คมชัดลึก Komchadluek.com

ค้นหาข่าวย้อนหลัง

ชีวิตขึ้นอยู่กับ..."ดวง" ดร.มานะ มหาสุวีระชัย

ทันทีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. รางวัลแมกไซไซ เป็นคนแรกและคนเดียวของประเทศไทยได้เลือก ดร.มานะ มหาสุวีระชัย อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ มาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นที่กล่าวขานว่าคนที่ถูกเลือกโดยพล.ต.จำลอง จะเป็นตัวเต็งหรือไม่ ในขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่า "ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ๕๐ ปี ได้เดินมาตามดวง"

แม้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจะเรียนวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่เรียน โรงเรียนศรีสะเกษ วิทยาลัย โรงรียนศรีวิกรม์ โรงเรียนอำนวยศิลป์ ปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย วิศวกรรมโครงสร้าง สถาบันเทคโนโลยี แห่งเอเชีย (เอไอที) จนเรียนจบปริญญาเอกก็สอบได้เป็นอันดับหนึ่งมาตลอด แต่ก็ไม่สามารถ ลบความเชื่อของ ดร.มานะ เกี่ยวกับดวงชะตา รวมทั้งสิ่งลี้ลับปาฏิหาริย์ บางอย่างเหล่านี้ไปได้

ดร.มานะ เล่าว่า มีเหตุการณ์หลายครั้งที่ทำให้มีความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่อง ปาฏิหาริย์อยู่ไม่น้อย ตัวอย่างของเหตุการณ์หลายครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๖ หลังเรียนจบ ปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางกลับมาทำงานในประเทศไทย เป็นข้าราชการ วิศวะโยธา ซี ๔ เพื่อใช้ทุนรัฐบาล ตรงนี้เองได้มีคนแนะนำ ให้ไปผูกดวง กับพี่บู๊ซึ่งจำชื่อจริงไม่ได้แต่คนทั่วไปจะรู้จักในฉายา "เซียนบู๊" เพราะเป็นคนที่ชอบสะสมพระเครื่องพร้อมกับชอบผูกดวงชะตาให้กับผู้คน

ในการผูกดวงชะตากับเซียนบู๊นั้น จะต้องอาศัยวันเดือนปีเกิดเป็นหลัก ผู้จะผูกดวงชะตาจะต้องจำวันเกิดของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ถ้าบอกวันเดือนปีเกิดคลาดเคลื่อนเพียงวันเดียว ตำแหน่งของดาวพระเคราะห์ก็จะคลาดเคลื่อนและการทำนาย ก็จะคลาดเคลื่อนไปด้วย เซียนบู๊ก็ได้ดูดวงล่วงหน้าเอาทั้งหมด ๓ เหตุการณ์ด้วยกัน

การผูกดวงครั้งนั้นเป็นการนำวัน เดือน ปี และเวลาเกิดมาคำนวณตามปฏิทินโหราศาสตร์ ซึ่งเป็นปฏิทินคำนวณ ขึ้นมาจากการโคจรของดวงดาว ในระบบสุริยจักวาล โดยรายละเอียดในปฏิทินนั้น จะบอกการโคจรของดวงดาว ในแต่ละวันว่าช่วงเวลาต่างๆ ดวงดาวแต่ละดวงมีการเคลื่อนที่อย่างไร โหราจารย์ในสมัยก่อน จึงคิดจำลองเอาตำแหน่ง ดาวเคราะห์ต่างๆ บนท้องฟ้ามาสร้างเป็นแผนที่ดวงดาวทางโหราศาสตร์ขึ้น โดยได้จำลองแผนที่ดาว ในท้องฟ้าเป็นวงกลม ที่เรียกว่าจักราศีและมีการแบ่งช่องต่างๆ เป็น ๑๒ ช่อง แต่ละช่องก็คือราศีต่างๆ ๑๒ ราศี และราศีต่างๆ เหล่านี้จะถูกกำหนดตายตัวไม่เปลี่ยนแปลง

เขา เล่าต่อว่า คำทำนายในครั้งนั้นเป็นเวลาประมาณ ๒๑ ปี ล่วงมาแล้ว จำได้ว่าคำทำนายระบุว่าในปี ๒๕๓๕ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตก็ว่าได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เมื่อมีการทำนายกันเอาไว้ทำให้ ไม่ได้คิดอะไร ได้ทำงานตามหน้าที่กระทั่งเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้น คำทำนาย เหมือนจะใกล้เคียงเมื่อชีวิตต้องลาออกจากราชการซี ๗ มาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ หลายคนก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ แต่ในที่สุดแล้วเป็นเรื่อง น่าประหลาดใจอย่างคาดไม่ถึงว่าจะได้คะแนนมาเป็นอันดับ ๑ ของ ส.ส.ศรีสะเกษ

