Sustainable Brands 2017 Bangkok

เศรษฐกิจ   13 พ.ย. 2560

“Redefining the Good Life” ร่วมนิยามคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความยั่งยืนสู่โลก

การขับเคลื่อนธุรกิจในรูปแบบ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่ให้คุณค่าของการแบ่งปันสู่สังคมมากกว่าผลกำไรที่เป็นเงินเพียงอย่างเดียว เป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบันจากแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลกไม่ว่าเล็กหรือใหญ่

Sustainable Brands 2017 Bangkok หรือ SB’17 Bangkok งานสัมมนาเรื่องความยั่งยืนของโลกธุรกิจระดับสากล ซึ่งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา และองค์กรต่าง ๆ จะมาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองที่จะช่วยนำพาธุรกิจและประเทศให้ก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการโครงการพิเศษ มูลนิธิมั่นพัฒนา และผู้อำนวยการโครงการ Sustainable Brands ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคมไทยนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแนวคิดและแนวปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy) มาเป็นเวลานานถึง 19 ปี อีกทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4,685 โครงการ ล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ภายในประเทศ และเพื่อความกินดีอยู่ดีของชาวไทยให้พัฒนาอย่างยั่งยืนสืบไป ถึงกระนั้น การบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่เน้นกระตุ้นองค์กรและภาคธุรกิจให้ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมยังมีช่องว่างมากมายที่สามารถพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและนักยุทธศาสตร์ระดับโลกต่างให้ความสำคัญกับการนำแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างแบรนด์เป็นจำนวนมาก 

สำหรับธีมงานประชุม SB’17 Bangkok นำเสนอแนวคิด เรื่อง “Redefining the Good Life” หรือการนิยามคุณภาพชีวิตที่ดี โดยครอบคลุมถึง 8 หัวข้อหลัก ได้แก่ Good Food, Good Home, Good Health-Care, Good Money, Good Design, Good Energy, Good Technology และ Good Destination  จากงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่ประสบปัญหาเรื่องความแตกแยกทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ตอกย้ำถึงมุมมองเรื่องชีวิตที่ดี กล่าวคือ มีความแตกต่างจากอดีต ที่เคยเน้นแต่ความร่ำรวยหรือเงินทอง พวกเขาพบว่าเงินไม่อาจซื้อความสุขได้ ปัจจุบันผู้คนในสังคมจึงให้ความสำคัญกับสมดุลของชีวิตที่เรียบง่ายด้านพื้นฐาน เช่น การมีสุขภาพที่ดี (Balanced Life) เรื่องของคนมากกว่าวัตถุ (Human Connections) เรื่องอื่น ๆ ที่มองข้ามมากไปกว่าตัวเอง ชีวิตที่ดี คือ การที่ครอบครัว ชุมชน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสิ่งแวดล้อมเดียวกันอย่างมีเป้าหมาย (Meaningful Connections) และเรื่องความเป็นอิสระทางการเงิน (Financial Independence)

ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเอง ก็ได้มีการทำการสำรวจความคิดเห็นต่อเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี เช่นกัน คุณดั่งใจถวิล อนันตชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด รายงานผลการสำรวจหัวข้อ “What does ‘Good Life’ mean for Thais?” ว่าจากการศึกษาความคาดหวังและความหมายของการมีชีวิตที่ดีของคนไทยอายุ 15-65 จำนวน 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ ในเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2560 คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าการที่จะใช้ชีวิตที่ดีได้ต้องประกอบไปทั้งสุขทางวัตถุและสุขทางใจ ซึ่งสามารถวิเคราะห์จากคำตอบที่ว่า ชีวิตตนจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อชีวิตมีสุขภาพที่ดี 37% การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย 28% การประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน 22% การมีครอบครัวที่ดี 21% การมีบ้านเป็นของตัวเอง 21% และการใช้ชีวิตสายกลาง 19% ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าการมีชีวิตที่ดีต้องมาจากการใช้ชีวิตของตัวเอง แต่ก็ยังเชื่อว่าสินค้าและบริการที่มีอยู่รอบๆ ตัว เช่น อุตสาหกรรมอาหาร  เทคโนโลยี  อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง  การท่องเที่ยวและสันทนาการ จะช่วยทำให้ชีวิตตนดีขึ้นได้ แต่มีคนถึง 68% ที่ยังไม่เห็นสินค้าหรือบริการใดในตลาดที่ช่วยตอบโจทย์การมีชีวิตที่ดีของพวกเขา ในขณะที่ 87% ของคนไทยเชื่อในพลังของตนว่าจะมีอิทธิพลต่อการผลิตสินค้าและบริการของผู้ประกอบการได้ ผลการศึกษาบางส่วนข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่นักการตลาดต้องหันมามองตัวเองว่าทำอย่างไรให้สินค้าและบริการของตนสามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนจาก ‘consumer หรือผู้รอการบริโภคจากสินค้าและบริการ’ เป็น ‘prosumer หรือผู้บริโภคที่มีส่วนผลักดันการผลิตสินค้าและบริการ’

นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในงาน ประชุมระดับนานาชาติ  SB’17 Bangkok นอกจากนั้นแล้วในงานยังได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้นำจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 30 คน ที่จะมาร่วมเสวนาในเรื่องความยั่งยืนของโลกธุรกิจระดับสากลในแง่มุมต่างๆ อาทิ มร.ฮาเวียร์  โกเยเนเช่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์อีโคอัลฟ์ (ECOALF) เสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลผู้นำขยะจากมหาสมุทรมาเพิ่มมูลค่าสู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ดร. ดาเรียน แมคเบน (Dr. Darian McBain) ผู้นำด้านความยั่งยืนคนสำคัญของบริษัทไทย ยูเนี่ยน กรุ๊ป แบรนด์อาหารทะเลยักษ์ใหญ่ระดับโลก มร.พอล เฮอร์แมน (Paul Herman) CEO จาก HIP investor ผู้นำเสนอระบบที่นักลงทุนสามารถที่จะสร้างกำไรไปพร้อมกับการสร้างสิ่งดีๆ สู่โลกได้ด้วย และ มร.โธมัส โคลสเตอร์ (Thomas Kolster) ผู้ก่อตั้ง #Goodvertising เอเจนซี่โฆษณาที่เชี่ยวชาญในการสื่อสารเรื่องความยั่งยืน และนักเขียนหนังสือชื่อ “Goodversiting” หนังสือแห่งการสื่อสารเชิงคุณค่าในสากล เป็นต้น

ทั้งนี้ภายในงานยังได้จัด Platform กิจกรรมและการเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ACTIVATION HUB ที่นำเสนอแนวคิด “GOOD LIFE AS DEFINED BY KING WISDOM” ซึ่งส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ และให้เกิดการเรียนรู้ประสบการณ์ของแต่ละแบรนด์ ที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจ SME และ SE ของไทยได้แสดงผลงานให้ชาวโลกได้รู้จักอีกด้วย และพิเศษสุดกับกิจกรรม “SUSTAINBLE CHEF TABLE DINNER“ ที่จะจัดขึ้นในคืนวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ณ SnP Head Quater โดยมี Chef พิเศษที่สุดของเมืองไทย นำทีมเชฟโดย พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมกับ “เซฟแม็ค” อนุชา พัฒนาศิริรักษ์ หัวหน้า  เชฟจากร้านอาหารดอยคำ  และ “เชฟแบลค” ภาณุภน บุลสุวรรณเจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen จ.เชียงใหม่ ร่วมรังสรรค์เมนูอาหารเพื่อความยั่งยืน เล่าถึงแหล่งที่มาของอาหารทำให้เราเห็นคุณค่าของอาหารอย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า food appreciation ในระดับที่ลึกซึ้งกว่าแค่คุณค่าด้านความอร่อย ซึ่งการขายบัตรจะแยกออกจากงาน SB ’17 Bangkok 29-30 พฤศจิกายน 2560 โดยรับเพียง 60 ท่านเท่านั้น

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนิยามคุณภาพชีวิตที่ดี ในระดับบุคคล ชุมชน ประเทศ และโลก พร้อมเรียนรู้วิธีคิดของแบรนด์ชั้นนำที่สร้าง “ชีวิตที่ดี” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนได้ในงาน SB’17 Bangkok งานสัมมนาเรื่องความยั่งยืนของโลกธุรกิจระดับสากล ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ติดตามข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/SustainableBrandsBangkok และผู้สนใจสามารถจองบัตรร่วมงานผ่านทางเว็บไซต์ www.sustainablebrandsbkk.com


เปิดอ่าน 146