คมชัดลึก Komchadluek.comคมชัดลึก Komchadluek.comคมชัดลึก Komchadluek.com

ค้นหาข่าวย้อนหลัง


สุนัขค้นระเบิด รฟม.เจ้าตูบพิทักษ์ชีวิตคน

สุนัขค้นระเบิด รฟม. ทีมเจ้าตูบ 12 ชีวิตพร้อมครูฝึกคู่ใจ กับภารกิจพิทักษ์ชีวิตคนกรุง เผยสมรรถนะเหลือล้น ทั้งตรวจค้นวัตถุระเบิด และกระสุนปืน หลังผ่านการเคี่ยวฝึกหนักกว่า 4 เดือน

ทุกวันนี้สถานการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งนำมาสู่การก่อเหตุความรุนแรงได้แพร่กระจายไปสู่ทั่วทุกมุมโลก โดยหนึ่งในวิธีการก่อเหตุที่กลุ่มก่อการร้ายนิยมนำมาใช้อยู่เป็นประจำ คือ "การก่อวินาศกรรม" ด้วยเหตุนี้มาตรการป้องกัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด ไม่แพ้การกดดัน และปราบปรามด้วยวิธีการต่างๆ

หนึ่งในมาตรการป้องกันเหตุวินาศกรรม นอกจากการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์วัตถุระเบิดอันเปี่ยมประสิทธิภาพแล้ว ความสามารถพิเศษของ "สุนัขค้นระเบิด" ก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์การฝึกสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จึงมีโครงการฝึกสุนัขค้นระเบิดเพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจใน หน่วยสุนัขตรวจค้นพัสดุภัณฑ์ระเบิด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องเฝ้าระวัง

สุนัขตามโครงการนี้ กองทัพจะคัดเลือกจากสุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ และ เยอรมัน เชพเพิร์ด สาเหตุที่เลือกสุนัขสองพันธุ์นี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับรูปแบบภารกิจ

สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่ซุกซนจนเข้าขั้น "ไฮเปอร์ แอคทีฟ" มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น เที่ยวดมอะไรต่อมิอะไรไปทั่ว จึงเหมาะกับภารกิจ "ดมระเบิด" เป็นอย่างยิ่ง

ส่วนสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด หรือ "อัลเซเชี่ยน" ถือเป็นโลโก้ของ "สุนัขตำรวจ" ไปแล้ว เนื่องจากมีลักษณะลำตัว และมัดกล้ามเนื้ออันแข็งแรง ทั้งยังมีนิสัยกระตือรือร้น อดทน และฉลาด เหมาะทั้งงานด้านรักษาความปลอดภัย และงานราชการสงคราม

ทว่า กว่าจะผ่านการฝึกจนได้รับความไว้วางใจให้มาปฏิบัติหน้าที่ "ในเมือง" ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะสุนัขเหล่านี้จะคุ้นเคยกับการอยู่ในป่า และได้เจอเฉพาะทหาร หรือครูฝึกเท่านั้น จึงต้องผ่านการฝึกนานหลายเดือน และต้องปรับตัวกับสภาพในเมืองสักระยะ ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ !!

โดยหลังการฝึกเสร็จสิ้น พล.ท.จริยะ ทับทอง ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ได้ส่งมอบสุนัขตรวจค้นระเบิดให้ รฟม. เพื่อใช้ตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยในเขตเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน

นายรณชิต แย้มสะอาด รองผู้ว่าการ รฟม.กล่าวว่า โครงการสุนัขค้นระเบิดเป็นนโยบายรักษาความปลอดภัยของ นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม. หลังเกิดเหตุก่อการร้ายในภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ รฟม.ต้องหามาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสาร

รองผู้ว่าการ รฟม.ย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า ที่ผ่านมาหากพบวัตถุต้องสงสัย รฟม.จะต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) หรือเจ้าหน้าที่จากกองทัพอากาศ แต่เนื่องจากทุกหน่วยงานต่างก็มีภารกิจของตัวเอง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ พบ. ซึ่งมีภารกิจในภาคใต้ จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะ "พึ่งตัวเอง"

นายรณชิต กล่าวรับประกันคุณภาพของสุนัขค้นระเบิด รฟม.ว่า สุนัขค้นระเบิดทุกตัวได้รับการฝึกอย่างเข้มข้นจากครูฝึกสุนัขของศูนย์การฝึกสุนัขทหาร โดยเริ่มเข้าฝึกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 รวมเป็นเวลา 4 เดือน ขณะนี้การฝึกเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่แล้ว

ส่วนที่ตั้งหน่วยสุนัขตรวจค้นพัสดุภัณฑ์ระเบิดของ รฟม. มีครูฝึกสุนัข 12 คน (จบปริญญาตรีทุกคน) ซึ่งจะคละเคล้ากันไป ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยแต่ละหน่วยจะมีสุนัขตรวจการณ์ของตนเอง และจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนตามสถานีรถไฟใต้ดินทั้ง 18 สถานี