นอกจากนี้แล้วคำทำนายว่าในปี ๒๕๔๔ จะพบเหตุการณ์ที่ไม่เจอมาก่อนในชีวิตนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ๑ ศรีสะเกษ พร้อมกับจับการทุจริตของ กกต. เขตที่โกงบัตรเลือกตั้ง จนมีการพิสูจน์ได้จึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่

ส่วนคำทำนายในปี ๒๕๔๗ จะมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทิศทางที่ดีกว่าอดีตอย่างมาก หากคาดเดาก็คิดว่าน่าจะเป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั่นเอง

"ผมกลับมานั่งทบทวน ตามคำทำนาย ของพี่บู๊ มันมีความเป็นไปตามที่ได้ทำนายเอาไว้เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเขารู้ได้อย่างไร ว่าชีวิตผมต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบนั้น ส่วนการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะตรงหรือเปล่า แต่มันแปลก อยู่ที่ว่าทำไม ผมถึงได้มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยที่ผมไม่ได้ฝัน หรือเตรียมตัวมาก่อนเลย" นี่เป็นความเชื่อ เกี่ยวกับการดูดวงของ ดร.มานะ

ในการลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ นอกจาก ดร.มานะ จะเชื่อว่า ได้หรือไม่ได้นั้นเป็นไปตามดวงแล้ว เขายังได้ไป กราบสักการะ พระบรมรูปทรงม้า ร.๕ พระราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ บริเวณเชิงสะพานพุทธ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ศาลหลักเมือง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวัดชนะสงคราม บางลำพู โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับตัวเองในการหาเสียง

"ผมไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายขนาดนี้ก็ไม่ได้บนบานขอให้ได้รับการเลือกตั้ง แต่ได้ขอแค่พรว่าหาก สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงผมคงมีโอกาส เพราะผมไม่ได้เป็นคนที่ประพฤติชั่ว ไม่ได้คิดร้ายต่อบ้านเมือง สิ่งที่ผมทำมาตลอดเป็นนักการเมืองตลอดระยะเวลา ๘ ปี เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้หลายเรื่องว่า ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวศรีสะเกษจริงๆ ซึ่งผมเชื่อว่าใครทำดีก็ย่อมได้ดีเสมอ" ดร.มานะ กล่าวยืนยัน

สำหรับการแขวนพระนั้น ดร.มานะ บอกว่า เคยแขวน พระเครื่อง มาตั้งแต่เป็น เด็กเรียนหนังสือ อยู่ชั้นประถม ที่โรงเรียนวัดพระโต จ.ศรีสะเกษ จำได้ว่าย่าเป็นคนให้แขวน แต่พอเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยถูกกับสร้อย ที่แขวนมากนัก จึงเป็นที่มาของการไม่แขวนพระเครื่องมาตั้งแต่บัดนั้น แม้ไม่ได้แขวนพระเครื่องก็ไม่เคยทำสิ่งที่ชั่วร้าย รวมทั้งไม่เคยอาฆาตปองร้ายใคร จึงได้ยึดหลักคำสอนของหัวใจพระพุทธศาสนาที่ว่า ทำความดีไม่ทำความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส

"กฎแห่งกรรมเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่อธิบายได้จากการกระทำ" นี่คือความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมของ ดร.มานะ พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ตอนเป็นเด็กชอบตบยุง แล้วก็เด็ดขาของยุงออกจากกัน ทำให้พวกมันบิน หรือเคลื่อนไหวไม่ได้ กระทั่งเรียนอยู่ที่อเมริกาไปเล่นเทนนิสกับเพื่อนๆ ได้ล้มลงเขากระแทกพื้นต้องรักษาตัวอยู่เป็นเดือนเหมือนกัน พอล้มลงในวันนั้นทำให้คิดถึงภาพที่เด็ดขาดยุงทันที ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าแต่ความรู้สึกเป็นเช่นนั้นจริงๆ จนทุกวันนี้พยายาม หลีกเลี่ยงไม่ตบยุงเพราะมันเป็นเหมือนการสร้างเวรกรรมต่อกัน


<< ย้อนหลัง




nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543