ภาวะความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

advertorial   8 ก.พ. 2560

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตประชากรมากที่สุด พบว่าทุก ๆ 2 วินาที จะมีคนเสียชีวิตด้วยโรคนี้ 1 คน

นพ.สุรพงษ์วรสุวรรณรักษ์  แพทย์หัวหน้าศูนย์หัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลหัวเฉียวกล่าวว่า  หัวใจนับว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากที่สุด เพราะต้องทำงานตลอดเวลาโดยไม่มีการหยุดพัก เพื่อทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตให้หมุนเวียนทั่วร่างกายอย่างต่อเนื่อง แต่กลับได้รับการดูแลและใส่ใจน้อยที่สุด โดยยืนยันได้จากอัตราผู้เสียชีวิตจาก "โรคหัวใจและหลอดเลือด"  ที่พุ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ  สาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากการที่มีไขมันจับที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ เรียกว่า พลัค(Plaque) ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งหนารูในหลอดเลือดจึงตีบแคบลง  เลือดจึงหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงเกิดเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดทำให้มีอาการแน่นหน้าอกและเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง หยุดพักแล้วดีขึ้น ในผู้ป่วยบางรายพลัค(Plaque) ที่จับที่ผนังหลอดเลือดมีการอักเสบและแตกออก (Plaque rupture) กระตุ้นให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนของเกร็ดเลือดทำให้หลอดเลือดอุดตันทันที  มีผลให้ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง  เหงื่อแตก  ตัวเย็น  อาจถึงขั้นทำให้หัวใจหยุดเต้น  และถึงขั้นเสียชีวิตได้   ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้แก่ เพศชาย อายุมากกว่า 45 ปี และเพศหญิง อายุมากกว่า 55 ปี  โรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง  ไขมันในเลือดสูง  และสูบบุหรี่ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด   นอกจากการรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมด้วย ได้แก่ การรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง  หมั่นออกกำลังกาย  ลดความเครียด งดการสูบบุหรี่ เป็นต้น

 

สำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันทำได้โดยวิธีการฉีดสีสวนหัวใจ (Coronary angiography)  เพื่อดูหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันที่จุดใด ก่อนที่จะตัดสินให้การรักษาต่อไปได้แก่ การทำบอลลูน หรือใส่ขดลวดเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องหลังการฉีดสีสวนหัวใจเลยก็ได้

 

ปัจจุบัน ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด  พร้อมด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีห้องปฏิบัติการเครื่องฉีดสีสวนหลอดเลือดหัวใจ(Cath lab)ที่สามารถตรวจภาวะหลอดเลือดตีบตันขยายหลอดเลือดหัวใจตีบตันด้วยบอลลูน  และใส่ขดลวดทั้งชนิดปกติและชนิดเคลือบยาพิเศษ เป็นต้นศูนย์หัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลหัวเฉียว  พร้อมดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทุกสิทธิ ตลอด 24 ชั่วโมง

 


เปิดอ่าน 41,698
5 อันดับข่าวadvertorialฮิต