ทหารสารวัตรหญิงพัน.สห.11 "ดอกไม้เหล็ก"
แห่งกองทัพบก ซึ่งแข็งแกร่งไม่แพ้ทหารชาย
เผยต้องฝึกหนักกว่า 3 เดือน
สำหรับภารกิจอารักขาพระราชวงศ์หญิง
และภริยาบุคคลสำคัญ
สห.หญิง จะเป็นตัวแปรที่จะทำให้
เหตุการณ์รุนแรงน้อยลง เพราะสห.หญิง
มีความอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้างเหมือน
สห.ชาย เพราะผ่านการฝึกปฏิบัติการ
ทางจิตวิทยามาเป็นอย่างดี
สมัยนี้ผู้หญิงกับผู้ชายได้ก้าวขึ้นมา
อยู่ในตำแหน่งที่แทบจะเท่าเทียมกันทุกด้าน
ดังจะเห็นได้ว่า ในบ้านเรามีผู้หญิง
ออกมาทำงานนอกบ้าน และมีตำแหน่งเทียบเท่า หรือสูงกว่าผู้ชาย
มากขึ้นเรื่อยๆ ในต่างประเทศก็มี "ผู้นำสตรี" ก้าวขึ้นมาปกครองประเทศ ส่วนในแวดวงการทหารนับเฉพาะในเมืองไทยของเรา ก็ได้ริเริ่มให้มีการบรรจุกำลังพล "สารวัตรหญิง" เพื่อให้เทียบเทียมกับอารยประเทศ
พ.อ.ธนะศักดิ์ ชื่นอิ่ม ผบ.พัน.สห.11 กล่าวว่า ทหารสารวัตรหญิง ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "ดอกไม้เหล็ก" แห่งกองทัพบก ส่วนใหญ่จะถูกคัดเลือกมาจากทหารพรานเก่า และนักโดดร่ม เพราะบุคคลเหล่านี้จะมีความเข้มแข็งทางกาย และมีขีดความสามารถสูง หน่วยงานแห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 โดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในขณะนั้น ได้อนุมัติให้จัดตั้ง สห.หญิง 1 หมวด จำนวน 25 คน
สำหรับคุณสมบัติที่สำคัญอีกข้อ คือ จะต้องมีปฏิภาณไหวพริบดี เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สห.หญิง จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ข้างหน้าให้ออก และต้องตัดสินใจแบบฉับพลัน
พ.อ.ธนะศักดิ์ อธิบายว่า ภารกิจที่ทหารสารวัตรหญิงจะต้องปฏิบัติ คือ การถวายความปลอดภัยพระราชวงศ์หญิง การอารักขาภริยาผู้นำทางทหารต่างประเทศที่มาเยือนประเทศไทย การอารักขาภริยาผู้บังคับบัญชาชั้นสูงในส่วนของกองทัพบก และภารกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ยังต้องปฏิบัติภารกิจปราบจลาจล โดยจะมีการฝึกร่วมกับ สห.ชาย เป็นประจำ !!
พ.อ.ธนะศักดิ์ ชี้ถึงข้อดีที่สำคัญอีกประการของทหารหญิงเหล่านี้ว่า
"หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง สห.หญิงจะเป็นตัวแปรที่จะทำให้เหตุการณ์รุนแรงน้อยลง เพราะ สห.หญิง มีความอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้างเหมือน สห.ชาย และผ่านการฝึกปฏิบัติการทางจิตวิทยามาเป็นอย่างดี แต่กำลังคงไม่เพียงพอ และสามารถรองรับสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น"
พ.อ.ธนะศักดิ์ บรรยายขั้นตอนการฝึกว่า สห.หญิง จะต้องได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานในหน้าที่ และต้องรู้กฎระเบียบ รวมทั้งขอบเขตของภารกิจ โดยในการฝึกจะจัดให้มีขึ้นที่กรมการสารวัตรหทารบก ซึ่งจะเป็นการฝึกในสายวิชาการ เมื่อฝึกเสร็จก็จะกลับมาที่กองพัน สห.11 โดยกองพันจะจัดให้มีการฝึกทบทวนเกี่ยวกับยุทธวิธีต่างๆ เช่น การต่อสู้ป้องกันตัว การใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ การใช้อาวุธฉับพลัน ฯลฯ
ในการฝึกจะมีผู้ที่เชี่ยวชาญแต่ละเรื่อง เช่น การปราบจลาจล การยิงปืนฉับพลัน ข้อกฎหมาย ฯลฯ หากกำลังพลในหน่วยไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ ก็จะเชิญอาจารย์จากนอกหน่วยเข้ามาสอน โดย สห.หญิง จะต้องได้รับการฝึกหนักกว่า 3 เดือน ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่
พ.อ.ธนะศักดิ์ ย้ำว่า งานด้านการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบันมีปริมาณมาก ดังนั้น กองพันจะต้องฝึกทบทวนกำลังพลอยู่เสมอ เพื่อป้องกันความผิดพลาด เพราะงานด้านการรักษาความปลอดภัยจะไม่มีคำว่าผิดพลาดโดยเด็ดขาด และในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มจำนวน สห.หญิง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณภารกิจ
