ภาครัฐ-เอกชน หนุน สศอ.พัฒนา “บิ๊กดาต้า” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย

ประชาสัมพันธ์   11 ส.ค. 2560

....

จากผลสำเร็จในการจัดงานประชุมวิชาการ สศอ. (OIE Forum) ประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ประกอบการ นักลงทุนทั้งภาคการผลิตและบริการ ภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมการค้าระหว่างประเทศ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สถาบันการเงิน ตลอดจนสถาบันการศึกษาและภาคประชาชน เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 2,000 คน ทำให้เกิดการบูรณาการแนวคิดและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่อง ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า (Big Data) ที่หลายฝ่ายในที่ประชุมเห็นตรงกันว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับอุตสาหกรรมของไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการสร้างเครือข่ายที่ทำให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบ

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า สศอ. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้มและแจ้งเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ ได้ให้ความสำคัญต่อการเร่งพัฒนาระบบ “Big Data for Foresight” ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาลเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ภาพอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Industrial Foresight) และเสริมศักยภาพการทำงานให้สามารถรองรับและติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค,  การเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ เครื่องจักร ของใช้ในครัวเรือน สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการบริการ  เป็นต้น 

ทั้งนี้ สศอ. ได้มีการจัดทำแผน และดำเนินการพัฒนาระบบ Big Data for Foresight แล้วทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย

1. การสร้างทีมบุคลากร(Data Science Team) ด้วยการเร่งผลิตนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ด้วยการจัดหาผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาเป็นหัวหน้าทีม พร้อมพัฒนาบุคลากรภายใน สศอ. ด้วยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและฝึกปฏิบัติจริงในการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกและในระยะยาว อยู่ระหว่างการเสนอขอทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  เพื่อศึกษาต่อทางด้านนี้โดยตรง สำหรับนักวิเคราะห์ (Business Analyst)ซึ่งเป็นกลุ่มแรกในการตั้งโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ สศอ.มีอยู่แล้ว ก็จะให้ความสำคัญในการเร่งพัฒนาการ Foresight อุตสาหกรรมและการใช้งานระบบบิ๊กดาต้าให้มากยิ่งขึ้น

2. การบริหารจัดการข้อมูล ในกรณีที่มีข้อมูลอยู่แล้วในแต่ละหน่วยงาน สศอ. จะหารือและจะทำ MOU ร่วมกัน ในการนำข้อมูลมาใช้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีการทำ MOU ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว เพื่อนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้ามาร่วมวิเคราะห์ถึงภาวะทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้า สำหรับใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับกับความต้องการ และจะขยายเครือข่ายความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น เพื่อพัฒนาระบบบิ๊กดาต้าต่อไป

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มเติมการจัดทำข้อมูลใหม่ๆ ในการใช้ระบบบิ๊กดาต้า เช่น  การจัดทำระบบข้อมูล GIS เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการพัฒนาอุตสาหกรรมในเชิงพื้นที่ เช่น ที่ตั้งโรงงาน วัตถุดิบ/เครือข่ายการผลิต ระบบสาธารณูปโภค ระบบคมนาคมขนส่ง และสถาบันการศึกษา รวมถึงการจัดทำระบบเชื่อมโยงเครือข่ายภาคการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ, การจัดทำดัชนีวัดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เพื่อชี้วัดจุดแข็ง/จุดอ่อนของอุตสาหกรรม 
3. สถาปัตยกรรมระบบซอฟต์แวร์ อยู่ในระหว่างการพิจารณาระบบ Software สำหรับใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล จำนวนมหาศาลและการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างแบบจำลอง Data Model ให้เหมาะสมกับประเภทข้อมูล และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์โลก พร้อมนำองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และการเรียนรู้จากเครื่อง(Machine Learning) มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ และการพยากรณ์สถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศให้ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

“สศอ. กำลังเร่งดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด ในการพัฒนาระบบ Big Data for Foresight เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมทำให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขัน และมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งนี้ การทำงานจำเป็นต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ ซึ่งมีสำคัญในการกำหนดทิศทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไปพร้อมกับการใช้เครื่องมือหรือโมเดลต่าง ๆ ในการพยากรณ์และสร้างภาพอุตสาหกรรมอนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยต่อไป” นายศิริรุจ กล่าวในตอนท้าย
 


เปิดอ่าน 351
Advertorial ที่เกี่ยวข้อง