(ต่อจากฉบับเมื่อวานนี้)
วันเสาร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ตื่นนอนด้วยความสดชื่นแจ่มใส
เพราะอากาศดีมาก แม้จะหนาวเล็กน้อย แต่ก็สบายดี และบริการของโรงแรมระดับห้าดาวของกรุงกาฐมาณฑุ
นับว่าใช้ดีทีเดียว แม้ว่าอาหารบุฟเฟต์มื้อเช้าไม่ค่อยจะถูกปากนัก แต่ก็ได้อาศัย
ไข่เจียว โดยฝีมือของชาวคณะเราเอง เป็นกับข้าวหลัก ก็ทำให้อิ่มท้องได้ไม่ยากนัก
การเดินทางไปในแผ่นดินถิ่นนี้ต้องทำตัวเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ให้สมกับเป็นชาวพุทธที่แท้จริง
ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดไปเอง
หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปเที่ยวชมบ้านชมเมืองตามถนนหนทางต่างๆ
จนมาถึงจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาชมกัน คือ จัตุรัสกาฐมาณฑุ หรือ
ดูร์บาร์สแควร์ ซึ่งตั้งอยู่กลางในเมือง ประกอบด้วยปราสาทราชวัง เทวาลัย
มณเฑียร ศิวเทพ พระแม่ปารวตี วังหนุมานโธกา เทวรูปไพราพ วังกุมารี และกาฐมาณฑป
ที่ประกอบพิธีทางศาสนา มีเจดีย์น้อยใหญ่ ฤาษีดาบส นักพรตนักบวชที่นั่งอยู่ตามเทวาลัย
ใครจะให้ท่านเจิมหน้าผากหรือจะขอถ่ายรูปกับท่านก็ได้ แต่อย่าลืมจ่ายสตางค์เป็นรูปีให้ท่านด้วยก็แล้วกัน
ที่น่าสนใจอย่างยิ่งของจัตุรัสแห่งนี้อย่างหนึ่งก็คือ วังกุมารี
ที่ชาวฮินดูนับถือว่าเป็น เทพธิดาที่มีชีวิตจริง (Living Goddess) มีความเป็นมาอย่างน่าสนใจมาก
มีโอกาสผมจะนำมากล่าวถึง
บริเวณหน้าวังยังเป็นที่ตั้งขายของที่ระลึกต่างๆ มากมายหลายชนิด
เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนไทยยิ่งนัก เพราะเป็นนักช้อปตัวจริงเสียงจริงอยู่แล้ว
ต่อรองซื้อของกันอย่างสนุกสนาน...จนหมดเวลา เพราะต้องเดินทางไปสนามบินตรีภูวัน
ในส่วนของสายการบินในประเทศ เพื่อเดินทางสู่เมืองลุมพินี ด้วยเครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก
๑๖ ที่นั่ง
พอเครื่องทำท่าจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า แอร์โฮเตสสาวชาวเนปาล
จะบริการผู้โดยสารด้วย สำลี คนละ ๒ ก้อน เพื่ออุดหู ลดเสียงดังของใบพัดเครื่องบิน
พร้อมกับลูกอมอีกตามใจชอบ อมเพื่อไม่ให้หูอื้อ...นับว่าเป็นบริการที่น่าประทับใจจริงๆ
ขณะบินอยู่บนท้องฟ้าก็ได้เห็น เทือกเขาหิมาลัย อันขาวโพลน
ด้วยหิมะที่ปกคลุมเต็มไปหมด ยอดเขาที่สูงสุดในเทือกแห่งนี้คือ ยอดเขาเอเวอเรสต์
อันโด่งดังไปทั่วโลก...นับเป็นบุญตาที่ได้เห็นเทือกเขาอันงดงามแห่งนี้
เครื่องบินใช้เวลา ๓๐ นาที ก็ร่อนลงสู่สนามไภราวา ด้วยความชำนาญในฝีมือ
แม้ว่าจะมีอาการ "ซิ่ง" บ้างเล็กน้อยก็ไม่ต้องตกใจ เพราะสายการบินนี้มีชื่อว่า
บุดดาแอร์ (Budda Air) สายการบินพระพุทธเจ้า...แล้วอย่างนี้จะไปกลัวเกรงภัยอะไรกัน
ที่สนามบิน พระเดชพระคุณ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ)
ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ได้เมตตามารอต้อนรับอยู่แล้ว จากนั้นก็ได้เดินทางด้วยรถบริการนักท่องเที่ยว