ด้าน ร.อ.ณัฐพจน์ ชูสาร ผู้บังคับกองร้อยสารวัตรที่ 6 รับผิดชอบเป็นครูฝึกการยิงปืนฉับพลัน และอารักบุคคลสำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้า กล่าวถึงขั้นตอนการฝึก สห.หญิง ว่า สห.หญิง จะต้องใช้เวลาฝึกวันละ 8 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งเป็นขั้นตอนการฝึกที่เหมือนกับการฝึก สห.ชาย ทุกประการ
"ขั้นแรกจะฝึกด้วยการวิ่งทน โดยให้แบกปืนหนักประมาณ 2-3 กม. และให้เวลาพัก 15 นาที จากนั้นจะเริ่มฝึกท่าพื้นฐานการใช้อาวุธปืน และหลักการใช้อาวุธปืนเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วในเวลาที่ต้องปฏิบัติงานจริง ส่วนวิธีการฝึกจะไม่แตกต่างอะไรจากผู้ชาย และบางครั้งต้องยอมรับว่า สห.หญิง บางคนมีขีดความสามารถมากกว่า สห.ชาย ด้วยซ้ำ" ร.อ.ณัฐพจน์ กล่าว
ขณะที่ ร.ต.สุวัฒน์ มากเงิน ผบ.หมวดร้อยทหารสารวัตรที่ 11 กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีคำสั่งให้หน่วยทบทวนการฝึกให้แก่กำลังพลในสังกัด โดยเฉพาะการฝึกใช้โล่ กระบอง การปราบจลาจล และอารักขาบุคคลสำคัญ โดยจะใช้ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ หมุนเวียนกันฝึก
การฝึกจะเน้นสร้างเสริมสมรรถนะร่างกาย รวมทั้งการฝึกทางวิชาการเพื่อเพิ่มระดับความรู้ จากนั้นจะมีการฝึกการต่อสู้ป้องกันตัว การยิงปืนพกฉับพลัน การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ เป็นต้น
"สห.หญิง ทุกคนที่จะออกไปปฏิบัติภารกิจต้องผ่านการประเมินว่า มีขีดความสามารถตามเกณฑ์หรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ก็สามารถออกไปปฏิบัติภารกิจได้ทันที" ร.ต.สุวัฒน์ กล่าวรับประกัน
นอกจากภารกิจหลักที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ในการแข่งขันกีฬาระดับอาเซียน สห.หญิงจำนวนหนึ่งก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้เช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่น เช่น ยูโด ว่ายน้ำ ฯลฯ เราจึงสามารถขนานนามพวกเธอว่าเป็น "ดอกไม้เหล็ก" ซึ่งมีทั้งความสวยงาม และเข้มแข็งได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เปิดใจ "ดอกไม้เหล็ก" ภูมิใจไม่ได้ด้อยกว่าผู้ชาย
จ.ส.อ.หญิง พัทธยา ชัยก๋า รอง ผบ.มว.สห.หญิง กองพัน สห.11 อดีตผู้ช่วยพยาบาล รพ.พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจมากที่สุดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถวายความปลอดภัยให้แด่พระราชวงศ์หญิง เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสแบบนี้ โดยในการปฏิบัติงาน สห.หญิง จะต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงต้องมีไหวพริบปฏิภาณ กล้าที่จะตัดสินใจอย่างฉับพลัน
จ.ส.อ.หญิง พัทธยา บอกว่า กว่าจะมาเป็น สห.หญิงได้จะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักกว่า 3 เดือน และถือว่าเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่า สห.ชาย ตอนเข้ามาเป็น สห.หญิงใหม่ๆ มีหลายคนบอกว่า เป็น สห.หญิง จะทำได้ดีกว่า สห.ชายหรือ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็ให้การยอมรับเป็นอย่างดี
"งานบางอย่างผู้ชายก็ทำได้ไม่ดีเท่าผู้หญิง เพราะผู้ชายอาจจะมีความกระด้าง ต่างจากผู้หญิงที่ดูนุ่มนวลกว่า ฉะนั้นในสถานการณ์บางอย่างจึงต้องใช้ผู้หญิงแทน" เธอชี้ถึงข้อดีของ สห.หญิง
