สื่อน้ำดี “อย่าให้ใครว่าไทย” มุ่งสร้างกระแสสังคมใหม่ ลดละเลิกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ประชาสัมพันธ์   27 พ.ย. 2560

...

“การดำเนินงานของเครือข่ายอนาคตไทยในการเผยแพร่สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ได้รับรางวัลการันตีผลงาน จากหลายภาคส่วนของสังคม พร้อมเสียงสะท้อนรับรองความเป็นสื่อน้ำดีจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ได้นำสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ไปใช้ในการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายขององค์กร และหน่วยงานสื่อมวลชนที่มองเห็นถึงศักยภาพของสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย”ในการสร้างกระแสใหม่ให้กับสังคมไทย

เครือข่ายอนาคตไทยเป็นการรวมตัวกันของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการรณรงค์ระดับประเทศ Thailand Campaign ภายใต้ชื่อ "อย่าให้ใครว่าไทย"  ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายที่จะกระตุ้นให้คนไทยปรับเปลี่ยนทัศนคติลดเลิกพฤติกรรมเชิงลบ โดย 6 องค์กรหลักผู้ริเริ่ม ได้แก่ มูลนิธิมั่นพัฒนา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและสภาหอการค้าไทย ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายทั้งสิ้นจำนวน 118องค์กร

จากการมุ่งสร้างกระแสสังคมอย่างต่อเนื่องมา 3 ปี ของเครือข่ายอนาคตไทยในการสร้างค่านิยมใหม่ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ คนในสังคมให้ลดละเลิก 4 นิสัยไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ฟุ้งเฟ้อขี้โกงมักง่ายไร้สติ โดยการจัดทำและเผยแพร่สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ซึ่งมีทั้งสื่อโฆษณา ชุด ไทย4 เผ่า ได้แก่ไทยฮุบซึ่งเป็นการรณรงค์เพื่อต่อต้านพฤติกรรมการโกงการคอรัปชั่นไทยหัวสูงเป็นการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงพฤติกรรมฟุ้งเฟ้อวัตถุนิยมอันนำมาสู่ปัญหาหนี้เกินตัวไทยเทเป็นการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวมและการดูแลสิ่งแวดล้อมลดพฤติกรรมมักง่ายที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและไทยผีเข้าเป็นการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงการมีวินัยในการใช้รถใช้ถนนการอยู่ร่วมกันในสังคมรู้จักเห็นใจและเคารพสิทธิผู้อื่นซึ่งผลิตและเผยแพร่มาตั้งแต่ปี 2558ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการเผยแพร่ และช่องทางสื่อเพื่อเผยแพร่จากหน่วยงานภาคีเครือข่ายอนาคตไทยทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงได้ดำเนินการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพิ่ม โดยได้เปิดตัวสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” เมื่อต้นปี 2560ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นสู่การปฏิบัติได้จริง เช่น โปสเตอร์รณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทย”ปฏิทินและแอปพลิเคชัน คิดดี...มีตังค์ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการสร้างวินัยทางการเงิน พร้อมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “อย่าให้ใครว่าไทยไม่ออม”2 ชุดและเมื่อเดือนสิงหาคม-กันยายนที่ผ่านมาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้กรอบการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการประชาสัมพันธ์ได้สนับสนุนการเผยแพร่สื่ออย่าให้ใครว่าไทย ภาพยนตร์โฆษณา ชุด ไทย 4 เผ่า และสปอตวิทยุเนื้อหาเดียวกันกับภาพยนตร์ ทั้ง 4 เรื่อง ผ่านทุกๆ ช่องทางเพิ่มเติมได้แก่สื่อโทรทัศน์สื่อวิทยุ สื่อโรงภาพยนตร์ สื่อในรถไฟฟ้า สื่อในอาคารสำนักงานย่านธุรกิจทั่วกรุงเทพฯ และจอแอลอีดี บิลบอร์ดและสื่อออนไลน์พร้อมผลิต เพลงและมิวสิกวีดีโอ เพลง “ไทยสไตล์” ที่แต่งและขับร้องโดยนักร้องขวัญใจคนรุ่นใหม่ คุณสิงโต นำโชค เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ในวงกว้าง

