บุคคลสำคัญที่สุดสำหรับวันเกิดของเรา มีเพียง ๒ คนคือตัวเรากับแม่ของเรา
(รวมพ่ออีกนิดก็ได้) วันเกิดของเรานั้นคือวันที่เราแยกออกมาจากร่างกายของแม่เราโดยเด็ดขาด
การตัดสายสะดือเป็นสัญญลักษณ์สำคัญ
ในการฉลองวันเกิด จึงควรเริ่มต้นที่แม่ เข้าไปกราบแม่พร้อมดอกไม้เพื่อบูชาคุณ
จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการฉลองวันเกิด
ชาวไทยได้หันไปรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกในการตัดเค็กวันเกิด
เป่าเทียน ฯลฯ ทำให้มีสีสรร ได้ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เป็นที่สนุกสนาน
แต่เราอาจจะไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับวันเกิดของเรามากนัก
ภาษาไทยที่ใช้คำว่าอายุขัยนั้น เป็นคำเดียวกับคำว่า ขยะ
คือ ทิ้งไปแล้ว ถ้าอายุ ๖๐ ก็คือ ทิ้งไปแล้ว ๖๐ ปี
การฉลองวันเกิดจึงควรเป็นวันที่เราจะได้ทบทวนปี่ที่ผ่านมา
ว่าเราได้เพิ่มพูนกุศลให้กับชีวิตมากน้อยเพียงใด อย่างไร เรามีอกุศลใดที่เราควรจะได้พิจารณาว่าพอแล้ว
เลิกแล้ว เพื่อนๆที่เชิญมาร่วมฉลองวันเกิดนั้น ควรเป็นเพื่อนใกล้ชิดที่มาช่วยกันทบทวนทัดทานในสิ่งที่ไม่ดี
สนับสนุนในสิ่งที่ดี ช่วยเหลือในเรื่องที่ขาดตกบกพร่อง เกื้อกูลให้กำลังใจกันและกัน
โอบอุ้มค้ำจุนกันเมื่อดำริในสิ่งที่ดีงาม บางคนใช้โอกาสวันเกิดได้รวมญาติมิตรช่วยกันทำบุญ
เช่นนี้ก็น่าโมทนา
สำหรับพระ ( ทั้งภิกษุ / ภิกษุณี ) เวลาฉลองวันเกิด ก็เริ่มไปเอาการฉลองวันเกิดของฆราวาสมาใช้
มีการตัดเค็ก เป่าเทียนเหมือนกัน
เมื่อบวชใหม่นั้น พระต้องถือนิสสัย รับนิสสัยจากครู อุปัชฌาย์
อาจารย์ คือต้องถือนิสสัยของความเป็นพระ ต้องทิ้งนิสัยของฆราวาส พระจึงต้องทำความเข้าใจว่า
พระต้องมีการฉลองวันเกิด ( ถ้าจะฉลอง ) ในความหมายที่ต่างไปจากชาวบ้าน
การไหลถ่ายเทระหว่างความเป็นพระกับฆราวาสนั้นเป็นไปตลอดเวลา
พระจึงต้องมีเวลาภาวนา ตระหนักรู้ในจุดประสงค์เดิมของการที่เข้ามาบวชว่าเราตั้งใจจะเข้ามาเพียรเพื่อการละวาง
มิใช่พอกพูนสะสมกลับไปเป็นเยี่ยงฆราวาสอีก ทีนี้จะสอนอะไรฆราวาสก็ยาก เพราะเหมือนๆกันไปหมด
ธัมมนันทาภิกษุณี