ด้วยเหตุที่ต้องรับผิดชอบงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอยัง "โสดสนิท" เพราะไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัว จึงไม่ค่อยได้คิดเรื่องนี้ และการเป็นทหารจะต้องรู้จักเสียสละ ต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กองพันก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้มีครอบครัว แต่เธอยินดีที่จะรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนนี้ให้ดีที่สุด
สำหรับฉายา "ดอกไม้เหล็ก" เธอบอกว่า รู้สึกชื่นชอบและขอบคุณที่มีคนขนานนามให้เช่นนี้ เพราะในความเป็นดอกไม้ก็แฝงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อให้งานที่รับผิดชอบออกมาดีที่สุด
สห.หญิง รายนี้ เล่าประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุดของเธอว่า "เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะถวายอารักขาก็มีเหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ก็มีประชาชนคนหนึ่งเข้ามาถวายความจงรักภักดีเกินกว่าเหตุ ด้วยการกระโดดเข้าหา โชคดีที่ดิฉันและเพื่อน สห.หญิง สามารถล็อกตัวไว้ได้ทัน"
ด้าน ส.ท.หญิง จารุณี นิลสวัสดิ์ พลสารวัตรทหาร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้มาเป็นทหาร เพราะครอบครัวก็อยากจะให้เป็นทหาร และเมื่อเข้ามาเป็นแล้วจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ขณะที่ ส.ท.หญิง วิไลลักษณ์ ใจแก้ว พลสารวัตรทหารอีกราย ยอมรับว่า ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เพราะมีคนเก่งที่สมัครเข้ามาเป็น สห.หญิง จำนวนมาก แต่เมื่อเข้ามาเป็น สห.หญิง แล้วก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยการเตรียมตัวให้พร้อม และจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
จุดกำเนิด "ดอกไม้เหล็ก"
พล.ท.สมทัต อัตตะนันทน์ อดีต ผบ.ทบ. (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1) เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะพัฒนากองทัพให้ทันสมัยเหมือนนานาอารยประเทศ จึงมีดำริที่จะยกระดับบทบาทของทหารหญิงให้ขึ้นมาเท่าเทียมกับทหารชาย จึงริเริ่มให้มีการบรรจุ "ทหารสารวัตรหญิง" ขึ้น ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล มีการบรรจุกำลังพลทหารสารวัตรหญิงมาแล้วทั้งสิ้น
ดังนั้น หมวดทหารสารวัตรหญิงของกองพันทหารสารวัตรที่ 11 จึงถือกำเนิดขึ้นตามการเซ็นอนุมัติของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ.ในขณะนั้น เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2545 ท้ายหนังสือ กพ.ทบ.ด่วนมาก ที่ กห.0401/1411 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2545 โดยบรรจุกำลังพลทหารสารวัตรหญิง จำนวน 25 อัตรา ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตรหญิง (อัตราร้อยโท) จำนวน 1 อัตรา และนายทหารประทวนหญิง 24 อัตรา
สำหรับกำลังพลในหน่วยดังกล่าวได้โอนย้ายมาจากอาสาสมัครทหารพรานหญิง และลูกจ้างหญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีความประสงค์จะปรับย้ายเปลี่ยนเหล่ามารับราชการในหมวดทหารสารวัตรหญิง ในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งมีผู้สนใจสมัครเข้ารับคัดเลือกในระดับนายทหารสัญญาบัตรหญิง จำนวน 1 คน และระดับนายทหารประทวนหญิง 71 คน ในจำนวนนี้ถูกคัดเลือกให้เหลือเพียง 25 คน
ส่วนคุณสมบัติที่เหมาะสม และจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องเป็นผู้ที่บุคลิกภาพดี มีความรู้ ปฏิภาณไหวพริบ และมีความเสียสละ ซึ่งในบางภารกิจจะต้องปฏิบัติหน้าที่นอกเวลาราชการ
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์ panya@saithaharn.com