
พระอาจารย์สุรัตน์ วัดบ้านสิงห์ เผยแผ่ธรรมะโดยการดูหมอ
พระสงฆ์กับการดูหมอ
หรือทำนายดวงชะตาชีวิต อาจจะมองดูไม่เหมาะสมเท่าใดนัก แต่เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า
พระเกจิอาจารย์ยุคโบราณ จนถึงปัจจุบันยัง ดูหมอให้กับญาติโยมอย่างต่อเนื่อง
พระอาจารย์สุรัตน์ สุภทฺโท เจ้าอาวาส วัดบ้านสิงห์ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม
จ.ราชบุรี ก็เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่ใช้วิชาโหราศาสตร์ มาช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นทุกข์ได้ในระดับหนึ่ง
และการดูหมอก็เป็นอีกวิธีหนึ่งใน การเผยแผ่ธรรมะ ที่สำคัญคือ เป็นการเผยแผ่ธรรมะที่ได้ผลเกินคาด
พระอาจารย์สุรัตน์ เล่าว่า ก่อนบวชมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องดูดวง โหราศาสตร์อยู่แล้ว
เมื่อบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ได้ศึกษา พระธรรมแล้วก็มีความรู้สึก อยากจะดูดวงให้กับ
ชาวบ้านควบคู่กับการให้ธรรมะ โดยเป็นการดูดวงจากวันเดือนปีเกิดตามตำราโหราศาสตร์
ครั้งแรกมีความคิดว่า มีคนดูดวงได้ ทำไมเราเองจะดูไม่ได้ ตรงนี้จึงเป็น ที่มาของการดูดวงตามหลักโหราศาสตร์
ในที่นี้คงต้องยอมรับว่า พระสงฆ์ดูดวงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่กิจของสงฆ์ก็ตาม
หากได้ลองเปรียบเทียบแล้วว่า ถ้าการดูดวงแบบนี้เป็นเรื่องงมงายจริง ตำราดูดวงคงต้องสาบสูญไปแล้ว
หากมองในมุมของชาวบ้านที่มีความทุกข์ ไม่สบายใจ ไม่มีที่พึ่ง เมื่อพวกเขาหันหน้าเข้ากัน
แล้วมีพระที่คอยชี้แนะแนวทางชีวิตให้กับพวกเขา ความทุกข์ที่มีอยู่มันก็จะผ่อนคลายลง
ตรงนี้เราสามารถมองการดูดวงในแง่บวกได้ และถ้าเป็นจริง ๕๐/๕๐ เราก็ควรนำสิ่งที่ดีออกมาใช้ได้เช่นกัน
"ตั้งแต่อาตมาดูดวงมา
ส่วนใหญ่ชาวบ้าน จะไม่ได้ดูดวงเรื่องเคราะห์กรรม หรือเป็นเรื่องโชคลาภต่างๆ
แต่ชาวบ้านจะดูเรื่องอาชีพ หน้าที่การงานเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น คนที่ดวงแบบนี้จะทำอาชีพอะไรแล้วจะดี
โดยไม่ต้องไปเริ่มงานใหม่บ่อยๆ บางงานทำไม่ได้หลายคนก็ไปฝืนทำ บางคนไม่มีดวงค้าขาย
พอตั้งหน้าตั้งตาขายอยู่ได้ มันก็จะไม่ประสบความสำเร็จ การบวกลบดวง จากวันเดือนปีเกิดจะมีผลกับอาชีพ
อย่างน้อยก็จะให้หลักธรรมให้กำลังใจให้เขาดำเนินชีวิตอย่างถูกทาง" ที่มาของการทำนายดวงอาชีพของพระอาจารย์สุรัตน์
สำหรับชาติภูมิพระอาจารย์สุรัตน์ สุภทฺโท เกิดวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๓
ปีชวด ณ ต.บางแก้ว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เรียนหนังสือจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ บิดาชื่อ นายฝอย สินพิทักษ์ มารดาชื่อ นางสาด สินพิทักษ์ อาชีพทำนา เมื่อวันที่
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๐.๔๑ น. ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เป็นพระภิกษุสงฆ์
ณ วัดเขาค่าง ต.บางแก้ว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยมีพระครูธรรมรัตนคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระครูวินัยธรฟุ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการธวัช เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ตั้งแต่บวชมาพรรษาแรกก็ได้ศึกษาพระธรรมอย่างเป็นจริงเป็นจัง แล้วจะได้มีโอกาสไปกราบนมัสการท่านพุทธทาส
สวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมหลายแห่งทั่วประเทศ
ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น ผ่านไประยะเวลา ๕ พรรษาจึงได้เริ่มต้นดูดวงให้กับชาวบ้าน
ซึ่งได้มาอยู่วัดกับ หลวงพ่อขัน อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านสิงห์ จนกระทั่งท่านมรณภาพ
อย่างไรก็ตาม
