรด้วยขันเงิน ส่วนน้องคนเล็กไปเกิดเป็นราหูมีร่างกายกำยำดำมืด เพราะตักบาตรด้วยกระบุง เมื่อพี่น้องทั้งสามเกิดมาแล้ว ระลึกชาติได้ สำหรับพี่ชายคนโตและคนกลางที่ได้เกิดใหม่เป็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ ต่างก็มีความพึงพอใจในสรีระอันงดงามของพวกตน

ยกเว้นน้องคนเล็กที่เกิดเป็นราหู รูปชั่วตัวดำ ให้รู้สึกน้อยใจนักที่ตนเองอุตส่าห์ทำบุญเหมือนกัน แต่มาถือกำเนิดในร่างกายที่น่าเกลียด จึงคิดอิจฉาพี่ชายทั้งสองที่งดงามกว่าตน ฉะนั้น ยามใดที่มีโอกาสก็จะพยายามจับพระจันทร์ และพระอาทิตย์กลืนกินเสีย แต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง เพราะมนุษย์กลัวโลกจะมืดจึงส่งเสียงขับไล่ จนราหูทนฟังไม่ไหว ต้องคายพระอาทิตย์ หรือ พระจันทร์ออกมา

ส่วน วรรณกรรมทางพุทธศาสนา ก็มีเรื่องราวกล่าวถึงราหูกลืนกินพระอาทิตย์ พระจันทร์ไว้เหมือนกัน โดยเล่าไว้ว่า ราหูกลัวพระพุทธเจ้ามาก เมื่อราหูจับพระจันทร์ได้ พระจันทร์ก็จะระลึกถึงพระพุทธเจ้า ขอให้พระพุทธองค์เป็นที่พึ่ง พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงราหูว่า พระจันทร์ถือพระองค์เป็นที่พึ่งแล้ว ขอให้ปล่อยพระจันทร์เสีย เท่านั้นแหละ ราหูก็ตกใจปล่อยพระจันทร์ทันที เมื่อจับพระอาทิตย์ได้ก็เป็นอย่างเดียวกัน เพราะพระอาทิตย์ก็ถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งเช่นเดียวกัน

สำหรับของดำ ๘ อย่างที่มีผู้นิยมนำไปไหว้ราหูประกอบด้วย ๑.ไก่ดำหรือองุ่นดำ ๒.เหล้าดำ ๓.กาแฟดำ ๔.เฉาก๊วย ๕.ถั่วดำ ๖.ข้าวเหนียวดำ ๗.ขนมเปียกปูน และ ๘.ไข่เยี่ยวม้า โดยมีความเชื่อว่าสามารถสะเดาะเคราะห์ได้

ผู้ศรัทธาสนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่วัดท่ากระบือ ต.บางยาง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โทร. ๐-๓๔๔๙-๙๕๑๔,๐-๙๙๙๒-๒๓๑๘ (พระอาจารย์ตั๊ม พระเลขา), ๐-๙๐๑๘-๒๖๕๓(พระอาจารย์ไพฑูรย์)

0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง 0 0 ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง 0





พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543