EECi : เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

เศรษฐกิจ   20 พ.ย. 2560

....

การพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายนั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง เพื่อปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมไปสู่ประเทศไทย4.0 และเพื่อเชื่อมโยงระบบการค้าและการขนส่งสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

การส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่จะเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งที่จะส่งเสริมให้ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกของไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และกำลังคนของประเทศและภูมิภาค

หนึ่งในยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC จึงได้มีการยกระดับและจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) โดยรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาอีอีซีไอให้มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความเข้มข้นของงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเป็นเขตผ่อนปรนกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก 

วัตถุประสงค์หลักของ EECi คือการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการวิจัยเพื่อต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง (Translational Research) การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรรมในพื้นที่ควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมของประเทศ รองรับความต้องการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ในลักษณะบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในลักษณะการทำงานร่วมแบบ Triple Helix และขยายผลต่อยอดไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ในลักษณะการทำงานร่วมแบบ Quadruple Helix ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

โดยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation, EECi) ครั้งที่ 1/2560 โดยมี นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน และผู้บริหารของกระทรวงวิทย์ฯ เป็นคณะทำงานฯ ได้พิจารณาจัดหาพื้นที่และความเหมาะสมในการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมใหม่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยที่ประชุมมีมติให้มีที่ตั้ง EECi จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

1. พื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ซึ่งเป็นที่ดินของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง อยู่ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (ชลบุรี – แกลง) มีเนื้อที่โดยรวมประมาณ 3,000 ไร่ ซึ่งรายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมกว่า 30 แห่ง ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และใกล้ชิดสถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศสำหรับที่แห่งนี้ จะมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรม 2 ประเภท คือ (1) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (ARIPOLIS) รวมถึง (2) อุตสาหกรรมชีวภาพ (BIOPOLIS) โดยจะถูกออกแบบให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ ที่พร้อมรองรับกิจกรรมวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ EECi  ที่กำลังเกิดขึ้นอีกมากมาย

2. พื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศเป็นพื้นที่ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ 120 ไร่ อยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (SPACE KRENOVAPOLIS)

 


เปิดอ่าน 591
Advertorial ที่เกี่ยวข้อง