พระประเภทของดีราคาเบา-ราคาถูก
มีพุทธคุณดีเด่นหลายด้านเป็นเลิศ คือ พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องคุณภาพ
เป็นที่นิยมเสาะหากันเอาไว้ใช้คุ้มครอง ป้องกันตัวเป็นพระที่เล่นง่ายเพราะรู้วัดรู้ตัวคนสร้าง
รู้ตัวคนปลุกเสก รู้ว่าสร้างเมื่อใด มีเอกลักษณ์ของตัวเองไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน
หาก็ไม่ยาก-ราคาก็ไม่แพง
ถ้าได้ศึกษาประวัติของท่านแล้วจะพบว่า "มีบารมีสูงมาก"
สามารถสร้างวัดต่างๆ ได้ถึง ๔๑ วัด สร้างโบสถ์อีกมากมายหลายแห่ง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของแผ่นดินเลยสักบาทเดียว
แต่ปลูกฝัง ความศรัทธาประชาชนในท้องถิ่นใกล้และไกลให้มาร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับท่านสละทรัพย์คนละเล็กคนละน้อยสร้างวัดต่างๆ
ขึ้นมาได้มากมาย
นับเป็นเรื่องที่แปลกมาก ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๖ ก.ค.
๒๔๘๑ อายุ ๖๓ ปีเต็ม เพราะท่านเกิดเมื่อ วันที่ ๑๖ ก.ค. ๒๔๑๘
เรื่องการสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อปานนั้น กล่าวกันว่า
เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่า หลวงพ่อปานท่านจะสร้างพระ ต่างก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
บรรดาผู้ที่มีความรู้ทางช่างต่างๆ ก็แกะแม่พิมพ์มาถวาย บรรดาศิษย์ที่ทราบข่าวออกเสาะหา
วัตถุมงคลต่างๆ มาให้ เช่นว่านที่เป็นมงคลและมีสรรพคุณทางยา เกสรดอกไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนาม
ตลอดจนพระพิมพ์โบราณที่แตกหักชำรุดที่เก็บรักษาไว้ เพื่อให้นำมาบดผสมใส่ในเนื้อพระ
นอกจากนี้บางคนก็เที่ยวเสาะหาดินขุยปูนาในท้องทุ่งขนมาถวาย
แล้วก็ช่วยกันสร้างพระเนื้อดินเผาออกมาให้หลวงพ่อปานท่านปลุกเสก พระที่สร้างขึ้นมาในระยะเริ่มแรกหรือยุคแรกๆ
นี้ทางด้านแม่พิมพ์จะไม่สวยขาดคุณค่าทางศิลปะเพราะ เป็นช่างฝีมือชาวบ้าน
แกะแม่พิมพ์พระ แม่พิมพ์ ที่สร้างขึ้นยุคแรกๆ นี้ เวลานี้เรียกกันว่า "พิมพ์โบราณ"
ต่อมาได้เสาะหาช่างฝีมือดีมาแกะแม่พิมพ์ใหม่มีอยู่หลายคนด้วยกันช่วยกันแกะแม่พิมพ์ขึ้นมา
คราวนี้สวยงามกว่าเก่ามากเรียกกันว่า "พิมพ์นิยม" หรือ "พิมพ์มาตรฐาน" นำออกแจกใน
พ.ศ. ๒๔๖๐ พร้อมกับมีฉลากบอกวิธีการใช้พระให้มาด้วย
รูปร่างพระหลวงพ่อปานโดยทั่วไปเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าลบมุม
๔ ด้าน ส่วนบนมีพระนั่งปางสมาธิอยู่เหนือฐานบัลลังก์ ทำเป็นกลีบบัว ๒ ชั้นก็มี
ชั้นเดียวก็มี ทำเป็นบัวเม็ดหรือบัวตุ่มก็มี ฐานเชียงก็มี และฐานแบบผสมก็มี
ข้างองค์พระจะมีอักขระด้านซ้าย ๒ ตัว ด้านขวา ๒ ตัว เป็นอักขระขอมตัวนูน
คือ มะอะอุอุ อันเป็นยอดพระคาถาหัวใจพระไตรปิฎกตรีเพชรมีอานุภาพ ทางการป้องกันอันตรายและทางคงกระพันชาตรีมีอุปเท่ห์การใช้มากมายหลายอย่าง
