คมชัดลึก Komchadluek.com

ค้นหาข่าวย้อนหลัง

ว่าที่ผู้ว่า กทม. "บน...อะไร ที่ไหน อย่างไร"

"การบนบานศาลกล่าว และ การแก้บน" เป็นสิ่งอยู่ควบคู่กับ สังคมไทยมาเป็นเวลาช้านาน จะว่าไปแล้วการบนเกี่ยวข้อง กับการ ดำเนินชีวิต ตั้งแต่เกิดแล้ว บางคนบนขอให้มีลูก เมื่อมีลูกแล้ว ก็ขอให้ได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าใกล้คลอดก็บน ให้ลูกมีอาการครบ ๓๒ จากนั้นถ้าไม่สบายก็บนให้หาย บางคนเมื่อลูกหายป่วย ก็ยกลูกหลาน ให้เป็นลูก ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งพระสงฆ์และ พระพุทธรูป ที่มีชื่อเสียง ล้วนมีลูกทั้งหญิงชายนับร้อยๆ คน เช่น ถ้าเป็นพระสงฆ์ก็ คือ หลวงพ่อคูณ ส่วนพระพุทธก็มีหลวงพ่อโสธร และหลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นต้น

เมื่อต้องเข้าเรียนก็บนให้สอบได้โรงเรียนดีๆ ว่ากันตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปถึงมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว ระหว่างนี้ถ้าต้องเกณฑ์ ทหารก็บนให้จับใบแดงได้ ครั้นเมื่อต้องสมัครงานก็บนให้ได้งานดีๆ เงินเดือนหรือโบนัสเยอะๆ และเมื่อต้องการมีครอบครัว บางคนก็ไปบนขอกับพระตรีมูรติ บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อย่างที่เป็นข่าวฮือฮาบนหน้าหนังสือพิมพ์ และเมื่อแต่งงานแล้วก็เข้าสู่วงจรการบนแบบเดิมๆ

ในระหว่างการหาเสียงชิงชัยตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อยู่นี้ ผู้สมัครแต่ละคนล้วนนำเสนอนโยบายให้โดนใจชาว กทม.มากที่สุด โดยใช้กลยุทธ์หาเสียงทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งการ "บนบานศาลกล่าวและการแก้บน" เพื่อให้ได้รับเลือกเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม.

"คม ชัด ลึก" ได้รวบรวมข้อมูลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้สมัครชิงชัยตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ทั้งที่เป็นตัวเต็ง รวมทั้งผู้ที่ถูกตั้งให้เป็นสีสันของการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๓ แห่ง ที่ผู้สมัครให้ความสำคัญ วัดพระแก้วมรกต ศาลหลักเมือง และพระในอุโบสถวัดชนะสงคราม

ผู้สมัครส่วนใหญ่ล้วนไปสักการะกันมาแล้วไม่ว่าจะเป็น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข ๑ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครหมายเลข ๓ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ผู้สมัครหมายเลข ๑๕ นายพิจิตต รัตตกุล ผู้สมัครหมายเลข ๑๙ นายวรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัครหมายเลข ๒ ซึ่งบอกว่าเพื่อให้เป็นสิริมงคลกับตัวเอง

นายมานะ มหาสุวีระชัย ผู้สมัครหมายเลข ๕ บอกว่าในการลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้นอกจากจะเชื่อดวงชะตาแล้ว ดร.มานะ ยังได้ไปกราบสักการะ พระบรมรูปทรงม้า ร.๕ พระราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ บริเวณเชิงสะพานพุทธ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ศาลหลักเมือง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวัดชนะสงคราม บางลำพู โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับตัวเองในการหาเสียง

นางลีนา จังจรรยา ผู้สมัครหมายเลข ๖ บอกว่า ไม่ค่อยเชื่อเรื่องสิ่งที่เร้นลับหรือต้องไปบนอะไร การลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ก็ใช้ความเชื่อมั่นของตัวเองเป็นหลัก เพียงแค่ใช้หลักธรรมที่ว่าคิดดีทำดีเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ส่วนนางปวีณา หงสกุล ผู้สมัครหมายเลข ๗ บอกว่า หากชนะการเลือกตั้งอาจจะต้องใช้เวลาเดินสายแก้บนเป็นเดือน เพราะได้บนไว้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก

นางปวีณา หงสกุล ผู้สมัครหมายเลข ๗ บอกว่า ถ้าชนะเลือกตั้งคงต้องเดินสายแก้บนหลายแห่ง ซึ่งทุกวันนี้ก่อนออกไปทำงาน ต้องไหว้เป็นประจำ โดยจะขอพรเจ้าแม่กวนอิม ดลใจให้สามารถช่วยเหลือเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือถูกทำร้ายให้ได้ทุกครั้ง เมื่อกราบแล้วทำให้มีความมั่นใจในการทำงานเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันได้ปฏิบัติตัวตามเจ้าแม่กวนอิม คือ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่หันมารับประทานอาหารจำพวกผักมากขึ้น จึงใช้องค์ท่านเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

