คมชัดลึก Komchadluek.comคมชัดลึก Komchadluek.comคมชัดลึก Komchadluek.com

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง


ฝึกผสม"คอบราโกลด์ 06" สู่ 25 ปี ภาคี 14 ประเทศ

leftฝึกผสม "คอบราโกลด์ 06" ล่วงเข้าสู่ปีที่ 25 จากจุดเริ่มต้นการฝึกแบบ "ทวิภาคี" ไทย-สหรัฐ พัฒนาเป็น "พหุภาคี" 9 ประเทศ แบ่งเป็นผู้ร่วมฝึก 5 ประเทศ และผู้สังเกตการณ์อีก 9 ประเทศ

แม้กองทัพไทยจะไม่มีงบประมาณซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ได้ แต่ก็จำเป็นต้องฝึกคนไว้เพื่อรองรับกับเทคโนโลยีที่มีแต่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต

การฝึกผสม "คอบราโกลด์ 06" ในปีนี้นับว่ามีความพิเศษไม่น้อย เพราะเป็นวาระครบรอบปีที่ 25 ของการฝึกทางทหาร ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการฝึกผสมแบบ "ทวิภาคี" ระหว่างกองทัพไทยและสหรัฐอเมริกา กระทั่งพัฒนาเป็นการฝึกร่วมแบบ "พุหภาคี" ซึ่งมีประเทศเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ จำนวน 5 ประเทศ และประเทศผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์อีก 9 ประเทศ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช เสนาธิการทหาร ให้ข้อมูลว่า การฝึกผสมครั้งล่าสุดนี้ว่า จะมีกำลังทหาร จำนวน 1.1 หมื่นนาย จาก 5 กองทัพพันธมิตร ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และ อินโดนีเซีย โดยการฝึกจะเน้นรูปแบบ "กองกำลังรักษาสันติภาพ" จะฝึกระหว่างวันที่ 15-26 พฤษภาคม นี้ ใช้พื้นที่จากกองทัพภาคที่ 1 เป็นสถานที่ฝึกและใช้งบประมาณเกือบ 900 ล้านบาท

ปีนี้กองทัพอินโดนีเซียเข้าร่วมการฝึกเป็นปีแรก หลังจากเคยเข้าร่วมเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์มาแล้ว ส่วนประเทศผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในปีนี้มี 9 ประเทศคือ จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม ลาว มาเลเซีย และ เยอรมนี จะมีพิธีเปิดการฝึกที่กองอำนวยการฝึก โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก ในวันที่ 15 พฤษภาคม

rightการฝึกครั้งนี้จะมีกำลังพลเข้าร่วมฝึกภาคสนาม และทะเล รวมทั้งภาคการฝึกปัญหาในที่บังคับการ หรือซีพีเอ็กซ์ (Command Post Exercise : CPX) แม้จะเป็นการฝึกภายใต้ข้อจำกัดหลายประการ เช่น งบประมาณที่น้อยกว่าปีที่แล้วมาก แต่ความเข้มข้นในการฝึกก็มิได้ลดลงไป

ในส่วนของกำลังพลที่เดินทางมาฝึกก็มีจำนวนลดลง และใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่ก็ลดลงมากเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน เพราะกำลังพลของสหรัฐต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะใน อัฟกานิสถานและอิรัก ในปีนี้สหรัฐส่งกำลังเข้ามาประมาณ 7,000 นาย ไทย ประมาณ 4,000 นาย สิงคโปร์ 96 นาย ญี่ปุ่น 40 นาย และ อินโดนีเซีย 15 นาย

กำลังพลสหรัฐส่วนหนึ่งจะมาจากเรือบรรทุกเครื่องบิน "อับราฮัม ลินคอน" โดยจะจอดเทียบท่าในฐานะพอร์ต วิซิท (port visit) และมีกำลังพลกว่า 5,000 นาย

พื้นที่การฝึกจะเน้นหนักในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 7 แห่ง คือ จ.นครนายก ลพบุรี ชลบุรี นครราชสีมา ลพบุรี ระยอง และ อ่าวไทย โดยการสนับสนุนงบประมาณหลักยังคงเป็นกองสหรัฐคือ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ฝ่ายไทยสนับสนุนงบประมาณ 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอีก 15 โครงการ