ในปี 2560 สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ได้รับการตอบรับอย่างดีจากหลายภาคส่วนในสังคม ทั้งด้วยผลการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางสื่อต่างๆ และด้วยรางวัลการันตี เริ่มตั้งแต่สื่อภาพยนตร์โฆษณา "อย่าให้ใครว่าไทยขี้โกง" หรือ“ไทยฮุบ”ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้เป็น "สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตซึ่งผู้แทนจากมูลนิธิมั่นพัฒนาในนามเครือข่ายอนาคตไทยได้รับมอบโล่เชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรจากพล.อ.ธนะศักดิ์ปฏิมาประกรรองนายกรัฐมนตรีในงาน“รวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย”ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนยกย่องบุคคลกลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานที่มีส่วนสนับสนุนหรือส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์ของสังคมไทยตามมาด้วยรางวัลด้านโฆษณาAdman Awards & Symposium 2017 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 14 ด้วยธีม“No Format Creativity”(การสื่อสารที่ไร้รูปแบบ)โดยสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ของเครือข่ายอนาคตไทยสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์โฆษณาชุด “อย่าให้ใครว่าไทยไม่ออม” ได้รับรางวัลในสาขาภาพยนตร์ Public Service Messageและ ปฏิทิน “คิดดี...มีตังค์” ได้รับรางวัลในสาขาการออกแบบPublication Design & Collateral Designและล่าสุดในพิธีมอบรางวัลช่อสะอาดและรางวัลสื่อป้องกันการทุจริตประจำปี 2560(งานNACC AWARDS 2017) เครือข่ายอนาคตไทยก็สามารถคว้ารางวัลจากผลงานโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ “อย่าให้ใครว่าไทยขี้โกง” ได้รับรางวัล ผลงานรางวัลช่อสะอาด สาขาโฆษณา ประจำปี 2560 และ มูลนิธิมั่นพัฒนาในนามเครือข่ายอนาคตไทยได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอันดับหนึ่งด้านตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2560 ซึ่งสำหรับรางวัลช่อสะอาดนั้นเป็นการได้รับรางวัลต่อเนื่องมา 2 ปีติดต่อกัน โดยผลงานที่ได้รับรางวัลในปี 2559 เป็นภาพยนตร์โฆษณา "อย่าให้ใครว่าไทยขี้โกง" หรือ“ไทยฮุบ” เรียกได้ว่าเป็นสื่อน้ำดีที่มีรางวัลการันตีมาโดยตลอด

นอกจากนั้น เสียงสะท้อนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายอนาคตไทยที่ได้นำสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ไปใช้ในการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายมาโดยตลอด อย่างมูลนิธิครอบครัวพอเพียง โดย นางวาสนาสุทธิเดชานัยรองประธานกรรมการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง ได้เล่าว่า เนื่องด้วยภารกิจของมูลนิธิฯ เป็นการส่งเสริมให้เด็กและครอบครัวเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายเยาวชนที่เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และกลุ่มเป้าหมายผู้ใหญ่ในหน่วยงานองค์กรต่างๆ การใช้ภาพยนตร์โฆษณา “อย่าให้ใครว่าไทย” ซึ่งเป็นการสะท้อนเรื่องราวปัญหาพฤติกรรมใกล้ตัวที่เกิดขึ้นจริงแล้วบอกถึงทางออกที่ถูกต้อง รวมไปถึงสื่อตัวช่วยที่จับต้องได้ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง อย่าง ปฎิทินและแอปพลิเคชัน คิดดี...มีตังค์ ในการจัดกิจกรรมอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายจึงถือเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของมูลนิธิฯ

“สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ถือเป็นสื่อน้ำดีที่ใช้ได้จริงในการทำให้คนมองเห็นตัวเองและเห็นคุณค่าเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม คำว่า “อย่าให้ใครว่าไทย” ถือเป็นคำที่ “กินใจ” เพราะเมื่อฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นชาติ ทำให้เราหันกลับมามองว่าเราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องชาติของเราซึ่งถ้าเราเปลี่ยนได้ก็จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในการทำสิ่งที่ดี สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” มีที่มาจากการวิเคราะห์ตีความหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแล้วแปลงออกมาให้เป็นรูปธรรมให้สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ซึ่งปัจจุบันหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร คนในสังคมมีความต้องการที่จะทำความดี จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่หน่วยงานหรือองค์กรในภาคส่วนต่างๆจะได้ร่วมกันนำสื่อน้ำดี อย่าง สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ไปใช้เผยแพร่รณรงค์ในองค์กร หรือผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ที่มีอยู่ออกสู่สาธารณะเพื่อร่วมกันสร้างกระแสเปลี่ยนแปลงสังคม โดยการเข้าถึงสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” สามารถทำได้โดยง่ายด้วยการดาวน์โหลดผ่านทางยูทูปและสามารถติดต่อขอปฏิทิน คิดดี...มีตังค์ ได้โดยตรงกับมูลนิธิมั่นพัฒนา” นางวาสนา กล่าว

สมาชิกเครือข่ายอนาคตไทยที่เป็นหน่วยงานภาคสื่อมวลชนก็ได้ร่วมกันผนึกกำลังเผยแพร่สื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” มาโดยตลอด อาทิ บริษัททรูคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ร่วมเผยแพร่ผ่านช่องดิจิทัลทีวีTNN 24 , True 4 U และช่องต่างๆทางทรูวิชั่นส์รวม 22 ช่อง บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) ร่วมเผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล อมรินทร์ทีวีช่อง 34 และบริษัทดีเอ็นบรอดคาสท์จำกัดเผยแพร่ผ่านทางสถานีโทรทัศน์นิวทีวี 18มาอย่างต่อเนื่อง โดยนางศตกมลวรกุลผู้อำนวยการฝ่ายรายการสถานีโทรทัศน์นิวทีวี 18 เล่าว่าสาเหตุที่บริษัทฯ พิจารณาสนับสนุนการเผยแพร่ เพราะด้วยวัตถุประสงค์ของสถานี เป็นไปเพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้นอยู่แล้ว เนื่องด้วยสื่อมีอิทธิพลและเป็นแบบอย่าง การใช้สื่อสะท้อนเรื่องใกล้ตัวเพื่อกระตุ้นให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ และสื่ออย่าให้ใครว่าไทยถือว่าตอบโจทย์ คือเป็นสื่อน้ำดีที่จรรโลงและสร้างสรรค์สังคม นอกจากนั้นเมื่อดูภาพยนตร์โฆษณาทั้ง 4 เรื่อง (ชุดไทยสี่เผ่า) จะเห็นได้ว่าผู้ชมสามารถเข้าใจและเข้าถึงประเด็นการนำเสนอได้โดยง่ายเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว

“สถานีโทรทัศน์แต่ละสถานี สามารถที่จะนำสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ไปร่วมกันเผยแพร่ได้โดยง่ายเพราะเป็นสื่อเพื่อสาธารณะซึ่งเครือข่ายอนาคตไทยได้ผลิตไว้ให้แล้ว และหากแต่ละสถานีคิดต่อยอดที่จะสร้างสื่อเพื่อสังคมในรูปแบบของตัวเองได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยอาจเริ่มต้นด้วยการเข้ามาร่วมเครือข่ายอนาคตไทยและร่วมแคมเปญ “อย่าให้ใครว่าไทย” นี้ก่อนได้”นางศตกมล กล่าว

รางวัลเชิดชูเกียรติและเสียงสะท้อนกลับในการเป็นสื่อน้ำดีของสื่อ “อย่าให้ใครว่าไทย” ถือเป็นอีกแรงผลักดันให้เครือข่ายอนาคตไทยมุ่งหน้าขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายอย่างไม่หยุดยั้ง โดยหวังที่จะเห็นหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแพร่สื่อเพื่อสร้างกระแสการรับรู้ในสังคมวงกว้างและก่อให้เกิดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สร้างค่านิยมใหม่ ให้สังคมไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร และสื่อรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทย” ของเครือข่ายอนาคตไทยได้ที่Facebook "เครือข่ายอนาคตไทย" (https://www.facebook.com/เครือข่ายอนาคตไทย)


เปิดอ่าน 270