“ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค 4.0 มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันโลก”

ไลฟ์สไตล์   6 ธ.ค. 2560

ตลาดแรงงาน

....

ในวันนี้ที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว สาธารณูปโภคโครงข่ายเทคโนโลยีด้านการสื่อสารครอบคลุมทั่วประเทศ เกิดบริษัทใหม่ ๆ ด้านดิจิทัล เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพ มีตำแหน่งงานด้านดิจิทัลใหม่ ๆ อีกมากมาย แต่ปรากฎว่าภาคธุรกิจที่แม้จะมีความต้องการบุคลากรใหม่อยู่ตลอดเวลากลับประสบปัญหา ไม่สามารถรับบัณฑิตใหม่เข้าทำงานได้  หรือหากรับได้ ก็มักจะเจอปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากไม่มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในสายงานที่ทำ   ไม่อดทนต่อการทำงาน  และบางองค์กรยังต้องเสียงบประมาณเพื่อเติมความรู้ให้พนักงานใหม่ ทำให้เสียทั้งเงินและเวลากว่าจะได้พนักงานที่มีคุณลักษณะตรงกับที่ต้องการในอีกทางหนึ่งก็พบว่าบัณฑิตใหม่ที่จบออกมาปีละกว่าสามแสนคน มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จบออกมาต้องพบกับสภาวะว่างงาน เกิดอะไรขึ้นกับตลาดแรงงานไทย

“ความรู้ล้าสมัย และขาดทักษะในการทำงาน”

มหาวิทยาลัยไทยในปัจจุบันหลายแห่งยังมีคณะวิชาที่สอนในหลักสูตรเก่าบัณฑิตจบมาก็นำความรู้มาใช้ในโลกการทำงานจริงไม่ได้เพราะความรู้นั้นล้าสมัยไปแล้ว อีกทั้งมีการเรียนการสอนให้นักศึกษาจดจำในสิ่งที่อาจารย์สอนมากกว่าที่จะริเริ่มอะไรใหม่ ๆ จากนักศึกษาเอง ส่งผลให้ขาดการฝึกทักษะที่จำเป็นในการทำงานเพราะฉะนั้นรูปแบบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาแบบเดิมจึงต้องเปลี่ยน

ตอนนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  เน้นเรื่องของนวัตกรรมซึ่งต้องมีฐานความรู้และความคิดสร้างสรรค์   ตลาดงานต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดริเริ่ม มีทักษะภาษา  ทำงานเป็นทีม  การเรียนการสอนเพื่อปั้นคนให้มีทักษะเหล่านี้ต้องใช้กระบวนการ discuss method ให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลาง  วิธีเรียนจากห้องเลคเชอร์มีอาจารย์เป็นศูนย์กลางให้จดจำแต่ทฤษฎีแทบไม่มีการปฏิบัติ ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

“ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค 4.0 มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันโลก”

ธีรศักดิ์ สงวนมานะศักดิ์ผู้จัดการแผนกสรรหาและว่าจ้าง บริษัท เวสเทิร์นดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัดให้ความเห็นในมุมของผู้ที่มีหน้าที่คัดสรรบุคลากรใหม่ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ระบุว่า ทักษะด้าน soft skill สำคัญมากสำหรับบัณฑิตใหม่  เช่น การสื่อสารภาษาอังกฤษ การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอการแก้ปัญหาทำงานเป็นทีม เหล่านี้เป็นทักษะที่นักศึกษาฝึกฝนตนเองได้ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย จากกระบวนการเรียนการสอนแนวใหม่    และอาจจะเป็นทักษะที่ตลาดต้องการมากกว่า hard skill ในสายงานอาชีพนั้นๆ ด้วยซ้ำ

“ผมคิดว่าการออกแบบหลักสูตรให้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน เป็นอีกช่องทางที่พิสูจน์ความสามารถของนักศึกษาได้ โดยเฉพาะทักษะการใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างได้เปรียบกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ”  ธีรศักดิ์ กล่าว  และการปรับตัวในกระบวนการเรียนการสอนมีความสำคัญมาก  จะเห็นว่ามีสาขาวิชาใหม่ ๆ เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเอกชน  ซึ่งไม่ใช่สาขาเดิมที่เคยเปิดการสอนในมหาวิทยาลัยรัฐ  ส่วนมากจะเป็นหลักสูตรที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และเกิดจากความต้องการของสถานประกอบการ  และองค์กรธุรกิจ  ซึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนปรับเปลี่ยนได้เร็ว และเป็นหลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานได้ตรงแต่ใช่ว่าบัณฑิตที่จบจะได้งานตรงกับสาขาที่เรียนมาทุกคนขึ้นอยู่กับความพร้อมและคุณภาพของบัณฑิตด้วย

 

