8 เรื่องที่ต้องทึ่ง หลังสัมผัสตัวจริง “Canon EOS M6” เล็กพริกขี้หนูแห่งวงการมิเรอร์เลส

ไลฟ์สไตล์   29 มิ.ย. 2560

....

เชื่อว่าในอดีตกลุ่มคนรักการถ่ายภาพหลายคน รวมทั้งผู้เขียนเอง ก็มักจะมี “ภาพในใจ” เกี่ยวกับกล้องประเภทที่เรียกว่า “มิเรอร์เลส” (Mirrorless)ว่าเป็นกล้องสไตล์คอมแพ็คขนาดเล็กกะทัดรัด ที่เน้นเพียงประโยชน์ใช้สอยในเรื่องความสะดวกในการพกพา แต่ไม่ได้คำนึงเรื่องประสิทธิภาพมากมายนัก

แต่แล้วความเชื่อดังกล่าวได้ถูกหักล้างไปอย่างสิ้นเชิง ในวันที่ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมผัสกับ “ตัวตน” แท้จริงของ Canon EOS M6” กล้องน้องใหม่รุ่นล่าสุดของตระกูลซีรี่ส์Mจากค่ายแคนนอน

เพราะในความกะทัดรัดหยิบจับใช้งานง่าย พร้อมด้วยดีไซน์สไตล์คลาสสิกมันกลับเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยฟังค์ชั่นที่ทรงพลังเทียบเคียงระดับชั้นกับกล้องดีเอสแอลอาร์ (DSLR) ในหลายส่วน จนต้องทึ่ง

และนี่คือ 8 คุณสมบัติอันทรงประสิทธิภาพแบบ “เล็กพริกขี้หนู” ของเจ้า Canon EOS M6ที่เราได้ค้นพบ และต้องยอมรับว่า สามารถเปลี่ยนความรู้สึกเดิมๆ ที่มีต่อมิเรอร์เลสขวัญใจมือโปรตัวนี้ไปเลยทีเดียว

 

