วัดหนองบัว ตั้งอยู่ที่ ๒๑ หมู่ ๔ ต.หนองบัว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร บนเนื้อที่
๒๐ ไร่ แบ่งเป็นโรงเรียนวัดหนองบัว ๔ ไร่ บริเวณหน้าวัดมีพระรูปหลวงพ่อแดง
๓ องค์ ปั้นด้วยปูนเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่ภายในศาลา สำหรับเป็นที่พึ่งพิงทางใจกราบไหว้
ทั้งในละแวกใกล้เคียงและคนห่างไกล จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ แต่ไม่มีประวัติที่ชัดเจนในการสร้าง
ความแปลกของวัดแห่งนี้ คือ มีทางออกทางเดียว ไม่มีซุ้มประตู และรั้ว กั้นอาณาเขต
มีพื้นที่ติดคลองดำเนินสะดวก และคลองบ้านแพ้วทั้งสามด้าน องค์ประกอบของวัดเป็นเรือนหลังไม้เต็ง
ประกอบด้วย โบสถ์ ศาลาการเปรียญไม้ โรงครัวไม้ ส่วนที่เป็นปูน เมรุ และศาลาหลวงพ่อแดง
ก่อนหน้านี้มีพระดูแล ๑ รูปชื่อ พระภิกษุเชื้อ เจ้าอาวาส ๑ องค์ คือ พระครูวินัยธรเล็ก
ปภัสสะโร โดยทั้งสองได้มรณภาพไปแล้ว ปัจจุบันมีพระครูสาครกิจจานุกูล เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส
สำหรับหลวงพ่อแดงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพนับถือของ
ชาวบ้านปั้นขึ้นมาจากปูนธรรมดา มีอายุกว่า ๘๐ ปี หน้าตัก ๕๐ นิ้ว มีด้วยกัน
๓ องค์ (๓ ปาง) ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาขนาดเล็ก ริมน้ำหน้าโบสถ์ ก่อนหน้านี้เป็นฐานลังไม้
โดยปกติมักจะมีคนสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาไหว้บนบานศาลกล่าว โดยมีความเชื่อกันว่าความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเมื่อขออะไรมักสมหวัง
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุที่ทำให้มีคนมาถวายพระพุทธรูปเป็นประจำ จนขณะนี้ซึ่งมีมาก
๑๕,๐๐๐ องค์
ความศรัทธาหลวงพ่อแดงนั้น มีตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดาไปจนถึงนักการเมือง และนักธุรกิจระดับประเทศ
สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี คือ รายชื่อที่ปรากฏอยู่บนฐานพระพุทธรูป
อาทิ ตระกูลดัง "เทพกาญจนา" และตระกูล " พัฒนพานิช" อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
เป็นต้น
พระครูสาครสิริทัต (ฉลวย นิยโต เปาทุย) อายุ ๗๓ ปี เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
และเจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว บอกว่า กรณีชาวบ้านที่มีความศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อแดง
ซึ่งมักถือปฏิบัติคงแวะเวียนมานานกว่า ๑๐ ปี ปีโดยได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่าง
ๆ ตามประเพณีทางศาสนา อาทิ สวดสะเดาะเคราะห์เสริมจิตใจ ถวายพร้อมสังฆทานเพื่อแผ่เมตตาให้กับผู้อื่น
ซึ่งเชื่อกันว่าหากมีคนมากราบไหว้บูชาพระของตนไปด้วยก็มีโอกาสทำให้จิตใจเราสบายไปด้วย
โดยความเชื่อมิอาจห้ามได้ ขณะที่เคยได้ประกาศงดรับไปแล้ว เนื่องจากไม่มีสถานที่จัดเก็บ
ทางด้าน
พระครูสาครกิจจานุกูล ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาจเป็นความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละคน
ซึ่งผู้ที่เลื่อมใสเองอาจกล่าวขานกันหลังเข้ามานมัสการกราบไหว้ ตลอดจนยึดไปปฏิบัติกันลักษณะคล้ายประเพณีหลังมีความสำเร็จหรือฐานะดีขึ้น
ส่วนการนำพระพุทธรูปมาถวายให้กับทางวัดนั้น ขึ้นอยู่แต่ละความเชื่อ และความสมัครใจเช่นกัน
ส่วนการสร้างและจำหน่ายวัตถุมงคลนั้น พระครูสาครกิจจานุกูล ยืนยันว่า ทางวัดก็ไม่มีการจัดทำเครื่องรางของขลัง
รวมทั้งวัตถุมงคลใด ๆ ตลอดจนไม่มีการจัดพิธีกรรมใด ๆ ให้กับชาวบ้านทั้งสิ้น
นอกจากความศรัทธา
สำหรับภารกิจของสงฆ์ และพิธีกรรมที่ปฏิบัตินั้นก็ไม่ต่างไปจากวัดอื่น ๆ
ทั่วไป และพระพุทธรูปองค์ขนาดใหญ่นั้นยังมีราคานับแสน ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า
มีพระพุทธรูปกระจัดกระจายไปตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ทุกหนแห่งในวัด รวมทั้งในโบสถ์ด้วย
"ที่ผ่านมาบรรดาญาติโยมต่างแวะหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเชื่อว่าสะเดาะเคราะห์ให้กับตนเอง
โดยพระที่นำกันเข้ามามีตั้งแต่หน้าตัก ๓ นิ้ว ไปรวมถึงพระพุทธรูปบูชาที่มีความสูง
๒-๓ วา ซึ่งบางองค์ต้องใส่รถบรรทุกขนาดใหญ่มา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปราคานับแสนบาท"
พระครูสาครกิจจานุกูลกล่าว