รองผู้ว่าการ รฟม.ยังกล่าวถึงอุปสรรคสำคัญระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของสุนัขค้นระเบิดด้วยว่า

"การปฏิบัติงานแรกๆ เป็นไปด้วยความลำบากมาก เพราะพลสุนัขเคยเดินอยู่กับพื้นดินมาตลอด พอมาเจอสถานที่ที่เป็นพื้นหินแกรนิต ซึ่งลื่นมาก แถมยังต้องขึ้นลงบันไดเลื่อนเพื่อไปปฏิบัติหน้าในสถานีต่างๆ จึงต้องใส่รองเท้ากันลื่น แต่ก็ใส่ได้ไม่นาน เพราะเริ่มชิน และตอนหลังๆ ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการตื่นฝูงชนแต่อย่างใด"

ด้าน พ.ต.ท.อนุศิลป์ สิริเวชชะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและกู้ภัย รฟม. กล่าวยืนยันความคุ้มค่าของสุนัขในโครงการนี้ว่า สุนัขสำหรับตรวจค้นวัตถุระเบิดที่ได้รับการฝึกมาทั้ง 12 ตัวนี้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเมื่อเทียบกับเครื่องมือตรวจค้นวัตถุระเบิด

โดยเครื่องมือตรวจค้นวัตถุระเบิดจากต่างประเทศจะต้องใช้งบจัดซื้อสูงถึงเครื่องละ 1.7 ล้านบาท ขณะที่สุนัขชุดนี้ รฟม.ซื้อมาในราคาตัวละ 3 หมื่นบาท เท่านั้น !!!

พ.ต.ท.อนุศิลป์ กล่าวให้ความมั่นใจว่า การฝึกฝนสุนัขจะไม่หยุดแค่นี้ และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ รฟม. จึงร่วมกับบริษัท เอฟเฟ็ม ไทยแลนด์ อิงค์ จำกัด จัดฝึกเพิ่มเติมให้สุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิดของ รฟม. โดยบริษัทจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมสุนัข และผู้ควบคุมจากประเทศอังกฤษ มาจัดฝึกอบรมให้ปีละ 2 ครั้ง

การฝึกดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ควบคุม และสุนัขเรียนรู้เทคนิคในการค้นหาระเบิดเพิ่มขึ้น เช่น สามารถค้นหาระเบิดในที่ซุกซ่อน สามารถแจ้งผู้ควบคุมสุนัขว่าใครพกพาระเบิด แม้ไม่ได้รับการสั่งให้ไปตรวจค้น สามารถค้นระเบิดอยู่กับที่ และสามารถค้นระเบิดเคลื่อนที่จากการหิ้วได้อีกด้วย

ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและกู้ภัย รฟม. กล่าวถึงโครงการในอนาคตว่า จะมีการฝึก "สุนัขกู้ภัย" เพื่อบริการประชาชนเพิ่มเติมอีก เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น

***************************************

เคล็ดลับ-ภารกิจฝึกสุนัขค้นระเบิด

โดยปกติเมื่อสุนัขโตเต็มที่จะมีความเฉลียวฉลาดเท่ากับเด็กอายุ 8 ขวบ ดังนั้น เพื่อให้สมองของสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิดมีพัฒนาการอย่างเต็มที่ ครูฝึกจะเลือกอาหารบำรุงสมองด้วยผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปยี่ห้อหนึ่ง และจะให้กินแบบเพียวๆ โดยไม่มีอาหารเสริมแต่อย่างใด เพราะสุนัขจะกินโปรตีนมากกว่าแป้ง แต่ละวันจะกำหนดอาหารให้ 1 มื้อในตอนบ่าย และให้อยู่ในความควบคุมของสัตวแพทย์ตลอด โดยส่วนใหญ่สุนัขมักจะเป็นโรคทางเดินอาหาร ส่วนหมัด เห็บ ไร ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะฉีดยาป้องกันได้

ด้านภารกิจประจำวัน ครูฝึกจะนำสุนัขออกไปฝึกตั้งแต่เวลา 06.30 น. จากนั้นจะนำสุนัขไปที่ "หลักล่าม" ซึ่งมีลักษณะเป็นยางรถยนต์เทปูนทึบ และมีแกนกลางเป็นท่อพีวีซีถ่วงด้วยลูกปืน โดยสุนัขจะวิ่งวนอยู่รอบๆ หลักล่ามเพื่อออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรง

จากนั้นสุนัขผลัดแรก 3 ตัว จะเข้าไปยัง "สถานที่ฝึก" เพื่อทบทวนทักษะการดมวัตถุระเบิด โดยครูฝึกจะพกพาวัตถุต้องสงสัยไปด้วย หากสุนัขสามารถทำภารกิจได้สำเร็จ ครูฝึกก็จะให้ของเล่น เช่น ลูกบอลเล็กๆ หรือผ้าขนหนูมัดเป็นท่อนๆ ให้เป็นรางวัล ซึ่งสุนัขจะชอบมาก