ด้านล่างใต้อาสนะฐานองค์พระลงมาจะเป็นรูปสัตว์พาหนะ ๖ อย่าง
คือ หนุมาน พญาครุฑ ไก่ เม่น นก และปลา ในลักษณะที่แบกอาสนะแห่งองค์พระปฏิมาโลดขึ้นสู่อากาศเบื้องบน
เพราะฉะนั้นเราจะสังเกตเห็นเท้าของสัตว์พาหนะหรือครีบของปลามักจะจรดขอบล่างองค์พระพอดี
สัตว์พาหนะทั้ง ๖ ชนิดดังกล่าวข้างต้นยังแยกรายละเอียดปลีกย่อยออกไปอีก
เช่น พิมพ์ทรงหนุมานยังแยกออกไปเป็นหลายแบบพิมพ์ทรงไก่ก็แยกออกไปอีกหลายบล็อก
สรุปแล้ว ๔๐ กว่าแบบพิมพ์ขึ้นไป
ด้านหลังองค์พระ
ส่วนมากจะไม่มีอะไร ยกเว้นพระบางองค์คนกดพิมพ์พระเขาต้องการ ให้แลดูแปลกตากว่าองค์อื่นเป็นพิเศษ
เช่นเมื่อพิมพ์ด้านหน้าแล้ว เขาก็เอาตรายันต์นูนมากดลึกลงไป ในเนื้อพระด้านหลังเรียกกันว่า
"หลังยันต์ปั๊ม" และพระบางองค์ก็มีการเขียนจารอักขระขอมไว้ก็มี พระประเภทที่กล่าวนี้พบเห็นจำนวนน้อย
ไม่เรียกว่าพระคะแนนแต่เรียกว่าของแปลก เจ้าของพระมักจะตีราคาสูงกว่าธรรมดาเพราะถือว่ามีน้อยนั่นเอง
ด้านบนขององค์พระจะมีผงวิเศษอุดรูไม้เสียบงัดพระออกจากแม่พิมพ์ทุกองค์ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์อะไร
มีผู้สงสัยกันมากเกี่ยวกับรูอุดผงทำไมจึงไม่ทำให้โตสักหน่อย จะได้อุดผงกันมากๆ
ทำไมจึงไม่นำผงวิเศษผสมลงไปในเนื้อพระเสียเลย ทุกอย่างมีเหตุผลและขั้นตอน
ผู้เขียนขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องรูบรรจุผงก่อน
มีความเห็นความเข้าใจว่าตอนที่ช่างเขาออกแบบ ขนาดขององค์พระซึ่งมีทั้งความกว้าง-ความหนา-ความสูงนั้น
จะต้องคิดถึงผลกระทบหลายๆ แง่ หลายๆ มุม ที่จะมีผลติดตามมา เช่น เรื่องความหนาบางขององค์พระ
ถ้ามีความหนาบางมากพระจะแตกหักร้าวง่ายตอนสุมเผาไฟ ให้ความร้อนถ้าหนามากก็เทอะทะแลดู
ไม่สวยงามสมส่วนกับขนาดกว้างยาว
เรื่องการอุดผงวิเศษนั้นมาคิดกันทีหลัง ตอนที่เขาเอาไม้เสียบงัดพระออกจากแม่พิมพ์มาแล้ว
เกิดตำหนิเป็นรูขึ้นแลดูไม่สวยงาม จึงแก้ไขด้วยการเอาผงวิเศษมาอุด เพราะฉะนั้น
ไม้ที่นำมาแทงเสียบเพื่องัดพระออกจากแม่พิมพ์จะมีขนาดใหญ่เกิดไปก็ไม่ได้
จะทำให้ด้านหลังองค์พระทะลุเกิดรอยตำหนิขึ้นอีก ทั้งๆ ที่รู้ว่ารูใหญ่กว้างนำผงมาอุดบรรจุง่ายกว่ารูขนาดเล็กและแคบ
ส่วนเรื่องที่มีผู้เสนอให้นำผงวิเศษผสมลงไปในเนื้อพระเสียเลยนั้น
ความจริงใส่ผงวิเศษลงไปผสมอยู่แล้วเชื่อกันว่ามีอย่างแน่นอน ปัญหาต่างๆ ที่มีผู้ไต่ถามมาก็คงจะคลี่คลายลงได้
การที่พระหลวงพ่อปานมีผงวิเศษอุดพอกที่ด้านบนองค์พระนี้บังเกิดเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งขึ้นมา
คือ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
วิธีดูวิธีสังเกตผงเก่าผงใหม่อย่างไร จึงขอเสนอให้ท่านพิจารณาเป็นแนวทาง
ลักษณะของผงวิเศษที่เป็นของเก่าเมื่อดูจากแว่นขยาย
๑.ต้องมีความแห้ง
๒.ส่วนผสมของผงที่มองเห็นด้วยแว่นขยายมีจุดขาวขุ่น จุดสีดำ
