 |

ศึกชิงวัดพระธาตุศรีสองรัก...ศึกแห่งผลประโยชน์ของผู้ที่กำลังจะสูญเสีย
แม้ว่า
มหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้มีมติแต่งตั้งให้
เจ้าคณะอำเภอศรีสองรัก เข้าไปรักษาการเจ้าอาวาสพระธาตุศรีสองรัก แต่ความพยายาม
ครอบครองและเข้าบริหาร "วัดพระธาตุศรีสองรัก" ของฝ่ายฆราวาสซึ่งเข้าบริหารวัด
โดยอ้างว่าเป็นประเพณีปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ ส่งผลให้ มติ มส.ไร้ความหมาย
ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ค้างคามานานได้
มติดังกล่าวทำให้มีความขัดแย้งค่อนข้างจะรุนแรง ระหว่างคณะสงฆ์ จ.เลย
กับกลุ่มฆราวาสที่บริหารวัดพระธาตุศรีสองรัก ด้วยเหตุที่ว่าสูญเสียอำนาจในการบริหารผลประโยชน์
ดังนั้น ฝ่ายฆราวาสมีการตั้งทีมขึ้นมาต่อต้านมติของ มส.โดยเฉพาะ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ได้มีการแจกใบปลิว พร้อมกับนำเสนอข่าวผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง
การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มคนดังกล่าว ทำให้ดูเหมือนว่า เป็นความต้องการหรือมติของคนด่านซ้าย
ให้ฆราวาสเข้าบริหารวัดพระธาตุศรีสองรัก แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่อง การสูญเสียประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น
และล่าสุดได้มีความพยายามใช้อำนาจทางการเมืองเข้ามาผสมโรงด้วย
เมื่อปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า วัดพระธาตุศรีสองรักเป็นวัด ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางเอกสาร
และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา การทอดกฐิน ผ้าป่า โดยเฉพาะการอุปสมบทภายในเจดีย์
พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งจัดให้มีขึ้นทุกๆ ปี ในงานเทศกาลไหว้พระธาตุ (ขึ้น
๑๕ ค่ำ เดือน ๖)
ด้วยเหตุนี้กลุ่มฆราวาสที่เคยเข้าบริหารวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความขัดแย้งกันในหลายๆ
เรื่อง ได้มีการรวมตัวกันเพื่อที่จะปกป้องไม่ให้การบริหารวัดไปอยู่ภายใต้อำนาจของเจ้าอาวาส
ซึ่งล่าสุดได้มีการโอนกรรมสิทธิ์การถือครองรถยนต์ทั้ง ๒ คัน ให้เข้าไปอยู่ในมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก
รวมทั้งได้นำบัญชีเงินฝากทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิด้วย เพราะมูลนิธิเป็นนิติบุคคล
ที่สำคัญคือ มีกฎหมายรองรับ
นอกจากนี้แล้ว
ยังมีการพูดคุยกันในหมู่ฆราวาสที่เข้าบริหารวัดพระธาตุศรีสองรักว่า "ในการพิจารณาสถานภาพของพระธาตุศรีสองรักนั้น
จะยอมให้เป็นวัดแบบมีเงื่อนไข คือ ให้ประกาศว่าเป็นวัดได้ แต่ส่วนของพระธาตุศรีสองรักให้แยกออกมาเป็นโบราณสถาน
พระดูและเฉพาะส่วนที่เป็นวัด แต่บริเวณพระธาตุศรีสองรักให้ฆราวาสเป็นผู้ดูแล"
จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน
สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้เข้ารายงานให้มหาเถรสมาคม
(มส.) ทราบว่าขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคลอ้างเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ ได้เข้าไปใช้วัดพระธาตุศรีสองรัก