"คม ชัด ลึก" ได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชน ที่เดินทางมาดูฤกษ์ยาม
น.ส.นัยนา อัศวกาญจนา อายุ ๒๗ ปี พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า ได้มาที่บ้านเพื่อนซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว
ทุกปีจะเดินทางมาถวายสังฆทานที่วัดนี้ ส่วนการดูดวงเป็นผลพลอยได้มากกว่า
เนื่องจากเห็นว่ามีประชาชนนั่งดูอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้อยากลองตรวจดวงตัวเองบ้าง
โดยพระอาจารย์ท่านได้ดูดวงตามวันเดือนปีเกิด แต่เราก็ไม่ได้เชื่อตามที่ท่านดูทั้งหมด
พยายามใช้คำทำนายของท่านเป็นแนวทางชีวิตเท่านั้น
"จริงๆ ไม่ได้คิดหรอกว่าตรงหรือไม่ตรง เราดูดวง หรือตรวจดวงชะตา
ก็เพื่อความสบายใจ ดูกันแบบสนุกๆ มากกว่า เรื่องที่ดูจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงานในชีวิตว่าจะเป็นอย่างไร
งานจะได้แค่ไหน สุขภาพเราและครอบครัว แต่ก็มีบ้างนะที่อยากรู้เนื้อคู่ เพราะท่านเองก็บอกว่ามันเป็นตามดวง
เราจะเจอมันก็เจอ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีคู่ ภาพรวมแล้วก็ตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง
เป็นเพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของอนาคต ก็เลยทำให้ไม่รู้อะไรมาก"
 สอดคล้องกับ
น.ส.ภาสกร คลี่แคล้ว อายุ ๒๗ ปี กล่าวด้วยว่า เดินทางมาดูก็ไม่บ่อย ตกก็ประมาณปีละ
๒ ครั้งเท่านั้น เรามาถามเรื่องอนาคต มันเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ล่วงหน้าว่า
ชีวิตเราจะเกิดอะไร หรือในชีวิตจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง หากถามว่าผลจากการดูดวงแล้วตรงไหม
ก็ต้องบอกตรงมากหลายเรื่อง เพราะท่านดูจากเดือนปีเกิดของเรา ความแม่นยำหรือคลาดเคลื่อนก็คงไม่ไกลจากความจริงมากนัก
"จริงๆ ถ้าถามว่าดูเพื่ออะไร คนอื่นเขาดูเพื่อความเชื่อถือศรัทธา
ในความรู้สึกส่วนตัวแล้วก็จะดูเรื่องเนื้อคู่บ้าง หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา
เราก็อยากรู้ เหมือนกับอีกหลายคน เมื่อท่านแนะนำว่าตรงนี้ไม่ดี เราก็จะไม่ทำ
จะว่าไปแล้วการดูดวงตัวเองก็มีประโยชน์ในตัวมันเอง แม้เป็นคนสมัยใหม่แต่ก็ไม่ลืมที่จะมีวัฒนธรรมเก่าๆ
นี้ไว้ เหมือนพระอาจารย์เป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคอยชี้แนะ ทางเดินให้กับเรา
พูดง่ายก็เหมือนกับการให้พรอย่างหนึ่ง"
ขณะที่สองสามีภรรยา ศุภชัย-สุจินต์ ปิ่นพัฒนพงษ์ ชาวโพธาราม กล่าวเสริมว่า
บ้านอยู่ไม่ไกลจากที่วัดเท่าไรนัก พอดีลูกชายเขาจะแต่งงานก็เลยมาดูฤกษ์ยามวันที่เป็นมงคลให้กับลูกชายว่า
ดวงจะสมพงศ์กับฝ่ายผู้หญิงหรือเปล่า ใครจะว่าเรื่องนี้งมงายหรือไม่อย่างไรก็ช่าง
แต่เพื่อความสบายใจของคนจัดงาน เมื่อดูวันเวลาเป็นมงคลแล้วก็เชื่อว่า ชีวิตคู่ของเขาทั้งสองจะเป็นมงคลตามไปด้วย
แม้ว่าปัจจุบันจะมีสังคมยุคใหม่ก็ตาม ความเชื่อความศรัทธากับสิ่งเหล่านี้คงไปแบ่งแยก
หรือห้ามไม่ได้ เพราะเป็นความสบายใจ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
"ที่มาให้พระท่านดูดวงให้ก็มาไม่บ่อยเท่าไร
เริ่มตั้งแต่น้าเขามีความศรัทธาพระอาจารย์ตั้งแต่ ท่านยังจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองอ้อ
ก็เลยแนะนำ มาให้ลองดูดวงจากท่านดู เมื่อดูแล้วก็ดีนะ สบายใจดี มาให้ท่านดูแล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับสิ่งที่เราอยากได้
เพราะความเป็นไปได้จากการ ให้ท่านดูดวง ก็ตกประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องค่าครูก็แล้วแต่เราจะถวายท่าน
เพราะท่านไม่ได้เรียกร้อง เราถวายท่าน ท่านก็จะเอาปัจจัยไปสร้างเสนาสนะในวัด"
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง /ภาพ อุทร ศรีพันธุ์
|