ส่วนผสมเป็นสีเทาอ่อน ผงปูนคล้ายกับหมดยางหมดอายุ คล้ายปูนที่ฉาบฝาผนังโบสถ์หรือกำแพงเก่าๆ
แลดูแห้งๆ โศรกๆ เปื่อยๆ แต่ทว่ายังเกาะติดกันอยู่
๓.พระบางองค์ถูกสัมผัสจับต้องหรือจากการใช้อมหมาก หรือเปียกเหงื่อส่วนบนของผงวิเศษที่ว่านี้จะมีสีเหลืองอ่อนผิวขึ้นมันฉ่ำใสแต่ยังแลดูแห้งอยู่
บังเกิดความซึ้งขึ้นมาแทนที่แลดูเป็นของเก่า
ลักษณะการอุดยาของผงเก่า ผงวิเศษที่นำมาอุดไม้เสียบงัดพระออกจากแม่พิมพ์นี้
เข้าใจว่านำมาปั้นนวดคลึงให้เป็นเส้นกลมคล้ายขนมจีนเวลาจะอุดก็จะตัดเป็นเส้นสั้นๆ
ให้พอเหมาะที่จะทำงานได้สะดวก พระบางองค์รูไม้เสียบลึกแต่จะอุดผงไปไม่เต็ม
พระบางองค์รูไม้เสียบตื้นหรือรูมีขนาดเล็กผงจะล้นรูหรือพอกนูนสูง
ลักษณะการอุดยาของผงเก่าเท่าที่ได้พบเห็นมาจะมีหลายลักษณะ
คือ
๑.ผงทรุดต่ำกว่าปากรูลงไปเล็กน้อย แต่มีร่องรอยของความเก่าที่ตั้งไว้
เช่นการหดแห้งตัวของส่วนผสม แลดูผงมีขนาดเล็กกว่ารู
๒.ผงเสมอกับปากรู แต่มีรอยป้ายรอยเลอะของผง ที่ติดมือคนทำงานอุดผงอยู่บริเวณใกล้เคียงและอาจจะมีรอยหดตัว
รอยย่นที่ผิวพื้นผง เนื่องจากเป็นของเก่าที่มีอายุตั้งแต่ ๗๐ กว่าปีแล้ว
๓.ผงพอกนูนสูง ชนิดนี้พบน้อย แต่ต้องมีร่องรอย ของความเก่าทิ้งไว้เช่นเดียวกันกับลักษณะของผงวิเศษที่เป็นของทำใหม่
ในปัจจุบันนี้วิทยาการต่างๆ
ก้าวหน้าไปอย่างมากและรวดเร็ว เช่นส่วนผสมของผงวิเศษที่อุดในพระหลวงพ่อปาน
เขาทำได้ใกล้เคียงมาก ถ้าไม่ชำนาญอาจจะไม่รู้ เขาจะใช้ผงปูนกำแพงเก่าๆ มาบดผสมกับผงเนื้อพระเก่าที่มีสารและส่วนผสมใกล้เคียงกัน
เช่นผงจากพระกรุวัดท้ายตลาดที่ชำรุดบ้าง ผงจากสมเด็จปิลันทน์ที่ชำรุดบ้าง
ผสมกับกาววิทยาศาสตร์หรือปูนทำฟันอุดเข้าไป สีสันและส่วนผสมแลดูคล้ายของจริงมาก
แต่ความเก่ายังทำไม่เหมือนเพราะแลดูส่วนผสมยังเปียกชื้นอยู่เนื่องจากเป็นของที่ทำใหม่
บางทีก็นำไปอบให้แห้ง บางรายก็ใช้ไฟหรือควันเทียมรม
อาการของผง ทรุดตัวก็ดี รอยเหี่ยวย่นของผิวพื้นผงบางที่บางตอนก็ดี
ตลอดจนความแห้งผาก คล้ายปูนหมดยางหมดอายุแล้ว จะไม่มีในผงวิเศษที่ทำใหม่อุดเข้าไป
นอกจากนี้รอยเลอะเทอะของผงปูนที่ติดอยู่ที่บางส่วนขององค์พระโดยมิได้มีเจตนาของคนทำ
กลายเป็นลักษณะธรรมชาติอีกแบบหนึ่ง ที่คนสร้างผงใหม่ยังไม่ได้คิดสร้างสรรค์ทำขึ้นมาในลักษณะการอุดยาของผงใหม่
ลักษณะการอุดยาของผงที่ทำใหม่เท่าที่ได้สังเกตพบเห็นมาจะมี
๓ ลักษณะเช่นเดียวกัน คือ ทำเป็นผงทรุดต่ำกว่าปากรู ผงเสมอกับปากรู และผงพอกนูนสูงฝีมือในการอุดยาบางทีก็ทำได้เรียบร้อยบางทีฝีมือก็ทำไม่เรียบร้อย
ถ้าเป็นพระปลอมส่วนใหญ่ จะทำไม่เรียบร้อย แต่ถ้าเป็น พระแท้ต้องระวังมากเพราะเขาจะนำไปให้ช่างฝีมือดีทำการอุดให้
ให้สังเกตร่องรอยพิรุธต่างๆ อย่างที่บอกไว้แล้วข้างต้น เกี่ยวกับเรื่องความแห้งผากของเนื้อผง
ความเก่าที่มีอายุของเนื้อผง ความซึ้งและส่วนผสมของเนื้อผงแลดูเปียกชื้นแบบของใหม่หรือเปล่า
ฯลฯ