"ในปีนี้ถือว่าเป็นปีสำคัญ เพราะการฝึกร่วมคอบราโกลด์ ได้เวียนมาครบรอบ 25 ปี โดยเริ่มจากการฝึกภาคสนามในแบบทวิภาคีระหว่างไทยและสหรัฐมาโดยตลอด แต่ในปีหน้า (2550) มีแนวโน้มว่าจะเปิดให้การฝึกภาคสนาม และทะเล เป็นแบบพหุภาคี โดยจะพิจารณาจากประเทศที่ร้องขอเข้ามาก่อน" พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

leftด้าน พล.ท.จิรสิทธิ เกษะโกมล แม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังผสม กล่าวถึงรูปแบบการฝึกในปีนี้ว่า จะเน้นในเรื่องการวางระบบระเบียบปฏิบัติประจำวันร่วมกันระหว่างกองทัพไทย, การฝึกการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบังคับให้เกิดสันติภาพ และรักษาสันติภาพอันเป็นการฝึกในรูปแบบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่จริงในปัจจุบัน

การฝึกนอกจากจะเน้นย้ำในเรื่องสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว ยังจะมีการฝึกเพื่อให้ความช่วยเหลือในยามที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น สึนามิ ดินถล่ม หรือ ไฟไหม้ อีกด้วย ส่วนปัญหาเรื่องภัยการก่อการร้ายก็ยังมีการพูดคุยและฝึกร่วมกันอยู่

เมื่อถามว่า กลัวกระแสการต่อต้านกองทัพสหรัฐหรือไม่ พล.ท.จิรสิทธิ ตอบว่า ทางสหรัฐเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน เพราะอาจมองว่าเป็นการก้าวก่ายกิจการภายใน และอาจจะกระทบการเมืองระหว่างประเทศ แต่การนำกำลังเข้ามาก็เป็นเรื่องของการฝึก ซึ่งวางแผนล่วงหน้ากันมานานเป็นปี

"สหรัฐเองก็ไม่อยากเข้ามาก้าวก่าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมีการวางแผนใช้งบประมาณกันเรียบร้อยแล้ว และถ้าไม่ฝึกก็จะต้องไปยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสว่า จะไม่ฝึก เพราะเมื่อขอเงินไปก็ต้องใช้ไปตามนั้น หากไม่ใช้ก็จะต้องชี้แจงให้สภารับทราบ" พล.ท.จิรสิทธิ กล่าว

ส่วนกระแสการต่อต้านสิงคโปร์นั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะปัญหาการเมืองก็คือการเมือง ทหารก็คือทหาร เขาต้องการมาฝึกเพื่อต้องการพัฒนาความรู้ ความมั่นคง และส่วนใหญ่จะเน้นการช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก จึงไม่น่าจะมีผลกระทบในเรื่องการฝึก

เมื่อถามอีกว่า จะหยิบยกปัญหาภาคใต้มาหารือกันหรือไม่ พล.ท.จิรสิทธิ ตอบว่า ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาหารือกัน เพราะเป็นปัญหาภายใน และไม่ได้เป็นปัญหาการก่อการร้าย นอกจากนี้ ยังเป็น "เรื่องภายใน" ซึ่งจะไม่มีการแทรกแซงจากประเทศใดประเทศหนึ่ง

กองทัพไทยนั้นได้ประโยชน์แน่ๆ จากการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของกองทัพสหรัฐ เพราะถึงแม้กองทัพไทยจะไม่มีงบประมาณซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ได้ แต่ก็จำเป็นต้องฝึกคนไว้เพื่อรองรับกับเทคโนโลยีที่มีแต่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต

ฝึกผสม "คอบราโกลด์ 06"

การฝึกคอบราโกลด์ 06 เป็นการฝึกร่วม/ผสมระหว่างกองทัพไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ในปีนี้มีขอบเขตในการฝึก ดังนี้

-การฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX)

-การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX)

-การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก (HCA)

รูปแบบการฝึกจะเป็นแบบ "พหุภาคี" (Multilateral Exercise) จะเน้นการฝึกที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การปฏิบัติการบังคับให้เกิดสันติภาพ (Peace Enforcement Operations) การปฏิบัติด้านการกิจการพลเรือน (Civil Military Operations) การต่อสู้การก่อการร้าย (Combating Terrorism) การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations)

