???????? Komchadluek.com

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

"นกหัสดีลิงค์" กับ ประเพณีเผาศพพระของชาวล้านนา

ตามความเชื่อและประเพณีเผาศพของชาวไทยภาคเหนือ หรือ ชาวล้านนา นิยมบรรจุโลงศพลงในปราสาทจำลอง ซึ่งมีการประดับตกแต่งสวยงาม โดยเชื่อว่าการบรรจุโลงศพไว้ในปราสาท แล้วเผาไปพร้อมกันนั้น จะส่งดวงวิญญาณของผู้ตายให้อยู่อย่างสุขสบาย ไปสู่สรวงสวรรค์และสู่สุคติภพ

ขณะที่ประเพณีและพิธีกรรมเผาศพพระสงฆ์จะมีความพิเศษกว่า โดยการตกแต่งโลงศพให้มีความวิจิตรงดงาม เพราะถือว่าการทำบุญกุศลศพสังขารพระสงฆ์เป็นพุทธบูชาอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะพระสงฆ์ผู้มีฐานะเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ จะมีการตกแต่งโลงศพและ ปราสาทที่มีความวิจิตรสวยงามและแปลกตากว่าศพพระสงฆ์ทั่วไป

ความพิเศษที่ว่านี้ คือ มีการสร้างเมรุชั่วคราวขึ้นมาสำหรับพิธีประชุมเพลิงโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันก็มีการก่อสร้างปราสาทขนาดใหญ่มีรูปร่างวิจิตรพิสดารคือฐานปราสาท
จะสร้างรูปจำลองเป็นสัตว์หิมพานต์ชื่อ นกหัสดีลิงค์ มีลักษณะหัวเป็นช้างตัวเป็นนก และมีหางเป็นหงษ์ เพื่อเป็นฐานรองรับบรรจุโลงศพ

เหนือโลงศพจะสร้างเป็นปราสาทขนาดใหญ่ครอบไว้ ตกแต่งด้วยกระดาษสีฉลุลายล้านนา มีผ้าแพรตกแต่งรอบปราสาท ดูยิ่งใหญ่อลังการกว่าปราสาทศพทั่วไปหลายเท่า ซึ่งไม่ค่อยมีให้พบเห็นกันบ่อยนักในยุคสมัยนี้

เช่นเดียวกับงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่หลวง กตปุญโญ หรือ พระครูการุณธรรมนิวาส เจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาส อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งจัดพิธี ณ บริเวณสำนักสงฆ์คีรีสุบรรพต ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง มีการสร้างเมรุมาศปราสาทนกหัสดีลิงค์เพื่อใช้ในพิธีดังกล่าว ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็นผลงานเชิงศิลปะ บนความเชื่อของชาวล้านนา ในรูปแบบของพิธีพุทธบูชาอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง

 

อาจารย์นิพนธ์ ยุคุณธร หรือ ครูอ้วน ผู้ดำเนินพิธีทางศาสนาในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่หลวง เล่าว่า

ตามประวัติศาสตร์ล้านนาที่เล่าขานต่อกันมาว่า นกหัสดีลิงค์เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ที่มีความพิเศษคือมีเพศเพียงดั่งช้าง เป็นนกที่มีหัวเป็นช้าง มีหางเป็นหงส์ มีพละกำลังดั่งช้างเอราวัณ ๓-๕ เชือกรวมกัน ซึ่งเป็นสัตว์คู่บารมีของกษัตรา เจ้าเมืองผู้มีอำนาจบารมีสูง

โดยความเชื่อของชาวล้านนามาแต่อดีตกาล นิยมสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์เพื่อบรรจุศพของกษัตริย์เจ้านายฝ่ายเหนือ รวมถึงพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่มรณภาพลง เพื่อให้พิธีศพมีความสง่างาม สมฐานะบารมี และเป็นการส่งดวงวิญญาณไปสู่ชาติสรวงสวรรค์ชั้นพรหมโลก เทวโลก แต่ในปัจจุบันปราสาทนกหัสดีลิงค์นิยมใช้ในพิธีศพของพระเถระชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น

ในบริเวณพิธี นอกจากจะมีเมรุมาศ ปราสาทนกหัสดีลิงค์แล้ว รอบๆ ฐานเมรุมาศจะมีเครื่องประกอบหลายอย่าง เช่น

