คมชัดลึก Komchadluek.comคมชัดลึก Komchadluek.comคมชัดลึก Komchadluek.com

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง


ทร.จัด"กระบวนเรือพระราชพิธี" ฉลองทรงครองราชย์ 60 ปีในหลวง

กองทัพเรือ เตรียมจัดแสดง "กระบวนเรือพระราชพิธี" ฉลองทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ใช้เรือพระที่นั่ง 52 ลำ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ฝีพายกว่า 2,400 นาย รับงานใหญ่ 12 มิถุนายนนี้

พวกเราได้ฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก โดยต้องปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำ ทำการฝึกจับเวลาเตรียมพร้อมเพื่อหาสถิติน้ำขึ้น-น้ำลง เพราะแต่ละวันน้ำจะขึ้น-ลง ไม่เท่ากัน

เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี กองทัพเรือ หนึ่งในเสาหลักแห่งกองทัพไทยได้รับมอบภารกิจสำคัญยิ่งอีกชิ้นหนึ่งคือ การเตรียมจัดการแสดง "กระบวนเรือพระราชพิธี" ครั้งประวัติศาสตร์ ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ โดยจะมีสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี ในฐานะพระราชอาคันตุกะจากทั่วโลกเข้าร่วมพิธีครั้งประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่

พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดงานครั้งประวัติศาสตร์ว่า กองทัพเรือเตรียมงานไว้หลายอย่างเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด ทั้งการตกแต่งหอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ 60 ปี ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดงานด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมจัดราชนาวิกสภาเพื่อเป็นสถานที่ถวายเลี้ยงรับรอง และทอดพระเนตรการจัดแสดงกระบวนเรือพระราชพิธี

การจัดแสดงกระบวนเรือพระราชพิธีในครั้งนี้ถือเป็นกระบวนเรือพระราชพิธีที่ใหญ่ที่สุด โดยจะมีเรือที่จะร่วมแสดงทั้งหมด จำนวน 52 ลำ ได้แก่ (เรือพระที่นั่ง 4 ลำ) คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้ ยังมีเรืออื่นๆ เช่น เรือพิฆาต 2 ลำ, เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และเรือพระราชพิธีอื่นๆ จำนวน 38 ลำ จะใช้กำลังพลจากหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือเป็นฝีพายเรือพระราชพิธี จำนวน 2,082 คน

รูปกระบวนเรือพระราชพิธี จะจัดเป็น 5 ริ้วกระบวน มีเรือพระที่นั่งอยู่ในริ้วที่ 3 หรือ แถวกลาง ส่วนแถวนอกสุดด้านซ้ายและขวา (หรือ ริ้วกระบวนที่ 1 และ 5) จะเป็น เรือดั้ง และ เรือแซง

ส่วนริ้วกระบวนที่ 2 และ 4 จะเป็น เรือประตูหน้า ซึ่งจะนำริ้วกระบวน เรือพิฆาต และ เรือรูปสัตว์ต่างๆ โดยจะมีความยาวประมาณ 1,200 เมตร

ทั้งนี้ ก่อนเคลื่อนกระบวนจะมีการแสดง "น้ำพุดนตรีประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์" และจอม่านน้ำแสดงประวัติความเป็นมาของกระบวนเรือพระราชพิธี ก่อนจะปล่อยโคมประทีป และกระทงสาย ตามลำดับ

เส้นทางในการเดินกระบวนเรือพระราชพิธีจะเริ่มตั้งแต่บริเวณจุดจอดเรือท่าวาสุกรี ในเวลา 19.30 น. โดยจะผ่าน สะพานพระราม 8 คลองบางลำพู สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รพ.ศิริราช กรมอู่ทหารเรือ ราชนาวิกสภา หอประชุมกองทัพเรือ วัดอรุณราชวราราม ไปสิ้นสุดที่ บริเวณวัดกัลยาณมิตร

รวมระยะทางทั้งหมด 4.2 กิโลเมตร และจะใช้เวลาแสดงกระบวนเรือประมาณเวลา 30 นาที !!

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ ระบุว่า พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) จะเป็นประธานในการดูแลภาพรวมทั้งหมด

-กองทัพเรือ จะรับผิดชอบตั้งแต่ประตูรั้วทางเข้ามาในบริเวณชั้นในหอประชุมกองทัพเรือ ไปจนถึงอาคารราชนาวิกสภา

-กองทัพบก จะดูแลความปลอดภัยชั้นนอก

-กองทัพอากาศ จะดูแลการลาดตระเวนทางอากาศ

-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะติดตามดูแลความปลอดภัยกษัตริย์จากประเทศต่างๆ

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ในฐานะผู้อำนวยการการดูแลการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ส่วนของกองทัพเรือ กล่าวว่า ขณะนี้ด้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ชุด ดังนี้

