มหันตภัยแผ่นดินไหวในปากีสถาน และส่วนหนึ่งของอินเดีย ได้สร้าง ความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
ยอดผู้เสียชีวิตยัง ประเมินแน่ชัดไม่ได้ แต่คาดว่าอยู่ในระหว่าง 3-4 หมื่นคน
บาดเจ็บก็ระดับหมื่นคนเช่นกัน
ส่วนผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ต้องเผชิญกับ อากาศหนาวเย็นและฝนตกนั้น ประมาณกันว่า
มีมากถึง 2.5 ล้านคน นับว่า ร้ายแรงยิ่งกว่าภัยจากสึนามิเดือนธันวาคม ปีก่อน
แม้จะมียอดคนตายกว่า 2 แสน แต่คนไร้ที่อยู่ก็ยังไม่มากมายเหมือนแผ่นดินไหว
คนไทยพลอยตื่นตระหนกไปด้วย เมื่อมีอาจารย์นักนั่งทางในเพ่งสมาธิออกมาพยากรณ์ว่า
ช่วงกลางเดือนจนถึงปลายเดือนนี้ กรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ในประเทศไทย จะต้องเผชิญกับสารพัดมหันตภัยจากธรรมชาติ
คนจะล้มตาย ความเสียหายสุดจะคณานับ
มีทั้งแผ่นดินไหว ฝนตก น้ำท่วม พายุทอร์นาโด จะประเดประดังพังบ้านเมือง
น้ำจะท่วมจนถึงชั้น 1 ข่าวสารที่ว่านี้ ถูกส่งผ่านอีเมลแพร่กระจายไปทั่ว
สร้างความหวาดกลัวให้คนได้ไม่น้อย
ปากีสถานก็ไม่ไกลจากไทย แถมยังมีแผ่นดินไหวเป็น ระยะในเกาะสุมาตราและ ส่วนอื่นของอินโดนีเซีย
ยิ่งมีการพูดว่า มีรอยแยกของเปลือกโลกใน กาญจนบุรีและภาคเหนือ ก็ทำให้ขวัญกระเจิงยิ่งขึ้น
ชาวก๊วนจะอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ก็ต้องว่ากันไปตามสภาพนั่นแหละ!
*******
กฤษณะ:
ผมได้อ่านแล้วคำพยากรณ์ ทำเอานอนไม่หลับบางช่วง เพราะผมอาศัยอยู่คอนโด อาคารสูง
เกิดอะไรขึ้นคงจะลงไม่ทัน เมื่อมานึกแล้วว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดก็เบาใจ
ไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น เกิดมาชาติเดียวก็พอแล้ว
กนก: ถ้าพยากรณ์เฉยๆ ไม่มีคนเชื่อก็ไม่น่าห่วง
ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นโรคประสาทหวาดผวาหรือไม่ ยิ่งมีการทำนายว่า เที่ยงวันพุธที่ผ่านมาจะเกิดแผ่นดินไหว
ก็ยิ่งไปกันใหญ่ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแต่แผ่นดินไหวในอินโดนีเซียจนรู้สึกได้ในภูเก็ต
โสภณ: ผมก็ได้รับอีเมลเช่นกัน แต่พออ่านดูแล้วบอกว่าทำนายจากการนั่งสมาธิ
ผมก็เลยเบาใจ แถมบอกว่าจะมีพายุทอร์นาโดเกิดในกรุงเทพฯ แบบนี้ต้องถือว่าเข้าขั้นเพี้ยน
เพราะไม่มีทอร์นาโดในแถบนี้ เมื่อบอกว่าน้ำจะท่วมถึงชั้น 1 ของอาคาร ก็ถือว่าสุดโต่ง
ต้องส่งโรงพยาบาลตรวจเช็คประสาทแล้ว
กฤษณะ: มันไม่อย่างนั้น มีนักวิชาการบอกว่าเป็นไปได้
เพราะเรามีรอยแยกศรีสวัสดิ์ในกาญจนบุรี และรอยเลื่อนสะแกงในพม่า ทำให้จังหวัดภาคเหนือ
ตอนบนอยู่ในความเสี่ยง ถ้าเกิดแผ่นดินไหว จะรุนแรงระดับ 7 ริคเตอร์ ฟังแล้วชักจะไปกันใหญ่
เพราะไม่มีใครทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า
กนก:
ก่อนหน้านั้นบอกว่า ชายทะเล จะอยู่ถึงนครสวรรค์ หรือลำปางโน่น คงหมายความว่า
กรุงเทพฯ จมใต้น้ำ ก็ทำให้น่าหัวเราะ เพราะนักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า อาจต้องใช้เวลา
กว่าร้อยปีให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย จึงจะกลายเป็นภาวะน้ำท่วมโลก
โสภณ: หลังจากนั้น 2-3 วันก็มีคนออกมาด่าคนนั่งสมาธิว่า
ขอให้เก็บความรู้ไว้กับตัวเถอะ อย่ามาป่าวประกาศให้ชาวบ้านแตกตื่น หวาดกลัว
ทุกวันนี้ก็มีปัญหาเรื่องปากท้องหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่เอาเถอะ เราต้องรอจนถึงปลายเดือน
จะได้รู้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น หรือไม่มีอะไร เป็นการคิดมากไปเอง
กฤษณะ: ทำไมคนถึงเชื่อ ทั้งๆ ที่อาจารย์ที่ว่านี้ก็ไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย
เว้นแต่คนอยู่ใน วงการเดียวกันเท่านั้น อาจเป็นเพราะว่า หลังจากสึนามิทำให้ผิวโลกไม่เป็นปกติ
ทำให้เกิดรอยร้าว กระจายไปทั่ว ดังเช่นอินโดนีเซีย ซึ่งมีแผ่นดินไหวไม่เว้นแต่ละวัน
กนก: วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก็ดันมีอาฟเตอร์ช็อกในปากีสถาน
ทำเอาคนแตกตื่น เพราะมีความรุนแรงไม่น้อย แต่ยังโชคดีไม่มีความเสียหาย คงเป็นเพราะอาคารต่างๆ
ก็พังไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้พังอีกรอบ
โสภณ:
ต้องดูว่าอาจารย์นักพยากรณ์จะมีคำอธิบายอย่างไร ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านั้นก็มีคนออกมาติงแล้วว่า
ทอร์นาโดนั้นมันเป็นเรื่องเว่อร์ ไม่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง แม้จะไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น
ก็น่าจะถือว่าแม่นยำ น่าเลื่อมใส รับรองว่ารวยเละแน่ๆ
กฤษณะ: แล้วจากนี้ไปพวกเราจะทำอย่างไร
กนก: ผมขอใช้ชีวิตตามปกติ ตื่นนอนเวลาธรรมดา
ไม่หวาดผวา
โสภณ: ผมจะรอดูว่าแผ่นดินไหวครั้งต่อไปเกิดที่ไหน
มีการเชื่อมโยงกันหรือไม่ แต่คงจะทำตัวเป็นปกติ ไม่มีการตื่นตระหนก ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าอาคารสูงยุคใหม่ในกรุงเทพฯ
ไม่น่าห่วง เผื่อไว้แล้ว ที่เสี่ยงมากก็คือ อาคารเตี้ยๆ 3-5 ชั้น ประเภทตึกแถว
พวกนี้ไม่มีการเผื่อแผ่นดินไหว เพราะไม่เคยเกิดขึ้น