ส่วน ทน.1จัดตั้ง กกล.ฉก.ร่วม/ผสม การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise : FTX) เป็นการฝึกแบบ "ทวิภาคี" (Bilateral Exercise) ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐ โดยเน้นการฝึกหน่วยในลักษณะปฏิบัติการทางยุทธวิธีผสมในพื้นที่การฝึก และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ของเหล่าทัพ ซึ่งประกอบไปด้วย การฝึกแลกเปลี่ยน/ปรับมาตรฐาน (Cross Training Exercise : CTX) ของหน่วยทางยุทธวิธีระดับเล็ก ได้แก่ การรบในพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง การปฏิบัติการในป่า การยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศ การเข้าตีด้วยกระสุนจริง รวมทั้งการกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกองทัพไทยและสหรัฐ ซึ่งจะเคลื่อนย้ายจากรัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา มาลงที่สนามกระโดดร่มบ้านท่าเดื่อ จ.ลพบุรี

นอกจากนี้ ยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก (HCA) ซึ่งจะเป็นการปฏิบัติงานในลักษณะร่วม/ผสม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก โดยแบ่งเป็นโครงการก่อสร้าง และการแพทย์ ซึ่งฝ่ายสหรัฐจะสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ

ความเป็นมา"คอบราโกลด์"

การฝึกร่วม/ผสมคอบราโกลด์ เป็นการฝึกระหว่างกองทัพไทย และกองทัพสหรัฐที่กระทำต่อเนื่องมาจากการฝึกผสมยกพลขึ้นบกระหว่างกองทัพเรือไทย (กองเรือยุทธการ และหน่วยนาวิกโยธิน) กับกองทัพเรือ และหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐ จำนวน 1 กองพันผสม ตั้งแต่ปี 2499-2521

ต่อมา ในปี 2522 การฝึกผสมยกพลขึ้นบก ระหว่างกองทัพเรือไทย และหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ เริ่มใช้ชื่อรหัสการฝึกว่า "PHIBTRAEX 79" และกำหนดให้มีการฝึกต่อเนื่องกันมาทุกปีจนถึงปี 2534 ซึ่งเป็นการฝึกผสม "PHIBTRAEX 81" ได้ยกระดับการฝึกเป็นระดับ "กรมผสมยกพลขึ้นบก"

ในปี 2525 มีการรวมการฝึก "PHIBTRAEX" การฝึก "Sea Siam" การฝึก "Underseal" และการฝึก "MINEX/EODEX" เข้าด้วยกัน และตั้งชื่อรหัสการฝึกนี้ว่า "Cobra Gold 82" มีกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพ และมีกองทัพอากาศ จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกด้วย จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกคอบราโกลด์ (Cobra Gold)

จากนั้นปี 2526 (Cobra Gold 83) กองทัพบก ได้จัด "หน่วยรบพิเศษ" เข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งแรก และร่วมการฝึกมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมา ในปี 2529 (Cobra Gold 86) กองทัพเรือได้ขอให้กองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.) เป็นผู้ดำเนินการฝึกเป็นครั้งแรก และดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

การจัดการฝึกจะมีการหมุนเวียนไปตามพื้นที่ของกองทัพภาคต่างๆ มี บก.สส. เข้ามารับผิดชอบจัดการฝึก และจัดกำลังในรูปแบบของ กกล.ฉก.ร่วม/ผสม มี กำลัง ทบ.ผสม, กำลัง ทร.ผสม, กำลัง นย.ผสม, กำลัง ทอ.ผสม และกำลัง รพศ.ร่วม/ผสม เป็นกำลังปฏิบัติการยุทธร่วม/ผสม ภายใต้การอำนวยการยุทธของ บก.ฉก.ร่วม/ผสม ระดับ กองทัพน้อย

ในปี 2536-2541 บก.สส. และ บก.กกล.สหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก (USCINCPAC) ตกลงร่วมกันที่จะจัดให้มีการฝึกร่วม/ผสม คอบราโกลด์ 93-98 ต่อไป โดยให้เป็นการฝึกของกองกำลังทางบก, กำลังทางเรือสะเทินน้ำสะเทินบก, กำลังทางอากาศ และกำลังรบพิเศษ ซึ่งมีลักษณะการฝึก และระดับกำลังเช่นเดียวกับการฝึกคอบราโกลด์ 92 และ ผบ.สส. (ในขณะนั้น) ได้อนุมัติหลักการในการฝึกคอบราโกลด์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 มาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งนับเป็นการร่วมผสมคอบราโกลด์ ครั้งที่ 25

ปัญญา ทิ้วสังวาลย์

panya@saithaharn.com


<< ย้อนหลัง




พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


komchadluek สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537