ต.ด่านซ้าย จ.เลย แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งคณะทำงานได้ยืนยันจากกรมศิลปากรว่า
องค์พระธาตุเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธาตุศรีสองรักจริง อยู่ติดวิหารมีกำแพงล้อมรอบ
ทาง พศ.จึงได้ดำเนินการดังนี้
๑.ส่งเจ้าหน้าที่ไปที่ จ.เลย เพื่อให้ทุกคนรับทราบว่าองค์พระธาตุเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธาตุศรีสองรัก
เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา ๒.เร่งให้เจ้าคณะจังหวัดส่งพระสงฆ์ไปครองวัดเพื่อจะได้ดูแลบริหารจัดการวัด
๓.ผลประโยชน์ที่ได้จากการแสวงหาจากวัดพระธาตุศรีสองรักไม่โปร่งใส โดยมีคณะทำงานอยู่คณะเดียว
โดยอ้างว่าเป็นทายาทของเจ้าส่งมา มีการแต่งตั้งในกลุ่มเอง ขาดระบบระเบียบในการเบิกจ่ายเงิน
สุดแท้แต่ความพอใจโดยอ้างถึงการเข้าทรงเป็นหลัก ดังนั้น จะต้องมี การตั้งคณะกรรมการบริหารวัดขึ้นมาใหม่
ประกอบด้วยตัวแทนจากวัด ชาวบ้าน หน่วยงานท้องถิ่น นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน มีการควบคุมบริหารเงินให้ถูกต้องและช่วยกันดูแลวัด
๔.มีการทำพิธีกรรมแปลกๆ และผิดหลักพระพุทธศาสนา เช่น การฆ่าวัวฆ่าควายมาเซ่นสังเวย
การเข้าทรง ดังนั้น จะต้องให้ผู้กระทำเช่นนี้เลิกกระทำเสีย ส่วนประเพณีดีงามอื่นๆ
ให้คงไว้ต่อไป ขณะเดียวกัน ได้มีการกล่อมให้ชาวบ้านเชื่อว่า พศ.จะเข้ามาทำลายประเพณีวัฒนธรรม
ซึ่งขอยืนยันตรงนี้เลยว่า วัฒนธรรมที่ดีงามจะคงไว้ ส่วนที่ผิดต้องให้ยุติ
ขณะนี้ได้รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นต่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี
ที่กำกับดูแล พศ.ได้เห็นชอบตามที่เสนอ และในวันที่ ๒๓ ก.ย. ๒๕๔๗ จะมีการจัดประชุมหารือระหว่างเจ้าคณะจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนจาก พศ.ส่วนกลาง และผู้ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อหารือรูปแบบดำเนินการตามที่ พศ.เสนอ ที่ จ.เลย โดยจะมีการเชิญทางกลุ่มบุคคล
ที่แสวงหาประโยชน์ในวัดพระธาตุศรีสองรัก มารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงครั้งนี้ด้วย
ซึ่งก่อนหน้านี้ พศ.ได้พยายามประสานไปยังกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาชี้แจง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ
ขนาด ผวจ.เลยเชิญก็ยังไม่มา
"การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทางราชการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวิถีชีวิต
ขนบธรรมเนียม ความเชื่อของชาวบ้านนั้น ผมขอชี้แจงว่าทางสำนักพระพุทธฯ ไม่ยุ่งอยู่แล้วในเรื่องประเพณีอันดีงาม
ถ้ามันไม่ผิดต่อหลักศีลธรรม อย่างมีการฆ่าสัตว์เอาไปบูชาสังเวย เราก็มองว่ามันไม่เหมาะสม
หรือแม้กระทั่งพิธีการบวชพระ มีการนำเจ้าเข้าทรงมาผสม มันไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ของคนภายนอก เป็นเรื่องของสงฆ์โดยเฉพาะ มีการวางตู้บริจาคหลายตู้ เพื่อนำเงินไปซื้อรถโดยใช้ชื่อบุคคล
อ้างว่าเจ้าสั่ง ที่สำคัญที่สุดต้องชี้ขาดให้ได้ว่า กรรมสิทธิ์ของวัดพระธาตุศรีสองรัก
ว่าเป็นที่ศาสนาหรือไม่ เมื่อเป็นที่ศาสนาไม่ใช่ของบุคคลคณะใดคณะหนึ่งเข้าไปแอบอ้างและดูแล
