หลักสูตร Creating Future Great Leaders นักบริหารรุ่นใหม่ “ดีและเก่งบนวิถีแห่งความพอเพียง”

ประชาสัมพันธ์   7 ส.ค. 2560

....

ชื่อของสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทยหรือ Thailand Management Association มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมกระบวนการในการจัดการที่เป็นเลิศให้กับองค์กรธุรกิจที่จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย  อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานหนึ่งที่สนับสนุนการบ่มเพาะ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะตระหนักดีว่า เยาวชนเหล่านี้จะเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะผลักดันภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวหน้าในอนาคต

มูลนิธิยุทธสารณนครเพื่อสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย จึงเป็นหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุน ดูแลกิจกรรมในด้านการบ่มเพาะนักธุรกิจ และผู้บริหารรุ่นเยาว์ เพื่อสร้างแนวทาง และขยายผลความรู้ความคิด ศีลธรรม และธรรมาภิบาลอันดีในการดำเนินธุรกิจ กว่า 13 ปี กับการจัดโครงการเพื่อมุ่ง”สร้างนักบริหารดีและเก่ง” ในกลุ่มนิสิตนักศึกษา ทำให้โครงการนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวมถึงการได้รับเกียรติจากวิทยากรที่เต็มไปด้วยศักยภาพและประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจ

“คนเก่งในบ้านเรามีเยอะครับ แต่สิ่งที่มูลนิธิยุทธสาร ณ นคร รับเป็นเป้าหมายในการจัดอบรมหลักสูตร ไม่ใช่การสร้างคนเก่ง แต่เป็นการสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องมีความดีเป็นพื้นฐาน ในปี 2560 นี้ การจัดโครงการสร้างนักบริหารดีและเก่ง ของเราจึงจัดเป็นหลักสูตรทั้งหมด 11 วัน ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้บริหารแถวหน้าจากองค์กรชั้นนำของประเทศที่เป็นเครือข่ายของสมาคม มาให้ความรู้กับนิสิต นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ เป็นหลักสูตรที่ครบวงจร ตั้งแต่จริยธรรมการทำธุรกิจ เรื่อยไปจนถึงการจัดการ การตลาดการเงิน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ปีนี้ เรามีนักศึกษาทั้งหมด 35 คนจาก 15 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมกับเรา” นายกฤษณะบุญยะชัย ผู้บริหารสนับสนุนโครงการ  TMA Chief Relationship Officer (CRO) กล่าว

นายกฤษณะกล่าวเสริมอีกว่า ปัจจัยพื้นฐานของการทำธุรกิจที่เกิดจากความคิดดีนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความพอเพียง โดยในเรื่องของความพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีเนื้อหาของความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ การป้องกันความเสี่ยง และความไม่ประมาท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ดังนั้นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นหัวข้อสำคัญของการอบรมในหลักสูตร Creating Future Great Leaders ในปีนี้

พอเพียง และพอดีคำตอบแห่งธุรกิจยั่งยืน

รศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนาได้รับเกียรติจากสมาคมฯ ให้เป็นหนึ่งในวิทยากรซึ่งบรรยายในหัวข้อSustainable Enterprise: The Thai Approach องค์กรแห่งความยั่งยืนกับประเทศไทย ในฐานะนักวิชาการที่มากด้วยประสบการณ์การทำงานวิจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” กล่าวว่า ความท้าทายที่โลกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้บริหารกำลังเผชิญ คือการสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตขององค์กร สร้างเม็ดเงินที่มาจากรายได้ให้มากที่สุด เพื่อความพึงพอใจของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงสังคมและประชากรในอนาคต

“การทำกำไรสูงสุดในระยะสั้นตลอดเวลา ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายขององค์กร แต่แท้จริงแล้วเราต้องกลับมาทบทวนว่ามันใช่ทางออก หรือใช่วิถีการดำเนินธุรกิจที่แท้จริงหรือเปล่า”

รศ.ดร.สุขสรรค์ กล่าวว่า ธุรกิจมากมายที่มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดระยะสั้นตลอดเวลา เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการเร่งเครื่องบริหาร กดดันทุกองคาพยพในองค์กรให้ทำงานอย่างหนัก ผลิตสินค้า และบริการจนเกินความจำเป็นในการซื้อสินค้าให้กับตลาดผู้บริโภค ส่งผลให้สังคมเกิดการบิดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจะส่งผลลูกโซ่ต่อไปยังกิจกรรมมากมายในวิถีชีวิตของมนุษย์

“ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ของการผลิตเกินจำเป็น อย่างเช่นสินค้าไฮเทค หรือสินค้าแฟชั่น ที่ใช้ไปสักพักก็จะ มีรุ่นใหม่ออกมา ถ้าเราไม่ใช้ตาม ก็จะตกรุ่นและรู้สึกเชย ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงต้องขวนขวายหาซื้อมา เรื่องแบบนี้สำหรับคนทำงานแล้วคงไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับเด็กและเยาวชน หรือนักเรียน นักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ ก็ต้องเดือดร้อนผู้ปกครอง พ่อแม่รักลูกก็ต้องไปหาซื้อ ทำงานหนักให้ได้เงินมาสินค้าบางชนิด ก็บิดกลไกการขายด้วยการไม่บอกความจริงกับผู้บริโภคทั้งหมด เช่น ขนมที่มีรสชาติอร่อยหวานๆ มันๆ เค็มๆ แต่ไม่ดีต่อสุขภาพ อยากจะขายได้ในปริมาณที่มาก ก็จะขึ้นคำเตือนตัวเล็กๆ หรือไม่ก็ไม่ขึ้นคำเตือนเลย ผมตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้ว่า วันนี้ถ้าเราอยู่ในธุรกิจอาหาร เราจะทำอย่างไร ให้สามารถเพิ่มยอดขายในขณะที่สังคมกำลังมุ่งเข้าสู่สังคมแห่งผู้สูงวัย และในขณะเดียวกันเราจะรักษาศีลธรรม จรรยาบรรณได้อย่างไร”

นอกจากนั้น รศ.ดร.สุขสรรค์ ยังหยิบยกประเด็นที่น่าเป็นห่วง สำหรับบริษัทผู้ผลิตบางรายที่มุ่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ในการผลิตให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น เพื่อตอบสนองการบริโภคที่เกินพอดี จนก่อให้เกิดการรุกล้ำธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9พระราชทานแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542ซึ่งเป็นปีที่คนไทยเพิ่งจะผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมา พระองค์พระราชทานแนวคิดที่ว่า เราต้องอยู่ให้ได้อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะแค่ในภาคการเกษตร ชุมชน หรือชนบทเท่านั้นแต่เราได้เห็นการนำมาปรับใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ในภาคธุรกิจ บนแนวคิดที่ว่า สังคมอยู่ได้ ธุรกิจของเราก็อยู่ได้” รศ.ดร.สุขสรรค์ กล่าว

จากการวิจัยในสถานศึกษาต้นแบบด้านการพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวทางพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รศ.ดร.สุขสรรค์ ยืนยันว่า การสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนดี ด้วยการตอบตนเองให้ได้ว่า ตนเองเป็นใคร มีดีอย่างไร จากนั้นจึงค่อยๆ บ่มเพาะความรู้ เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นคนดีและคนเก่งต่อไป ก่อนที่จะเชื่อมโยงไปสู่การสอนเรื่องความพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน

“องค์กรยุคใหม่ที่ดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขเหล่านี้ เรากำลังทำอะไร ทำแบบพอสมเหตุสมผล อยู่บนพื้นฐานของความดีเป็นที่ตั้ง กำไรที่ได้ หันกลับไปตอบแทนสังคมรอบข้าง เพื่อให้สังคมอยู่ได้ จรรโลงวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข สุดท้ายการดำเนินธุรกิจจะเป็นไปอย่างยั่งยืน สามารถตอบรับกับปัจจัยที่จะมากระทบธุรกิจจากภายนอกได้”รศ.ดร.สุขสรรค์ กล่าว

 

 

เสียงสะท้อนจากนักบริหารแห่งอนาคต

นายธีรภัทร เนตรบำรุงรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมาชิกทีม Survival ทีมชนะเลิศรางวัลนักบริหารดีและเก่ง บอกเล่าถึงความประทับใจจากการได้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร Creating Future Great Leadersว่าจากที่เคยวาดภาพโลกธุรกิจที่ดูโหดร้าย กลับกลายเป็นมิติใหม่ที่ทำให้เขาเข้าใจ และเปิดหัวใจในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ต้องเอื้อประโยชน์กลับคือสู่สังคมตามศาสตร์ของพระราชา