(1) พล.ร.ท.สามารถ จำปีรัตน์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายยุทธบริการ จะทำหน้าที่ดูแลเรื่องการปรับปรุงอาการอาคารหอประชุมกองทัพเรือ และอาคารราชนาวิกสภา

(2) พล.ร.ท.ศุภกร บูรณดิลก ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายกำลังพล จะทำหน้าที่กำกับดูแลเรื่องการเตรียมกระบวนเรือพระราชพิธี รวมถึงการเตรียมกำลังพลฝีพาย

(3) พล.ร.ท.สมศักดิ์ ถนอมพล ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายยุทธการ จะทำหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยในส่วนของกองทัพเรือ

“ในการเตรียมกระบวนเรือพระราชพิธีพวกเราได้ฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก โดยต้องปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำ ทำการฝึกจับเวลาเตรียมพร้อมเพื่อหาสถิติน้ำขึ้น-น้ำลง เพราะแต่ละวันน้ำจะขึ้น-ลง ไม่เท่ากัน ดังนั้น จะต้องหาเวลาใกล้เคียง เพราะวันจริงจะต้องจัดกระบวนเรือพระราชพิธีให้ตรงตามกำหนดเวลาที่ได้วางไว้ให้มากที่สุด” พล.ร.อ.กำธร กล่าวให้ความมั่นใจ

พล.ร.อ.กำธร กล่าวอีกว่า กองทัพเรือได้ฝึกซ้อมกำลังพลฝีพายทั้งหมด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 โดยซ้อมท่าทางในการพาย และพายบนบกขึ้นเขียง จากนั้นในเดือนธันวาคม 2548 ก็เริ่มซ้อมในเรือตามหน่วยที่รับผิดชอบ และเริ่มซ้อมอย่างจริงจัง เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นการซ้อมในเวลากลางวัน และกลางคืน ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการแสดงในวันจริง

การแสดงจะจัดคล้ายกับการประชุมเอเปคครั้งที่ผ่านมา แต่กระบวนจะใหญ่กว่า เพราะการประชุมเอเปคใช้เรือเพียง 50 ลำ และขาดเพียง 2 ลำ ที่ไม่ได้ร่วมกระบวนเรือคือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

"การจัดแสดงคราวนี้ถือเป็นการจัดแสดงกระบวนเรือพระราชพิธีในเวลากลางคืนเป็นครั้งที่ 2 และจะต้องพายทวนกระแสน้ำ ซึ่งแตกต่างจากครั้งการประชุมเอเปคที่ต้องพายตามกระแสน้ำ ดังนั้น การพายครั้งนี้อาจจะทำให้การคุมเรือค่อนข้างลำบาก ซึ่งทางกองทัพเรือก็มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาด เพื่อสามารถให้เรือเข้าพื้นที่ให้ทอดพระเนตรตรงตามเวลา" พล.ร.อ.กำธร กล่าว

พล.ร.อ.กำธร จึงแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับกระแสน้ำในวันจริง เนื่องจากตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ เชื่อว่า วันดังกล่าวเรือจะต้องพายทวนกระแสน้ำ และน้ำจะไหลแรงมาก นอกจากนี้ ยังอาจมี "ฝน" หรือ "พายุ" ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการแสดงกระบวนเรือพระราชพิธีอีกด้วย

"กองทัพเรือมีการเตรียมแผนป้องกันไว้แล้ว โดยมีทั้งแผน 1 และแผน 2 หากฝนตกหนักมากอาจทำให้การเคลื่อนกระบวนเรือล่าช้ากว่ากำหนด แต่ถ้ามีพายุเกิดขึ้นก็จะต้องตัดสินใจกันอีกครั้ง สำหรับกำลังพลที่เข้าร่วมแสดง กองทัพเรือจัดไว้ทั้งหมด 2,400 นาย เพื่อป้องกันความผิดพลาด หากเกิดอุปสรรคที่ไม่คาดคิด" พล.ร.อ.กำธร เผยถึงวิธี "อุดรอยรั่ว" ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

กระนั้น แม้จะมีอุปสรรคเรื่องกระแสน้ำ แต่ พล.ร.อ.กำธร ก็มั่นใจว่า กำลังพลของกองทัพเรือจะสามารถต้านทานกระแสน้ำได้ และกำลังหาวิธีการแก้ไขตรงจุดนี้อย่างเร่งด่วน

พล.ร.อ.กำธร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือจะจัดการซ้อมกระบวนเรือในเวลากลางคืนอีกไม่ต่ำกว่าอีก 4 ครั้ง จะมีการซ้อมแบบแต่งฝีพายเหมือนวันจริงทุกประการ และใช้เวลาตามวันจริงคือ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 30 พฤษภาคม 2 มิถุนายน และ 6 มิถุนายน 2549 ก่อนที่จะมีการจัดแสดงวันจริงในวันที่ 12 มิถุนายนนี้

