???????? Komchadluek.com

ค้นหาข่าวย้อนหลัง

ซุนโด โอยามะ พระเถรีอาจารย์เซนนามกระเดื่องแห่งญี่ปุ่น

เมื่อสัปดาห์ก่อน อาตมาและคณะญาติโยมได้เดินทางไปเยี่ยม วัดโชโบจิ ของนิกายโซโตเซน ที่มีชื่อเสียงกลางเมืองนาโงยา ซึ่งพระเถรีชื่อ ซุนโด โอยามะ เป็นเจ้าอาวาส ดูจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผิดธรรมดา สักเล็กน้อยสำหรับ การไปเยี่ยมวัดในเวลาค่ำ เพราะชาวญี่ปุ่นไปวัดกันตอนกลางวัน แต่เนื่องจากคนสำคัญของการเดินทางไปสนทนาธรรมด้วยคือ เจ้าอาวาสหญิงผู้นี้มีกิจธุระในการเผยแผ่พระธรรมและ สอนการปฏิบัติกรรมฐานอยู่มาก ทำให้มีเวลาจำกัด และหาโอกาสที่จะสนทนาธรรมด้วยยาก

วัดโชโบจิ ก่อตั้งบริเวณเนินเขาเล็กๆ ในเมืองนาโงยา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๖ บนเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ มีโบสถ์ หอปฏิบัติธรรม มีหอระฆัง หอพักสำหรับอาคันตุกะ และผู้เข้าอบรมผู้ปฏิบัติธรรมซึ่งจุคนได้ประมาณ ๕๐ คน อาณาบริเวณวัดสะอาดเรียบร้อยและงดงามมาก

วัดแห่งนี้มีตารางการสอน หลักสูตรต่างๆ อย่างเป็นกิจจะลักษณะ มีทั้งการปฏิบัติธรรมระยะสั้น วันเสาร์เดือนละหนึ่งครั้ง (ซาเซนโย) และอาทิตย์ (ซาเซนไก) การอบรมกรรมฐานประจำเดือนระยะ ๓-๕ วัน (เสสเซน) การอบรมกรรมฐาน เฉพาะสตรีฆราวาสระยะ ๑-๓ (โจไซ กฺโยชิตสุ)

นอกจากนั้นยังมีหลักสูตรสอนกรรมฐานแบบเซนอีกหลายระดับ เช่น หลักสูตรเริ่มต้นระยะ ๓ ปี (โยกะ) หลักสูตรสามัญระยะ ๒ ปี (ฮองกะ) หลักสูตรสำหรับนักวิจัย ๓ ปี (เกนกฺยุกะ) หลักสูตรพิเศษ ๓ ปี (โตกุโสกะ)

ภิกษุณีที่เป็นศิษย์นำคณะทั้งหมดเข้าไปรอท่านอาจารย์ในห้องรับรองและนำน้ำชามาบริการอยู่ถึงสองครั้ง ก่อนที่จะเข้ามาบอกว่าท่านอาจารย์มาถึงแล้ว

และไม่ช้าจากนั้นภิกษุณีเจ้าอาวาส ก็เข้ามานั่งสนทนาธรรม เริ่มต้นด้วยการขอโทษขอโพย ที่มาช้าเนื่องจากต้องไป เป็นอุปัชฌาย์ในงานบวชแห่งหนึ่ง ท่านมีบุคลิกง่ายๆ ถ่อมตัว และเป็นนักฟังที่ดี เมื่อฟังแล้วก็แสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างตรงไปตรงมา

ท่านเล่าให้อาตมาฟังถึงการเผยแผ่พระธรรมใน สังคมยุคใหม่ที่มีประชาชนจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญของศาสนา และต้องใช้เวลาอธิบายธรรมอย่างมาก ประสบการณ์วันหนึ่งของท่าน คือ การขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ โชเฟอร์ถามท่านว่า ท่านเป็นภิกษุณีหรือไม่? ซึ่งท่านตอบว่าใช่

แต่คนขับรถแท็กซี่คันนั้นบอกว่า เขาไม่เชื่อพระพุทธศาสนา เนื่องจาก คำสอนในพระพุทธศาสนานั้น มนุษย์สร้างขึ้นเอง จึงไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อะไร

ท่านจึงตอบคนขับรถแท็กซี่ไปว่า พระธรรมนั้นเป็นกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ มีอยู่แล้วไม่มีผู้ใดบัญญัติ แต่เป็นสภาพความเป็นจริงที่ไม่มีผู้ใดสามารถฝ่าฝืนได้ และไม่มีผู้ใดสร้างขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว

และมิใช่พระพุทธศาสนาเท่านั้นที่มีคำสอนเหล่านั้น แต่ละศาสนาที่ตกทอดมาแต่โบราณกาลล้วนมีคำสอนเหล่านี้เป็นแกน จริงอยู่สัจธรรมนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว แต่พระพุทธศาสนามีอายุกว่า ๒,๕๐๐ ปี และคริสตศาสนา ๒,๐๐๐ ปี และศาสนาอิสลามกว่า ๑,๐๐๐ ปี ล้วนมีการตีความสัจธรรมในทัศนะและมุมมองของตน

ศาสนาแต่ละศาสนาเหล่านี้ล้วนมองมนุษย์ว่ามีข้อบกพร่อง และมีความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมชาติ ในพระพุทธศาสนาชีวิตมนุษย์ได้มาจากผู้อื่นและเหตุภายนอก

ในภาษาญี่ปุ่นนั้นคำว่า บุกเกียว (พระพุทธศาสนา) คำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งสอนให้มนุษย์เดินทางตาม บุดซุโด (วิถีแห่งพุทธ) และคำว่า โฮ่ (พระธรรม) ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเขียนเป็นอักษรจีนนั้น มีส่วนประกอบสองส่วน ส่วนแรกคือน้ำ และส่วนที่สองคือการไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ

นั่นแสดงความหมายของ ธรรมชาติที่ว่า น้ำย่อมไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ มนุษย์ทั้งปวงก็พึงปฏิบัติตามพระธรรม คือกระแสแห่งธรรมชาตินั่นเอง

เมื่ออาตมาถามท่านถึงความยากลำบากใน การประพฤติปฏิบัติธรรม ในฐานะที่เป็นสตรี ยากลำบากกว่าผู้ชายหรือไม่ ท่านตอบว่า เนื่องจากในนิกายโซโตเซน ของท่านนั้น ท่านโดเกน (พ.ศ. ๑๗๔๓-๑๗๙๖) ปรมาจารย์ผู้สถาปนานิกายโซโตเซน ในประเทศญี่ปุ่น ยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่า ชายและหญิงมีสิทธิเท่ากันใน พระพุทธศาสนา ทำให้โซโตเซน เป็นนิกายเดียวของญี่ปุ่น ที่ยอมรับความเท่าเทียม ของสิทธิชายและหญิง แต่ในทางปฏิบัติก็มิได้เป็นเช่นนั้น

ปัจจุบันท่านยังเป็นภิกษุณีรูปเดียว ในนิกายนี้ที่ได้รับเกียรติให้สอน พระนวกะในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยของโซโตเซน การยอมรับความสามารถของสตรีในหมู่ชาวพุทธของญี่ปุ่นยังมีน้อยมาก ท่านจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจ ในการปฏิบัติและ การอบรมสั่งสอนธรรม ให้หญิงชายทั้งหลายจากทุกชาติทุกภาษา ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรม ที่วัดของท่าน และหนังสือต่างๆ ที่ท่านเขียนได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง ๑๓ ภาษา

ท่านมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า บทบาทของภิกษุณีใน พระพุทธศาสนานั้นมีสูงมาก และสำคัญยิ่งกว่าของพระภิกษุในญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากในญี่ปุ่นมีพระไม่กี่รูปที่เผยแผ่ธรรมโดยการเทศน์สอน พระภิกษุญี่ปุ่นส่วนใหญ่สาละวนอยู่กับการประกอบพิธีกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานศพ พระเกือบทุกรูปมีลูกเมียอยู่ครองเรือน เช้าเดินมาทำงานที่วัด เย็นก็กลับไปอยู่กับลูกกับเมีย จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับพระพุทธศาสนาน้อย

ส่วนภิกษุณีในโซโตเชนในสำนักของท่าน ล้วนประพฤติพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัด จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับพระศาสนาอย่างเต็มที่ และท่านได้รับนิมนต์ไปพูดในการประชุมทางศาสนานานาชาติหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้ง ก็จะเน้นถึงความเท่าเทียมกันในสิทธิของบรรพชิตหญิง-ชายตลอดมา

พระเถรีซุนโด โอยามะใช้เวลาถึง ๕๐ ปี ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของ ภิกษุณีกับ ภิกษุในญี่ปุ่น และเพิ่งได้รับการ ยอมรับอย่างชัดเจนเมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่ผ่านมานี้เอง ท่านปฏิญาณว่า ไม่ว่าจะเกิดต่อไปอีกกี่ชาติในภายหน้าก็ขอเป็นหญิงไปตลอด

เรื่องและภาพ พระมโน เมตฺตานนฺโท


<< ย้อนหลัง




nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543