จับตา ‘บี.กริม เพาเวอร์’ ผู้นำธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย เตรียมเปิดให้ลงทุนในตลาดหุ้น

ประชาสัมพันธ์   11 ก.ค. 2560

บี.กริม เพาเวอร์

‘บี.กริม เพาเวอร์’ เตรียมลง IPO ในตลาดหุ้น ให้ชาวไทยร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้า เปิดขายครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ 19 กรกฎาคมนี้

ความสำคัญและความต้องการไฟฟ้ามีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน ไม่เพียงแต่ในครัวเรือนเท่านั้น ในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงทางด้านพลังงานก็เป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค ด้วยเหตุนี้  ‘บี.กริม เพาเวอร์’  ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอุตสาหกรรมรายใหญ่ของประเทศไทย จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนมาพัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่ทำให้หุ้น “BGRIM”  ที่กำลังจะเปิดตัวกลางเดือนกรกฏาคมนี้ เป็นโอกาสที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ได้แก่

จับตา ‘บี.กริม เพาเวอร์’ ผู้นำธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย เตรียมเปิดให้ลงทุนในตลาดหุ้นจับตา ‘บี.กริม เพาเวอร์’ ผู้นำธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย เตรียมเปิดให้ลงทุนในตลาดหุ้นจับตา ‘บี.กริม เพาเวอร์’ ผู้นำธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย เตรียมเปิดให้ลงทุนในตลาดหุ้นจับตา ‘บี.กริม เพาเวอร์’ ผู้นำธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย เตรียมเปิดให้ลงทุนในตลาดหุ้น

รากฐานทางธุรกิจที่มั่นคง

บี.กริม เพาเวอร์  มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าอุตสาหกรรม โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 24 ปีมีทีมผู้บริหาร วิศวกร และบุคลากรที่เชี่ยวชาญในการดำเนินงานและการซ่อมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าได้เอง ด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใส, การรักษาสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงการเข้าถึงชุมชนตามวิสัยทัศน์  ‘สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี’ บี.กริม เพาเวอร์  จึงได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าอุตสาหกรรมว่าสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงส่งผลให้บริษัทฯมีรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว กับทั้ง กฟผ., กฟภ., EDL, ลูกค้าอุตสาหกรรมกว่า 300 ราย, และสัญญาการจัดหาก๊าซธรรมชาติกับปตท.ซึ่งจุดแข็งทางธุรกิจเหล่านี้สะท้อนถึงผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมาโดยมีอัตราการเติบโตของรายได้ถึง 18.2%

 

ทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน

ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มีทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนรวมทั้งหมด 43 โครงการ มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 28 โครงการและที่กำลังก่อสร้างและพัฒนาอีก 15 โครงการ หากโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างและพัฒนาดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ดำเนินการได้จะทำให้บริษัทฯมีกำลังผลิตรวมเป็น 2,357 เมกะวัตต์ ภายในปี 2564

นอกจากนี้ บริษัทฯมีแผนการขยายธุรกิจในสปป.ลาวในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4 ราว 350 เมกะวัตต์ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเจรจาเสนอขายไฟฟ้าแล้วและยังมีแผนที่จะเข้าลงทุนในโครงการ SPP Hybrid Firm และธุรกิจติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาโรงงานลูกค้าของบริษัทฯพร้อมดำเนินการศึกษาเทคโนโลยี Energy Storage เพื่อช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีครวมถึงโครงการโซล่าร์ฟาร์มสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ฯ 2560 ซึ่งบริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการให้กับ อผศ. และสหกรณ์ รวมประมาณ 36 เมกะวัตต์ และบริษัทฯยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับทางสหกรณ์ที่มีความประสงค์ให้ทางบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้อีกด้วยนอกจากนี้บริษัทฯยังเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า SPP Replacement ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าโรงละ 150 เมกะวัตต์เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมอีก 3 โครงการรวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศมาเลเซีย กัมพูชา และเวียดนาม รวมถึงประเทศอื่นๆในอาเซียนอีกด้วย

การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนให้ บี.กริม เพาเวอร์ สามารถดำเนินกิจการ และเติบโตพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


ติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารของบี.กริม เพาเวอร์ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.bgrimmpower.com/th

 


เปิดอ่าน 11,501
Advertorial ที่เกี่ยวข้อง