ตลาดงานเปิดกว้างในสาขาว่าด้วยดิจิทัล 

เรียน-สอนยุคใหม่ต้องใช้ข้อมูลข่าวสารให้เป็น หลักสูตรต้องปรับเปลี่ยนให้ทันธุรกิจที่เปลี่ยน  เครื่องมืออุปกรณ์การสอนจำพวกแผ่นใส  เครื่องฉาย ต้องเก็บเข้ากรุ  เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่พัฒนาไปไกลมากแล้ว  อย่างเช่น  ถ้าจะสอนหลักสูตรจัดการไอที  หลักสูตรเกมและคอมพิวเตอร์  มหาวิทยาลัยก็ต้องจัดหาดิจิทัลแลบให้พอ  สอนหลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาดดิจิทัล  มหาวิทยาลัยต้องหาพื้นที่และโอกาสให้นักศึกษาได้คิดและลงมือในธุรกิจจริงๆ  ของพวกนี้ต้องเรียน-สอน-ฝึกกันตั้งแต่ปีหนึ่ง  ไม่ใช่ปีสุดท้ายก่อนเรียนจบ

“ชัดที่สุดตอนนี้ ตลาดงานด้านการตลาดดิจิทัล  ซึ่งเป็นสาขาวิชาในคณะบริหารธุรกิจ กำลังเป็นงานที่ต้องการคนรุ่นใหม่จำนวนมาก  ซึ่งมหาวิทยาลัยยังปั้นคนกลุ่มนี้ออกมาไม่พอกับความต้องการ”อันธิกา ลิมปิอนันต์ชัยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัดให้ความเห็นว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว คือต้องรู้ความต้องการของตลาดงานทิศทางการเติบโตและวิวัฒนาการของอาชีพต่าง ๆ  เช่น  อาชีพนักวางแผนการเงิน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของแวดวงหุ้นและการเงิน  อาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์และเกมออนไลน์ สำหรับตลาดไอทีและธุรกิจเกมออนไลน์เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ตลาดงาน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกพร้อมกับส่งเสริมกิจกรรมนอกหลักสูตรให้นักศึกษาให้มากเพื่อฝึกฝนทักษะจำเป็นต่อการทำงาน เช่น  จัดแข่งขันด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรืองานนวัตกรรม

“ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค 4.0 มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันโลก”

มหาวิทยาลัยยุคใหม่ต้องปรับตัว

สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยยังคงมีส่วนสำคัญในการปั้นคนที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน นอกจากจะต้องตามแนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงานในทันแล้ว สิ่งที่มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับตัวยังคงประกอบไปด้วย 1. การพัฒนาหลักสูตรที่ทันยุคทันสมัยและที่สำคัญทันต่อเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในสังคม 2. เครื่องไม้เครื่องมือประกอบการเรียนการสอน การสอนในภาคปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษาได้ลงมือทำงานจริง ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 3. บุคลากรทางการศึกษาต้องทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แนวทางให้คำแนะนำเพื่อให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ 4. มหาวิทยาลัยไม่ควรมีเครือข่ายเฉพาะสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ต้องสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน เพื่อสร้างโอกาสให้กับนักศึกษา ช่วยให้เข้าใจความต้องการของตลาดแรงงาน และนำไปสู่การปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุด

“ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค 4.0 มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันโลก”

มหาวิทยาลัยต้องไม่โดดเดี่ยว

                ยุคนี้เป็นยุคของการหลอมรวม  มหาวิทยาลัยไทยก็เช่นกัน การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆ ต้องเกิดขึ้นอย่างเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่าต้องมี Ecosystem ที่ดี มหาวิทยาลัยจึงจะเป็นเบ้าหลอมปั้นคนเก่งคนคุณภาพออกสู่สังคม การร่วมเป็นพันธมิตรและสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ องค์กรภาครัฐและธุรกิจเป็น engagement partnership จะช่วยให้มหาวิทยาลัยรู้ความเปลี่ยนแปลงในตลาดงานจริงและรู้ว่าสถานประกอบการต้องการคนแบบไหน  พร้อมทั้งควรเปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกเรียนวิชาข้ามคณะได้ เพื่อช่วยให้พวกเขาค้นพบความต้องการแท้จริงของตนเอง ทั้งนี้ ทักษะ 3 ด้านที่จำเป็นสำหรับบัณฑิตจบใหม่  1) มีความรู้พื้นฐาน  ความรู้วิชาการ ความสามารถด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล  2) การคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ  และ3) ต้องมีภาวะผู้นำ 

มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีการปรับตัวแล้ว  แต่สิ่งที่สังคมไทยต้องการ คือการปรับเปลี่ยนที่รวดเร็วและมีความพร้อมที่สุดในการ “ปั้น” คนทันโลก บุคลากรใหม่ที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญเดินหน้าประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเลือกอนาคตที่จับต้องได้ให้ลูกให้หลาน อาจไม่ใช่เลือกแค่ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยอย่างที่เคยเป็นมา  แต่ต้องพิจารณาให้ลึกถึงรายละเอียดหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ได้จริง

“ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค 4.0 มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันโลก”


เปิดอ่าน 2,616
Advertorial ที่เกี่ยวข้อง