เมื่อถึงเวลา 06.30-08.00 น.สุนัขพร้อมครูฝึกจะขึ้นรถตู้พร้อมปฏิบัติงาน โดยสุนัขจะใช้เวลาในการตรวจลาดตระเวนติดต่อกัน 3 ชั่วโมง แล้วพัก 1 ชั่วโมง เพื่อลดอาการเครียดที่ต้องปฏิบัติงานในใต้ดินทั้ง 18 สถานี การทำงานจะแบ่งเป็น 4 ชุด ชุดละ 3 ตัว รับผิดชอบเป็นโซนๆ โซนเอ สถานีหัวลำโพง-ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซนบี สถานีสุขุมวิท-สถานีสุทธิสาร โซนซี สถานีรัชดา-สถานีบางซื่อ

สุนัขทุกตัวเมื่อถึงเวลาทำงานจะมีสายรัดที่หน้าอก หากครูฝึกนำสายรัดมา สุนัขทุกตัวจะรู้หน้าที่ของตัวเองว่าถึงเวลาทำงานแล้ว และในยามปกติจะเดินหรือนอนเล่นเพื่อพักผ่อน

แต่ถ้าตรวจพบ "วัตถุต้องสงสัย" สุนัขจะนั่งนิ่ง หูตั้ง จากนั้นสุนัขอีกตัวจะทำการ "ตรวจซ้ำ" อีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ และนอกจากจะตรวจดูวัตถุระเบิดแล้ว ยังสามารถตรวจปืนที่มีลูกได้อีกด้วย

หลังจากรู้แน่ว่ามีสิ่งผิดปกติ จะมีชุด ฟอกซ์ เรย์ 2 (Fox Ray 2) พร้อมเจ้าหน้าที่อีโอดี (ตรวจค้นวัตถุระเบิด) และเจ้าหน้าที่อีโออาร์ เป็นผู้ช่วยอีก 25 คน ซึ่งทั้งหมดเคยผ่านการฝึกและได้รับการรับรองจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (191) แต่มีหน้าที่เพียงตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเก็บกู้ได้

โดย จ.ส.อ.จามร ชมศักดิ์ เจ้าหน้าที่อีโอดี ระบุว่า หากพบเชื้อปะทุ เช่น ดินปืน แบตเตอรี่ ฯลฯ จะใช้ผ้าห่มมาคลุมไว้ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธมาทำการเก็บกู้ต่อไป

*************************************************

ชุดปฏิบัติการสุนัขตรวจค้นพัสดุภัณฑ์ระเบิด

แบ่งเป็นสุนัขเพศเมีย 8 ตัว เพศผู้ 4 ตัว (พันธุ์ลาบราดอร์ 6 ตัว, พันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด 6 ตัว)

ชุด 1

1.ผบส.มาโนช ชาวสวนงาม ชื่อสุนัข เซียเรียล เพศเมีย พันธุ์ลาบราดอร์

2.ผบส.นพคุณ ทินกร ณ อยุธยา ชื่อสุนัข เคอร์เซ่ เพศผู้ พันธุ์ลาบราดอร์

3.ผบส.พงศธร นาหมื่นหงษ์ ชื่อสุนัข เพเมนท์ เพศเมีย พันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด

ชุด 2

4.ผบส.ธีรชัย อัศววิโรจน์กุล ชื่อสุนัข ไบเบิล เพศผู้ พันธุ์ลาบราดอร์

5.ผบส.เพชรดี ร่าหมาน ชื่อสุนัข โฟโต้ เพศเมีย พันธุ์เยอรมัน

6.ผบส.วิทย์ธวัช กุลเพชรจิตรา ชื่อสุนัข ซิมเวย์ เพศเมีย พันธุ์ลาบราดอร์

ชุด 3

7.ผบส.วัฒนา พูลเกษม ชื่อสุนัข เฮลบรู เพศผู้ พันธุ์เยอรมัน

8.ผบส.ปฏิพัฒน์ แจ้วิสอน ชื่อสุนัข แลนโช่ เพศผู้ พันธุ์ลาบราดอร์

9.ผบส.วีระเชษฐ์ เสือยงค์ ชื่อสุนัข ไมเรล เพศเมีย พันธุ์ลาบราดอร์

ชุด 4

10.ผบส.ศรีนคร ชาลี ชื่อสุนัข โฟอี้ เพศเมีย พันธุ์เยอรมัน

11.ผบส.เกริกชัย จันทร์เฉิด ชื่อสุนัข ไมอา เพศเมีย พันธุ์เยอรมัน

12.ผบส.วิวัฒน์ ทรัพย์ถนอม ชื่อสุนัข ซอนลู เพศเมีย พันธุ์เยอรมัน

ตวงรัตน์ มีศรี


<< ย้อนหลัง




nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543