มาตรการรักษาความปลอดภัย

พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. จะเป็น "ประธาน" ในการดูแลความปลอดภัยภาพรวมทั้งหมด แบ่งโซนการทำงาน โดยศูนย์รักษาความปลอดภัย บก.สส.จะทำงานประสานด้านการข่าวร่วมกับ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, หน่วยข่าวกรองทางทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การดูแลความปลอดภัยจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น

บริเวณรอบนอก จะมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลในภาพรวมเป็นหลัก รวมถึงการอารักขาความปลอดภัยกษัตริย์ที่เดินทางมาร่วมงาน มี กองทัพบก ร่วมดูแลด้วย

บริเวณชั้นใน มี "กรมราชองครักษ์" ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ ร่วมกับ สันติบาล

นอกจากนี้ กองทัพเรือ จะดูแลภาพรวมบริเวณชั้นในทั้งหมด โดยจะใช้กำลัง "สารวัตรทหารเรือ" เป็นหลัก จะมีการสนธิกำลังจาก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง, หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ สังกัดกองเรือยุทธการ, กรมสรรพาวุธทหารเรือ พร้อมกับเตรียมเรือดูแลผิวน้ำ,ใต้น้ำ และตรวจสอบท่าเรือ จะมี ชุดประดาน้ำ, ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดใต้น้ำ เข้าร่วมด้วย

ส่วน กองทัพอากาศ จะทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง รวมทั้งการลาดตระเวนทางอากาศ

กำหนดแผนการฝึกซ้อม

-การฝึกอบรมครูฝึกฝีพาย 31 ต.ค.-18 พ.ย. 2548

-สร้างเขียงฝึกตามพื้นที่ต่างๆ 25 พ.ย. 2548

-การฝึกฝีพายบนเขียง 28 พ.ย. 2548-25 ม.ค. 2549

-การซ่อมทำและส่งมอบเรือพระราชพิธี 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549

-กองเรือเล็กส่งมอบเรือ 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549

-การฝึกฝีพายในเรือ 6 ก.พ.-20 มี.ค. 2549

-การซ่อมทำและนำเรือพระที่นั่งลงน้ำ 2 มี.ค.-9 มี.ค. 2549

-การฝึกซ้อมย่อยในเวลากลางวัน 25 และ 28 เมษายน 2549 และทำการฝึกในเวลากลางคืนใน วันที่ 2, 16, 23 และ 30 พ.ค. 2549

-การฝึกซ้อมใหญ่ จะทำการฝึกในเวลากลางคืน วันที่ 2 และ 6 มิ.ย. 2549

-การฝึกซ้อมเตรียมพร้อมก่อนวันจริง จะทำการฝึกในวันที่ 9 มิ.ย. 2549

-วันแสดงจริง จะทำการแสดงในเวลากลางคืน วันที่ 12 มิ.ย. 2549

กิจกรรมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

1.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 26 พ.ค.- มิ.ย. 2549 ณ เมืองทองธานี

2.พระราชพิธีทักษิณานุประทาน 8 มิ.ย. 2549 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทส่วนต่อเติม

3.พระราชพิธีบวงสรวง 9 มิ.ย. 2549 ณ พระที่นั่งจักรีฯ ส่วนต่อเติม

4.พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม 9 มิ.ย. 2549 ณ สนามหญ้า หน้าพระที่นั่งจักรีฯ

5.พระราชพิธีสมโภชราชสมบัติ 10 มิ.ย. 2549 ณ พระที่นั่งจักรีฯ ส่วนต่อเติม

6.งานมหาสมาคมรับเสด็จพระราชาธิบดี 12 มิ.ย. 2549 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

7.เสด็จฯ ทอดพระเนตรกระบวนเรือพระราชพิธีพยุหยาตราชลมารค 12 มิ.ย. 2549 ณ หอประชุมกองทัพเรือราชนาวิกสภา

8.พระราชพิธีเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแก่พระราชาธิบดีต่างประเทศ 13 มิ.ย. 2549 ณ พระที่นั่งจักรีฯ ส่วนต่อเติม

9.การบูรณะวัด-ศาสนสถานทั่วประเทศ (ตลอดปี 2549-2550)

10.โครงการเฉลิมพระเกียรติต่างๆ ทั่วประเทศ

11.งานอุปสมบททั่วประเทศ

12.การจัดงานมหรสพทั่วประเทศ (ในเดือนมิถุนายน 2549)

13.การจัดทำจดหมายเหตุ

14.การรักษาความปลอดภัยในส่วนของกรุงเทพมหานคร

15.งานประชาสัมพันธ์

16.รัฐบาลถวายเงินสมทบทุนเข้ามูลนิธิอานันทมหิดลอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท

17.งานสโมสรสันนิบาต (ทำเนียบรัฐบาล)

ปัญญา ทิ้วสังวาลย์

panya@saithaharn.net


<< ย้อนหลัง




พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


komchadluek สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537