  1. จิ๋วแต่แจ๋วภายใต้ไซส์มินิในสไตล์มิเรอร์เลสนั้นกลับเปี่ยมล้นและอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ต่างๆที่มืออาชีพต้องการไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบเซนเซอร์ของกล้องที่แคนนอนเลือกใช้เซนเซอร์APS-C ที่สามารถให้ความละเอียดถึง 24.2 ล้านพิกเซล และระบบประมวลผลภาพ DIGIC 7ระดับเดียวกับกล้อง DSLR รุ่นใหญ่ ผลคือคุณภาพของไฟล์ภาพโดยรวมแล้วสามารถใช้งานในระดับมืออาชีพได้
  2. เก็บภาพแม่นยำฉับไวทุกสถานการณ์ในอดีต กล้องมิเรอร์เลสค่ายนี้มักถูกตั้งคำถามและมีเสียงบ่นเกี่ยวกับปัญหาโฟกัสภาพที่ค่อนข้างเชื่องช้า  แต่ Canon สามารถแก้ไขจุดบกพร่องในเรื่องนี้ได้ใน EOS M6  โดยการเปลี่ยนมาใช้ระบบออโต้โฟกัสระบบ Dual Pixel CMOS AF ที่ช่วยหาโฟกัสและจับภาพอย่างฉับไว และแน่นอน ทำให้สามารถเก็บภาพได้อย่างแม่นยำ ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะใช้เลนส์แบบใดก็ตาม ขณะที่ภาพที่ได้นั้นให้คุณภาพเทียบเท่าการถ่ายด้วยกล้องดีเอสแอลอาร์
  3. อิสระในเรื่องเลนส์นอกจาก EOS M6 จะมีเลนส์ให้เลือกแบบชุดเลนส์สองชุด โดยชุดหนึ่งมาพร้อมกับเลนส์ EF-M15-45mm f/3.5-6.3 IS STM และอีกชุดหนึ่งมาพร้อมกับเลนส์ EF-M1อ8-150mm f/3.5-6.3 IS STM แล้ว ยังสามารถนำเลนส์ของกล้อง DSLR ที่เป็นเม้าท์แบบ EF หรือ EF-S มาใช้งานกับกล้องตระกูล EOS M ได้เลย โดยเชื่อมต่อเลนส์เข้ากับกล้อง ผ่านตัวอะแดปเตอร์ EF-EOS M ก็สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างแนบเนียนสนิท ทำให้กล้องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงออโต้โฟกัส
  4. สัมผัสและใช้งานคุ้นเคยเหมือนกล้องระดับโปรแม้จะมาในรูปโฉมตัวเล็กแต่ EOS M6 ถูกออกแบบให้สามารถจับถือถนัดมือแถมยังคิดเผื่อคนใช้งานที่คุ้นเคยกับกล้องมืออาชีพ โดยการออกแบบวางปุ่มต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใช้กล้องดีเอสแอลอาร์ระดับไฮเอนด์ โดยปุ่มควบคุมการทำงานของ EOS M6 จุดต่างๆ มีการวางผังตำแหน่งเช่นเดียวกับแคนนอน DSLR รุ่นโปร ยิ่งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ที่มีกล้องมืออาชีพอยู่แล้ว เมื่อสลับมาใช้ EOS M6 ตัวนี้ก็ไม่สะดุดติดขัด ไม่ว่าจะเป็นวางตำแหน่งให้นิ้วชี้ และนิ้วโป้งมือขวา ไปจนถึงก้านเปิด/ปิดกล้องและวงแหวน Quick Control ที่จัดวางไว้ที่ด้านขวามือ ส่วนแฟลชติดกล้องอยู่ทางซ้ายมือ เหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจทุกรายละเอียดของแคนนอน
  5. EOS M6 มาพร้อมแป้นควบคุม 3 ส่วน เพื่อสะดวกในการปรับตั้งค่าแบบแมนนวลให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์การถ่ายภาพได้อย่างคล่องตัว และยังสามารถเลือกจุดโฟกัสและการจัดองค์ประกอบภาพได้อย่างง่ายดายผ่านหน้าจอแอลซีดีแบบทัชสกรีน ที่ให้การเลือกตั้งค่าต่างๆ ทำให้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันเพื่อสะดวกในการถ่ายภาพเซลฟี่ จึงเพิ่มจอแอลซีดีปรับพับได้ ปรับเอียงขึ้นสูงสุดถึง180 องศา และปรับเอียงลงต่ำสุด 45 องศา
  6. ถ่ายคลิปคุณภาพระดับFull HDหากคุณเป็นคนในสายอาชีพที่ทำงานด้านสื่อ บลอกเกอร์ หรือมืออาชีพในสายงานด้านโซเชียลมีเดียแล้วล่ะก็ EOS M6 ตัวนี้สามารถเป็นผู้ช่วยคุณได้ ด้วยคุณภาพการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Full HD ที่50p/60pซึ่งตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องจำเป็นต้องใช้พื้นที่เก็บไฟล์และใช้งานตัดต่อที่หนักสิ้นเปลืองพื้นที่เหมือนระดับ 4K
  7. ภาพวิดีโอสวยสมบูรณ์แบบขึ้นกว่าเดิม ด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้อง Dual อีกทั้งถ่ายวิดีโอแบบแฮนด์เฮลด์ได้คุณภาพดีกว่าเดิมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวกล้อง Dual Sensing IS ซึ่งช่วยให้ภาพวิดีโอที่บันทึกนิ่งเสมือนใช้อุปกรณ์เสริมระดับมืออาชีพ แม้จะบันทึกภาพขณะเดินอยู่ก็ตาม อีกทั้งยังสามารถเลือกเฟรมเรทได้หลากหลายรูปแบบ 50p/60p, โหมดการบันทึกภาพวิดีโอแบบ HDR และวิดีโอ Time Lapse เป็นต้น
  8. สะดวกด้วยทุกช่องการเชื่อมต่อกลายเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญของกล้องยุคใหม่ที่จำเป็นต้องมีไปแล้ว แต่นอกจากCanon EOS M6 จะรองรับการใช้งาน Wi-Fi และ NFC แล้ว กล้องรุ่นนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth แบบประหยัดพลังงานอีกด้วย จึงสามารถเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องกับอุปกรณ์ที่รองรับตราบเท่าที่กล้องยังเปิดการใช้งานอยู่ โดยไม่เปลืองแบตเตอรี่ สะดวกในการใช้งาน เพราะแม้กล้องอยู่ในสถานะ Auto Power Off ก็ไม่ต้องยุ่งยากกับการเชื่อมต่อใหม่หลายรอบ กระทั่งการถ่ายวิดีโอหรือถ่ายภาพในโหมด Bulb เป็นเวลานาน สามารถสั่งการผ่านสมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมต่อ นอกจากนี้ตัวกล้องยัง สามารถเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi ให้อัตโนมัติ เพื่อใช้ในการถ่ายภาพในโหมด Live View และการส่งไฟล์ภาพถ่ายและวิดีโอได้โดยไม่ต้องยุ่งยากในการเปลี่ยนฟังก์ชั่น แคนนอนยังปรับปรุงแอพลิเคชัน Camera Connect ให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น โดยมีฟีเจอร์แสดงสัญลักษณ์การเชื่อมต่อที่เห็นชัดขึ้นกว่าเดิม และสามารถใช้แอปจัดหมวดหมู่ไฟล์ภาพในกล้องได้

Canon EOS M6”จึงถือเป็น Mirrorlessเจนเนอเรชั่นใหม่ที่แคนนอนตั้งใจพัฒนามาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานระดับ “มือโปร” มากขึ้น และสามารถช่วยยกระดับมิเรอร์เลสให้วันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือก “กล้องตัวที่สอง” ของมือโปรฯ อันดับต้นๆ และยังตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการความโปรและดีไซน์สวยไม่ซ้ำใครในแบบ Canon

ใครจะเชื่อว่าตัวกล้องที่มีน้ำหนักเบาเพียง390 กรัม แต่กลับมีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าชั้นของ กล้องโปรระดับดีเอสแอลอาร์ได้

แต่Canon EOS M6”ก็ทำให้มันเป็นไปได้แล้ว...

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.canon.co.th


เปิดอ่าน 3,230
Advertorial ที่เกี่ยวข้อง