สู่วัดไทยลุมพินี ซึ่งห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ถนนลาดยางก็จริง แต่ไม่สู้จะเรียบร้อยนัก
มีเพียง ๒ เลนเท่านั้น และบางตอนก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องคอยหลบหลีกเป็นพัลวัน
รถที่นี่ขยันบีบแตรกันจริงๆ เสียงแตรรถจึงดังลั่นอยู่ตลอดเวลา
จนบางคนบอกว่า ที่นี่แตรรถจะเสียมากกว่ารถเสียอีก
สองข้างทางเป็นหมู่บ้านชนบท มีเรือกสวนไร่นาที่แห้งแล้ง
บ้านที่อยู่อาศัยก็สร้างกันแบบง่ายๆ และหลังเล็กๆ ส่วนมากเป็นบ้านที่สร้างด้วยดิน
จากสภาพที่พบเห็นบอกได้เลยว่ายังด้อยพัฒนามากจริงๆ
สักพักใหญ่ๆ รถก็เลี้ยวเข้าสู่พุทธอุทยาน พระราชรัตนรังษี
หรือ หลวงพ่อวีรยุทธ บอกว่า สองข้างทางที่เห็นนี้เป็นวัดพระพุทธศาสนาของชาติต่างๆ
ที่สร้างล้อมรอบบริเวณสวนลุมพินี สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ มีวัดของทุกชาติที่นับถือศาสนาพุทธ
ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม พม่า ศรีลังกา ไทย ฯลฯ รวมทั้ง
สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส ทั้งหมดประมาณ ๑๗ วัด ๑๗ ชาติ
ด้วยกัน ทุกวัดล้วนก่อสร้างกันด้วยศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมประจำชาติของตนเอง
จึงงดงามอลังการแตกต่างกันไป นับเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวมาก บางวัดบางชาติก็กำลังก่อสร้างกันอยู่
หากเสร็จสมบูรณ์ทุกวัดแล้ว สถานที่แห่งนี้จะเป็นจุดดึงดูดนักแสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลกให้มาชุมนุมปฏิบัติธรรมกันอย่างสันติสุข
รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะได้มาชื่นชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมของแต่ละชาติได้อย่างตื่นตาและตื่นใจ
หลวงพ่อวีรยุทธ ได้พาคณะกฐินพระราชทานมาถึง เขตสวนลุมพินีวัน
อันมีจุดสูงเด่นคือ เสาศิลาจารึกสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ประดิษฐานตรงจุด
พระพุทธเจ้าประสูติ เมื่อกว่า ๒ พันปีมาแล้ว
จากนั้นคณะของเราก็ได้ประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
ตรงหน้าเสาศิลาจารึก ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้วย ถวายดอกไม้ธูปเทียน
แล้วกราบสักการบูชากันทั่วทุกคน ต่อด้วยการร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสร็จแล้วจึงตั้งจิตสวดมนต์โดยพร้อมเพรียงกัน
นั่งสมาธิ จนเวลาพลบค่ำ จึงกราบสักการะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง
ก่อนออกเดินทางสู่ที่พัก ซึ่งเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ไม่ห่างไกลจากสวนลุมพินีมากนัก
คืนนั้น คณะของเรานอนหลับกันอย่างมีความสุข เพราะความอิ่มบุญ
ที่ได้มีโอกาสสักการบูชาสถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า...นับเป็นความปลาบปลื้มปีติที่สุดในชีวิต
0 แล่ม จันท์พิศาโล 0