ฉัตรเบญจา 5 ชั้น บังสูรย์เครื่องประกอบศพครูบา มหาเถระตามสมณศักดิ์ของพระมหาเถระผู้นั้น

นอกจากนี้รอบปราสาท 4 ทิศ จะมีเสาไม้ไผ่สูงสุดลำ ขึงผ้าสังฆาฏิ (ผ้าพาดบ่า) ของพระสงฆ์ผู้มรณภาพ มีความหมายแทนศีลของพระสงฆ์ เรียกว่าจตุปริสุทธศีล เสาต้นที่ ๑ หมายถึง ศีลข้อที่ ๑ คือ ปาติโมกข์สังวร เป็นพระสงฆ์ต้องมีความสำรวม ระวังปาติโมกข์สังวร คือ ศีล สมาธิปัญญา จุลศีล มัชชิมา มหาศีล

เสาต้นที่ ๒ หมายถึงศีล ข้อ ๒ อินทรียสังวร พระสงฆ์ต้องมีความสำรวมระวังอายตนภายในและภายนอก หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เสาต้นที่ ๓ หมายถึง ศีลข้อที่ ๓ อาชีวะปริสุทธศีล พระสงฆ์ต้องหมั่นออกบิณฑบาต กวาดวิหาร ล้างพระเจดีย์ ปลงอาบัติ ทำวัตรเช้า เย็น ทำกิจของสงฆ์ให้สม่ำเสมอ

เสาต้นที่ ๔ หมายถึง ศีลข้อที่ ๔ ปัจจัยสัจนิจศีล ต้องพิจารณาที่อยู่ที่กินที่หลับที่นอน ให้เหมาะแก่สมณสารรูป ฉัตรเบญจา ๕ ชั้น เป็นเครื่องประดับเกียรติยศของพระมหาเถระ

สล่า (ช่าง) นิพนธ์ โกฏแก้ว อายุ ๔๔ ปี ชาว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ผู้ออกแบบและผู้ควบคุมการก่อสร้างเมรุมาศปราสาทนกหัสดีลิงค์ กล่าวว่า ในภาคเหนือ นิยมสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์ในงานพิธีประชุมเพลิงหรือพระราชทานเพลิงศพพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่

โดยการก่อสร้างเมรุและปราสาทนกหัสดีลิงค์ในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่หลวงครั้งนี้ มีการเตรียมงานล่วงหน้ากว่า ๔ เดือน ใช้กำลังคนกว่า ๒๐ คน

โดยแยกส่วนการทำงานระหว่างส่วนการก่อปูน สร้างฐานเมรุมาศ และโครงสร้างปราสาท นกหัสดีลิงค์ โดยฝ่ายก่อสร้างฐานเมรุ ใช้กำลังคน ๘-๑๐ คน และฝ่ายก่อสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์ ใช้กำลังคน ๑๖ คน แบ่งเป็นฝ่ายโครงสร้างตัวนก และปราสาท ๑๐ คน ฝ่ายประดิษฐ์ ตัดแต่ง

กระดาษสำหรับตกแต่งตัวนกและปราสาทอีกประมาณ ๗ คน

ขนาดฐานเมรุมาศเป็นฐานขั้นบันได ๒ ชั้น มีความสูง ๒.๒๕ เมตร ความยาวเส้นผ่านศูนย์กลาง

๑๐ เมตร ส่วนตัวปราสาทนั้นเป็นปราสาทแบบมีฐาน ๒ ชั้น มีหลังคา ๒ ชั้น มียอด ๖ ชั้น มีฐานฉัตรแบบระฆังคว่ำ

ยอดฉัตรแบบเบญจา มีความสูงจากฐานถึงปลายยอดรวม ๑๕๕ เมตร

สำหรับฐานปราสาทซึ่งมีรูปร่างเป็นนกหัสดีลิงค์นั้น มีความกว้าง ๒.๕ เมตร ยาวตั้งแต่หัวจรดหางรวม ๕.๕ เมตร

โดยรูปลักษณะของตัวนกหัสดีลิงค์นั้น มีรูปร่างโครงสร้างส่วนหัวและลำตัวทำจากโครงไม้ไผ่ปะด้วยเสื่อไม้ไผ่ ทาพื้นด้วยสีอะคลิลิกทั้งตัวตัดแต่งกระดาษเป็นลวดลายทำเป็นเกล็ดทั้งตัว