ถ้าเป็นสมบัติของศาสนา ต้องเป็นของศาสนา และดูแลโดยคณะสงฆ์" ผอ.กองพุทธศาสนสถาน
กล่าว
ทางด้าน นายสันติภาพ เชื้อบุญมี นายกเทศมนตรี อ.ด่านซ้าย จ.เลย บอกว่า
ปัญหาดังกล่าวต้องอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร
พระธาตุศรีสองรักเป็นโบราณสถานตามประกาศของกรมศิลปากร ส่วนสถานภาพเป็นวัดนั้น
น่าจะเป็นวัดที่ไม่มีพระจำพรรษา ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับวัดพระแก้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีแต่การแต่งตั้งเจ้าอาวาสมารักษาการเท่านั้น
ไม่มีพระไปจำพรรษาอยู่จริง
ในส่วนของพิธีกรรมทางศาสนานั้นมีจริง คือ การอุปสมบทในวันเพ็ญขึ้น ๑๕
ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งครั้งหนึ่งตนเองก็เคยอุปสมบทที่พระธาตุศรีสองรักเช่นกัน
เพราะชาวด่านซ้ายถือว่าลูกหลานชาวด่านซ้ายคนใดที่ได้บวชถือว่าได้บุญมาก หลังจากนั้นก็แยกไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ
เท่าที่ตนทราบการอุปสมบทก็จะทำได้เฉพาะในโบสถ์เท่านั้น บริเวณพระธาตุก็น่าจะมีสภาพเป็นโบสถ์
โดยนิมนต์พระจากที่อื่นมาเป็นพระอุปัชฌาย์
ส่วนกรณีของเจ้ากวนเข้าทรงภายในพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งประเพณีปฏิบัติก็ไม่เคยมีมาก่อนนั้น
นายกเทศมนตรีพูดไว้อย่างน่าคิดว่า "คนใดทำอย่างไรก็ย่อมได้ผลอย่างนั้น
ถ้าทำไม่ถูกต้อง ชาวบ้านก็สิ้นความนับถือไปเอง หรือถ้าเจ้ากวนปฏิบัติตนทำไม่ถูกต้อง
ชาวบ้านก็จะสิ้นความนับถือไปเอง เพราะความเชื่อเหล่านี้ไม่มีใครไปบังคับใคร"
สำหรับรายได้ของพระธาตุนั้น นายสันติภาพ ยืนยันว่า ตลอดทั้งปีมีรายประมาณ
๔๐๐,๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันนี้วัดมีเงินฝากประมาณ ๕-๖ ล้านบาท แต่เงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอต่อการปรับปรุงพระธาตุ
ดังนั้นตนจำเป็นต้องเขียนโครงการเสนองบประมาณโดยได้ขอไปกว่า ๔๐ ล้านบาท แต่ได้รับพิจารณาเพียง
๙ ล้านบาทเศษเท่านั้น ส่วนเงินของพระธาตุนั้นถูกนำไปใช้ ในด้านสาธารณประโยชน์
ส่งเสริมศาสนา รวมทั้งกิจการกุศลอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้การบริหารเงินของวัดพระธาตุศรีสองรักไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ
แต่เป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ คณะกรรมการชุดดังกล่าวนี้อาจจะดูเหมือนว่า
เป็นการบริหารของคนกลุ่มเดียว ซึ่งคนภายนอกอาจจะดูไม่โปร่งใสนั้น หากมีคนกลุ่มอื่นเข้ามาบริหารงานด้วยนั้นตนก็ยินดี
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม รวมทั้งพระด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนโปร่งใส่มากยิ่งขึ้น
"ถ้าให้พระมาจำวัดอยู่ที่วัดพระธาตุศรีสองรักนั้นคงเป็นไปไม่ได้
ชาวบ้านคงไม่ยอมเด็ดขาด เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เคยมีพระมาก่อน ผมไม่เชื่อว่าเมื่อพระเข้ามาบริหารวัดพระธาตุศรีสองรักจะทำได้ดีกว่าฆราวาส
ใครที่โกงกินเงินวัดและเงินบริจาคทำบุญเพื่อประโยชน์ของตนเอง สักวันหนึ่งเวรกรรมคงตามทัน"
นายกเทศมนตรีด่านซ้ายกล่าว
เรื่องและภาพ : ไตรเทพ ไกรงู / ผกามาศ ใจฉลาด
|
 |

|
 |
 |