“อ่านข่าวทุกวันนี้มีแต่เรื่องธุรกิจเอาชนะและแข่งขันกัน คนชนะเท่านั้นเหรอครับที่จะอยู่ได้ พอผมทราบประกาศหลักสูตรอบรมของ TMA สร้างนักธุรกิจที่เก่ง และดี แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว ยิ่งพอได้เข้ามาเรียนรู้ตลอดหลักสูตรสิบกว่าวัน โลกของเราเปลี่ยนไปมากเลยการทำธุรกิจเพื่อสังคม บนพื้นฐานของความพอเพียง ตอบคำถามที่มีอยู่ในใจ ที่ว่าธุรกิจโหดร้ายจริงหรือเปล่า มันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ เราไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายที่กำไรสูงสุด ไม่ใช่มุ่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค แต่มุ่งที่จะหาทางแก้ปัญหาให้กับกลุ่มลูกค้าของเราได้อย่างไร เมื่อเราทำได้แล้ว ก็หันหลังกลับไปดูแลทั้ง supply chainของเรา สังคมรอบตัวเรา ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ยังไงบ้าง”

นางสาวรัตติชา รัตนวโรชา นักศึกษาชั้นปีที่3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกทีมไม้หมอน ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนักบริหารดีและเก่งเล่าถึงประสบการณ์ที่เธอบอกว่ามีคุณค่าและจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวคิดในการทำธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน รวมถึงการเป็นนักธุรกิจที่ดี และเก่ง

“จากการได้เรียนใน session นี้ทำให้เราตระหนักถึงคำว่าพอเพียงมากขึ้น ว่าเราจะเอาความพอเพียงเข้ามาใช้ในธุรกิจ ให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร เริ่มตั้งแต่ความคิด ทัศนคติของเราในการดำเนินธุรกิจ ว่าเป้าหมายเราคืออะไรให้ชัดเจน  ไม่หยุดนิ่ง รับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เราสามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้อย่างราบรื่นและเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่เพียงเท่านั้น เรายังต้องคอยต่อยอดความรู้ด้วยการวิจัยและพัฒนา ใช้ประโยชนจากทุกส่วนที่องค์กรสร้างขึ้นมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดต้นทุน และสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและผู้บริโภค และที่สำคัญคือการเชื่อมั่นในคนดีและเก่งขององค์กร นำไปสู่องค์กรแห่งจริยธรรมที่แท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายของการทำธุรกิจอย่างพอเพียง เพื่อทำให้ธุรกิจพึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งองค์ความรู้นี้เป็นหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ดิฉันจะนำไปปรับใช้ต่อไปในอนาคตแน่นอนค่ะ”

ทางด้าน นายธุรกิจ มหาธีรานนท์ นักศึกษาชั้นปีที่4คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมาชิกทีมชายเดี่ยว ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 รางวัลนักบริหารดีและเก่งเล่าถึงความประทับใจว่า ปกติเขาเองชอบไปอบรมตามหลักสูตรต่างๆ อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่การอบรมในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับสิ่งดีๆ อีกมากมาย

“ตอนแรกนึกว่าเหมือนเราเข้าไปเรียนหนังสือครับ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่เลย การได้ไปเจอเพื่อนต่างสถาบัน ได้ไปเรียนด้วยกัน แลกเปลี่ยนมุมมองกัน รวมทั้งได้พบกับวิทยากรแต่ละท่าน ที่มาให้ความรู้ในเชิงลึก เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน ซึ่งผมไม่เคยสนใจเรื่องนี้มาก่อน จนได้มาจุดประกายในการบรรยายของ รศ.ดร.สุขสรรค์ มันเป็นความจริงที่ว่าเราต้องช่วยกัน เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่า สังคมอยู่ได้ ธุรกิจเราก็อยู่ได้ เรื่องราวเหล่านี้มันเดินทางอยู่ในชีวิตเรา แต่เราไม่เคยที่จะนึกถึงมาก่อน วันนี้นิยามของคำว่า ผู้บริหารดี และเก่ง ของผมเปลี่ยนไปเลยครับ คนที่เก่ง คือทำอะไรได้หลายอย่าง แต่เขาอาจจะไม่ช่วยเหลือใคร เก่งอยู่คนเดียว ซึ่งมันไม่ใช่แนวทางของคนรุ่นใหม่ พวกเราจะต้องเป็นคนดี เริ่มต้นจากการเป็นคนดีก่อน แล้วค่อยๆ สะสมความเก่ง เพื่อที่จะทำให้สังคมในอนาคตดีขึ้นด้วยครับ”

วันนี้นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร Creating Future Great Leadersพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชปณิธาน “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านการถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ส่งต่อไปยังเพื่อนของพวกเขา รวมถึงคนรอบข้าง ตลอดจนการนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดความยั่งยืน


เปิดอ่าน 272