ส่วนหัวช้างจะมีรายละเอียดที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ เพราะมีความพิเศษของการเคลื่อนไหวไปมาได้ โดยชิ้นส่วนคอและหัวต้องเคลื่อนไหวหมุนไปมาได้ ใบหูทำจากเสื่อ ทากาวเคลือบสีติดเป็นส่วนประกอบเพื่อให้พับกระพือได้ ส่วนงวงทำจากผ้าเย็บเป็นทรงกระบอก เลียนแบบขนาดงวงช้าง มีเชื้อกร้อยอยู่ด้านในสำหรับดึง เคลื่อนไหวได้

นอกจากนี้ภายในยังมีขันเล็กๆ บรรจุข้าวตอกไว้ เพื่อโปรย ลักษณะเหมือนช้างใช้งวงโปรยข้าวตอกเพื่อเป็นสิริมงคล

ส่วนที่มีความละเอียดและต้องใช้ฝีมือเชิงศิลปะสูงคือส่วนของดวงตา ต้องมีลักษณะกลมมน ขนตายาวสวย

กะพริบได้ เหมือนมีชีวิตจริงๆ คล้ายกับดวงตาสิงโตเชิด ส่วนหางทำจากเสื่อไม้ไผ่ ตัดเป็นรูปหางหงส์ มีลวดลายสวยงาม โดยส่วนนี้จะติดตั้งคนละส่วนกับลำตัว มีกลไกใช้เชือกชักให้เคลื่อนไหวได้

ทั้งนี้โครงสร้างทั้งหมดจะมีพื้นที่ด้านในกลวง มีประตูเข้าออกบริเวณหาง ซึ่งในวันพิธีจะมีคนนั่งอยู่ภายในเพื่อชักใยให้ส่วนหัว ตา หู งวง และหางเคลื่อนไหวได้สมจริง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า การก่อสร้างเมรุมาศปราสาทนกหัสดีลิงค์ทั้งหมดใช้งบประมาณถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท

สล่านิพนธ์ บอกว่า ประกอบตกแต่งอื่นๆ รอบเมรุนั้นจะประดับตกแต่งไปด้วยตุง ๑๒ ราศี ฉัตรเบญจา บังสูรย์ และซุ้มดอกไม้จันทน์

ส่วนที่สำคัญและขาดไม่ได้ คือ เสาไม้ไผ่สี่มุมของปราสาทใช้ขึงผ้าเพดาน ซึ่งเป็นผ้าสังฆาฏิของสงฆ์ ตามความเชื่อมาแต่โบราณ หลังจุดไฟประชุมเพลิงเผาศพปราสาท แล้วศรัทธาญาติโยม รวมทั้งลูกศิษย์ลูกหาของพระมหาเถระที่มรณภาพจะรอแย่งผ้าเพดานที่ขาดปลิวลงมาถึงพื้นเพื่อเก็บเป็นเครื่องสักการบูชา เป็นวัตถุมงคลไว้ติดตัว

หลังจากสร้างเมรุมาศปราสาทแล้วเสร็จก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพหรือประชุมเพลิง ๓ วัน จะมีพิธีอาราธนาศพออกจากโบสถ์ วิหาร หรือศาลาธรรม แล้วอาราธนาขึ้นไว้บนปราสาท มีพิธีกล่าวขอขมาลาโทษ จากนั้นอีก ๓ วัน จึงเป็นพิธีประชุมเพลิง โดยพิธีประชุมเพลิงพระมหาเถระเป็นวันที่ประชาชน ศรัทธาญาติโยม รอคอย เพราะนอกจากจะมาร่วมทำบุญเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังเดินทางพาลูกหลานมาชมความงามของปราสาทนกหัสดีลิงค์อีกด้วย

ปราสาทนกหัสดีลิงค์จึงเป็นเสมือนอีกหนึ่งผลงาน ทางศิลปะจากภูมิปัญญาพื้นถิ่น ที่สืบทอดกันมาเป็นประเพณี ให้คนรุ่นหลังได้ดูชม และแสดงให้เห็นถึงตำนานพลัง ความเชื่อ และศรัทธาทางพุทธศาสนา ที่เบ่งบานงดงามเทียบกับความเจริญเติบโตทางวัตถุไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

0 เรื่องและภาพ ศชากานท์ แก้วแพร่ 0





พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543