นายพีระพงษ์ ถนอมพงศ์พันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 กล่าวด้วยว่า การลงเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ไปบนบานขอให้ได้รับเลือกตั้งที่ไหน เพียงแต่ไหว้พระให้เป็นสิริมงคลที่บ้านเท่านั้น เพราะทุกอย่างถ้าเรามีเมตตาธรรม ก็ทำให้ได้พบสิ่งดีๆ ได้ ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ ผู้สมัครหมายเลข 9 กล่าวว่า ไม่ได้บนแต่นั่งสมาธิจะรู้อนาคตได้ ทุกวันจึงต้องไหว้แม่ย่านางต้นขนุน ที่คอยหนุนนำชีวิตไม่ให้ล้ม (ท่านเคยมาเข้าฝันว่า ฝนตกแม่หนาวเหลือเกินช่วยขอบ้านให้แม่หน่อย ผมก็เลยตั้งศาลให้ท่าน) ส่วนต้นไทร ต้นศรีมหาโพธิ์ ปลูกไว้ก็เหมือนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้สัตว์ต่างๆ ได้มาอาศัย ศาลท่านท้าวมหาพรหม พร้อมทั้งใช้ธูป ๑๖ ดอก ในการไหว้ให้เป็นมงคล

นายการุญ จันทรางศุ ผู้สมัครหมายเลข ๑๑ กล่าวต่อว่า การเดินสายกลาง เข้าใจหลักของโลกธรรม ๘ ที่เป็นธรรมดาในโลกนี้คือ ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีคนนินทาว่าร้าย มีความสุขกายใจ มีความทุกข์กายใจ และอย่าไปทำให้ใครเขาเดือดร้อน หลักธรรมเหล่านี้ก็ได้นำมาใช้กับการบริหารงานที่ผ่านมาตลอดก็ทำให้ชีวิตคนเรามีความสุขได้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ก็ได้ไหว้พระพุทธรูปบูชาในบ้านเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น

เมื่อถามถึงเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจและสร้างกำลังใจให้ของ ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ผู้สมัครหมายเลข ๑๒ ตอบสวนกลับมาสั้นๆ ทันทีว่า "แม่" (นางเซี่ยมเอง แซ่เจี่ย อายุ ๙๑ ปี) ทุกๆ เช้า ก่อนออกจากบ้าน ดร.วุฒิพงษ์ จะต้องไหว้แม่ทุกครั้ง พร้อมกับบอกว่า กำลังใจจากแม่ถือว่าเป็นน้ำทิพย์ชโลมจิตใจไม่ให้ย่อท้อกับชะตาชีวิต แม่ถือว่าเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรในบ้าน แม่เป็นผู้หญิงที่ต่อสู้เลี้ยงดูลูก ๑๔ คนให้เติบโตมีหน้าที่การงานที่ดีทุกคน แม้ว่าวันนี้แม่จะเดินไปไหนมาไหนไม่ได้เลย แต่เราในฐานะลูกก็จะต้องให้ความรักความอบอุ่นจากท่าน เพียงแค่ได้สัมผัสตัวท่านวันละครั้งเท่านี้ก็คิดว่า ท่านก็คงมีความสุข ความรู้สึกที่ดีว่าลูกไม่ได้ละทิ้งแม่

นายกอบศักดิ์ ชุติกุล ผู้สมัครหมายเลข ๑๔ บอกว่า ไม่ได้บนอะไรแต่ก็ไม่เคยลบหลู่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับอะไร บางอย่างที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามีจริงหรือไม่ ตามความเข้าใจก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากพลังแห่งศรัทธาของผู้ปฏิบัติ บวกกับการกระทำความดีควบคู่กันไปด้วย เพียงแค่ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านก็จะไหว้พระทุกครั้ง ในขณะที่กิจวัตรยามเช้าของ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ผู้สมัครหมายเลข ๒๑ ทำเป็นประจำก็คือ ทุกเช้าระหว่างเดินทางออกจากบ้านย่านลาดกระบัง จะต้องไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๓ แห่ง คือ ๑.ศาลพระพรหมของหมู่บ้านเลคการ์เด้นโฮม ๒.พระประธาน วัดขุมทอง ๓.พระประธาน วัดราชโกษา

โดยเขายืนยัว่า "ส่วนตัวแม้จะเป็นคนไม่ค่อยเชื่อถือโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่มีความเชื่อในเรื่องความเป็นตัวของตัวเองมากกว่า ส่วนเหตุผลของการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามแห่งนี้ นอกจากเพื่อขอพรแล้วก็เพื่อให้ระลึกนึกถึงคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการนำคำสอนของศาสนาพุทธมาใช้ในชีวิตประจำวัน หากไม่ได้นำหลักธรรมมาใช้ ชีวิตก็คงจะไม่มีความสงบ"


<< ย้อนหลัง




nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543